พัฒนาคู่มือ เปิดตัวเว็บไซต์ เพิ่มกิจกรรมทางกายในโรงเรียน

โดย
| |
อ่าน : 809

ที่มา : สำนักข่าวสร้างสุข

ภาพประกอบจาก สสส.

พัฒนาคู่มือ เปิดตัวเว็บไซต์ เพิ่มกิจกรรมทางกายในโรงเรียน thaihealth

สสส. ชี้สัญญาณอันตราย เด็กไทยกิจกรรมทางกายต่ำ เนือยนิ่งติดจอสูง กระทบพัฒนาการ ส่อก่อโรค NCDs จับมือ TPAK พัฒนาคู่มือเพิ่มกิจกรรมทางกายในโรงเรียน พร้อมเปิดตัว www.activekidsthailand.com  แหล่งรวมข้อมูลวิชาการสำหรับครู เครื่องมือวางแผนตั้งแต่เริ่มต้นนโยบายสนับสนุนและเพิ่มกิจกรรมทางกายกลุ่มเด็กและเยาวชน เปลี่ยนห้องเรียนเป็นพื้นที่สร้างสุขภาพกาย ใจ เติบโตสมวัย เรียนดี มีความสุข

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการ และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า รายงานสถานการณ์กิจกรรมทางกายของเด็กและเยาวชนไทย พ.ศ. 2565 (Thailand Report Card 2022) พบเด็กและเยาวชนไทย อายุระหว่าง 5-17 ปี มีกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) ระดับปานกลางถึงระดับหนักสะสมได้อย่างน้อยเฉลี่ยวันละ 60 นาที เพียง 27% ของเด็กและเยาวชนไทยทั้งประเทศ แม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 23.2% และ 26.3% เมื่อปี 2559 และ 2561 ตามลำดับ แต่ถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำ และพบว่ามีเด็กและเยาวชนที่ใช้หน้าจอเพื่อความบันเทิงรวมต่อวัน ไม่เกิน 2 ชั่วโมง เพียง 15% ของเยาวชนทั้งหมด จึงมีความจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายอย่างเร่งด่วน เนื่องจากสร้างผลเสียต่อพัฒนาการตามช่วงวัย ความแข็งแรงของร่างกาย ความฉลาดทางอารมณ์ และการเกิดโรคไม่ติดต่อ หรือกลุ่มโรค NCDs

พัฒนาคู่มือ เปิดตัวเว็บไซต์ เพิ่มกิจกรรมทางกายในโรงเรียน thaihealth

ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้พบว่า เด็กและเยาวชนมีความผูกพันต่อโรงเรียนในสัดส่วน 65% ซึ่งถือเป็นระดับที่ดี ดังนั้นครูและโรงเรียนจึงเป็นส่วนสำคัญมากต่อการผลักดันและส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายสำหรับคนในกลุ่มนี้ โดยจำเป็นต้องยกระดับนโยบายการมีกิจกรรมทางกาย เน้นไปที่การสร้างความสุข ลดความเครียด สามารถประยุกต์ใช้แนวทางการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายแบบทั้งระบบ (Whole - of – School Programmes) เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสการมีกิจกรรมทางกายระหว่างวันให้กับนักเรียนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ควรจัดให้มีการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการมีกิจกรรมทางกายอย่างปลอดภัย รวมถึงการเพิ่มพื้นที่สุขภาวะเพื่อให้นักเรียนสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้มากขึ้นตลอดทั้งวันขณะอยู่ในโรงเรียน โดยสามารถศึกษาข้อมูลและนำไปประยุกต์ใช้ได้จาก www.activekidsthailand.com ซึ่ง สสส. และศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายแห่งประเทศไทย (TPAK) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นแนวปฏิบัติสำหรับการสนับสนุนเพิ่มกิจกรรมทางกายสำหรับกลุ่มเด็กและเยาวชนโดยเฉพาะ

“การมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและสม่ำเสมออย่างน้อยเฉลี่ยวันละ 60 นาที ในกลุ่มเด็กและเยาวชน สร้างประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการ ซึ่งสัมพันธ์กับระบบหัวใจและปอดที่แข็งแรง สภาพกล้ามเนื้อ ระบบหัวใจและหลอดเลือด สุขภาพของกระดูก รวมถึงพัฒนาการทางด้านอารมณ์ และความจำที่ดี ส่งเสริมประสิทธิภาพการเรียนรู้ สามารถคิดเชิงบริหาร การแก้ไขปัญหาเชิงสร้างสรรค์ และช่วยในเรื่องการตัดสินใจ นอกจากนั้นยังช่วยลดอาการซึมเศร้า ส่งเสริมให้มีชีวิตเป็นสุขมากขึ้นจากการหลังสารเชโรนิน สารโดพามีน และเอ็นโดรฟินออกมาเป็นสารสื่อประสาททำให้เกิดความสุข” ดร.ไพโรจน์ กล่าว

พัฒนาคู่มือ เปิดตัวเว็บไซต์ เพิ่มกิจกรรมทางกายในโรงเรียน thaihealth

ผศ.ดร.ปิยวัฒน์ เกตุวงศา ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า www.activekidsthailand.com  ถือเป็นแหล่งรวมข้อมูลทางด้านวิชาการสำหรับครู โรงเรียนและผู้ที่สนใจ ใช้ในการวางแผนนโยบายตั้งแต่เริ่มต้นการจัดทำแผนการสนับสนุนและเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายสำหรับกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 5-17 ปี ทั้งในและนอกโรงเรียน ทั้งนี้ใน www.activekidsthailand.com ประกอบด้วยชุดความรู้ที่น่าสนใจหลายด้าน เช่น 1.คู่มือแนวทางโรงเรียนส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายในประเทศไทย ซึ่งผ่านการวิจัยเชิงทดลองกับเด็กไทยนานกว่า 4 ปี จนพบข้อพิสูจน์ว่าสามารถช่วยเพิ่มระดับการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ และช่วยลดพฤติกรรมเนือยนิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะกับเด็กวัยประถมศึกษาด้วยแนวคิด 4PC คือ Active Policy การเริ่มต้นกำหนดนโยบายการส่งเสริมกิจกรรมทางกายภายในโรงเรียน, Active Program การสร้างโอกาสให้กับนักเรียนได้มีกิจกรรมที่หลากหลายตามโอกาสและเวลาที่มี, Active Place การพัฒนาพื้นที่ในโรงเรียนให้เล่นได้และปลอดภัย, Active People ส่งเสริมการมีส่วนการทำกิจกรรมระหว่างครูและนักเรียน และ Active Classroom การส่งเสริมกิจกรรมทางกายในห้องเรียน เพื่อกระตุ้นความพร้อมในการเรียนรู้ของนักเรียนผ่านกิจกรรมห้องเรียนฉลาดรู้

พัฒนาคู่มือ เปิดตัวเว็บไซต์ เพิ่มกิจกรรมทางกายในโรงเรียน thaihealth

พัฒนาคู่มือ เปิดตัวเว็บไซต์ เพิ่มกิจกรรมทางกายในโรงเรียน thaihealth

ผศ.ดร.ปิยวัฒน์ กล่าวต่อว่า 2.คู่มือการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กตามแนวคิด ACP ของสมาคมกีฬาประเทศญี่ปุ่น เหมาะสำหรับคุณครู พ่อแม่ผู้ปกครอง รวมถึงผู้ฝึกสอนที่ทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ ได้นำกิจกรรมไปปรับใช้โดยรวบรวมการเล่นทั้งแบบไทยและญี่ปุ่นมากถึง 40 กิจกรรม อาทิ เกมเตยกัก ตี่จับ ปาระเบิด ลิงชิงหาง กระต่ายขาเดียว 3.คู่มือสารตั้งต้นสนามฉลาดเล่น สำหรับการประยุกต์กิจกรรมต่างๆ ผสมผสานระหว่างคู่มือการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและการส่งเสริมความรู้ตามสาระการเรียนรู้ที่หลากหลายตามวิชาเรียน เหมาะสำหรับเด็กในวัยประถมศึกษา โดยเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้และการทำกิจกรรมทางกายในสนาม หรือพื้นที่ว่างในโรงเรียน และ 4.คู่มือสารตั้งต้นห้องเรียนฉลาดรู้ เหมาะสำหรับการส่งเสริมกิจกรรมทางกายไปพร้อมกับการสอดแทรกความรู้ให้กับนักเรียนในห้องเรียน มีตัวอย่างกิจกรรมที่ครูสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับวิชาที่สอนได้เพื่อเปลี่ยนห้องเรียนและรูปแบบการเรียนการสอนแบบเดิมเป็นห้องเรียนที่เด็กจะสนุกและมีความพร้อมต่อการเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น

พัฒนาคู่มือ เปิดตัวเว็บไซต์ เพิ่มกิจกรรมทางกายในโรงเรียน thaihealth

พัฒนาคู่มือ เปิดตัวเว็บไซต์ เพิ่มกิจกรรมทางกายในโรงเรียน thaihealth

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลได้ที่ www.activekidsthailand.com โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • Prime Minister’s Award for Health Promotion Innovation 2022  -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ 2566 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ 2566
  • วารสารการสร้างเสริมสุขภาพไทย -
  • ข้อมูลประกอบการประเมินพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุน                                                                                                                                          การสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 -
  • การรับฟังความคิดเห็นประกอบการประเมินผลสัมฤทธิ์ของ พระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๔ -
  • คู่มือและชุดความรู้เพื่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กและเยาวชนไทย -
  • ขอแจ้งประชาสัมพันธ์การเปิดใช้ระบบบริการศูนย์ข้อมูลข่าวสารครบวงจร (THCC) - ขอแจ้งประชาสัมพันธ์การเปิดใช้ระบบบริการศูนย์ข้อมูลข่าวสารครบวงจร (THCC)
  • ขอเชิญชวนส่งบทความเพื่อตีพิมพ์ใน วารสารการสร้างเสริมสุขภาพไทย Thai Health Promotion Journal -
  • PERSONA HEALTH คัดข้อมูลสุขภาพที่ใช่ ให้ตรงกับตัวคุณ -
  • ไทยรู้สู้โควิด -
  • คู่มือ การจัดตั้งศูนย์แยกกักตัวในชุมชน Community Isolation (ฉบับปฏิบัติการ) -
  • คู่มือแยกกักตัวที่บ้าน เรื่องควรรู้ที่คุณหมอรวบรวมมาให้ -
  • ชัวร์โควิดและวัคซีน -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาอังกฤษ -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาลาว -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาพม่า -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษากัมพูชา -
  • คู่มือ วัคซีนสู้โควิด (ฉบับประชาชน) -
  • คู่มือ การบริหารจัดการโครงการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม