พัฒนานวัตกรรมทางสังคม มุ่งเป้าลดนักสูบหน้าใหม่ พร้อมนำผู้สูบเข้าสู่ระบบการเลิกบุหรี่

| |
อ่าน : 1,507

ที่มา : เว็บไซต์แนวหน้า

พัฒนานวัตกรรมทางสังคม มุ่งเป้าลดนักสูบหน้าใหม่ พร้อมนำผู้สูบเข้าสู่ระบบการเลิกบุหรี่ thaihealth

เเฟ้มภาพ

ภาคีเครือข่ายควบคุมยาสูบระดับจังหวัด พัฒนานวัตกรรมทางสังคม หนุนเสริมการขับเคลื่อนงานควบคุมยาสูบ มุ่งเป้าลดนักสูบหน้าใหม่ พร้อมนำผู้สูบเข้าสู่ระบบการเลิกบุหรี่

โครงการสนับสนุนการสื่อสารงานของภาคีควบคุมยาสูบ (ทีมชวน ช่วย เลิกบุหรี่) ร่วมกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ และ สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "นวัตกรรมชวน ช่วย เลิก : การพัฒนานวัตกรรมเพื่อหนุนเสริมการควบคุมยาสูบระดับจังหวัด" ซึ่งเวทีนี้ได้มีตัวแทนจากจังหวัดต่าง ๆ ร่วมนำเสนอและแลกเปลี่ยนการพัฒนาชุดนวัตกรรมเพื่อนำมาสู่การลด ละ เลิกบุหรี่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดการขยายผลเพื่อขับเคลื่อนงานควบคุมยาสูบในระดับจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป

นายธีระยุทธ์ มุจรินทร์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ ได้กล่าวถึงนวัตกรรม "อำนาจเจริญ 4 ส. : คู่มือบำบัดและติดตามการเลิกบุหรี่แบบง่าย" ว่า ที่มาของการเริ่มนวัตกรรมนี้มาจากในช่วงปี 2556-2559 ยังไม่มีการดำเนินงานควบคุมยาสูบอย่างเป็นรูปธรรม ไม่มีรูปแบบการบำบัดอย่างชัดเจน รวมถึงไม่มีระบบการลงทะเบียนทำให้ไม่สามารถติดตามผู้สูบบุหรี่ได้ จึงศึกษา รวบรวม และเรียบเรียงข้อมูลกว่า 2 ปี จนนำมาสู่การเริ่มต้นบันทึกข้อมูลผู้ติดบุหรี่ในระดับจังหวัด ซึ่งในคู่มือฉบับนี้จะมีการบันทึกข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งการประเมินผู้สูบบุหรี่ การให้คำปรึกษาของเจ้าหน้าที่ รวมถึงการติดตามพฤติกรรมของผู้สูบ ซึ่งจากการคัดเลือกอาสาสมัครที่สมัครใจเข้าร่วมลงบันทึกข้อมูลในคู่มือฉบับนี้ กว่า 140 คน จากโรงพยาบาลแห่งละ 20 คน พบว่า สามารถนำมาสู่การเลิกบุหรี่ได้ครบ 140 คน ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าผู้ที่เข้าร่วมมีความตั้งใจเลิกบุหรี่อยู่แล้ว ทำให้สามารถเลิกได้จริง

ในคู่มือนั้นจะมีข้อแนะนำ เพื่อชักชวนให้ผู้ป่วยเลิกสูบบุหรี่ได้ใน 6 ขั้นตอน ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที เริ่มตั้งแต่การตรวจสอบประวัติและข้อมูลส่วนตัวของผู้สูบบุหรี่ ประเมินพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของผู้ป่วย ที่สามารถบอกจำนวนในการสูบ ประเภทของยาสูบ และเวลาที่ใช้สูบ เพื่อประเมินระดับของการติดบุหรี่ ซึ่งจะนำไปสู่การการให้คำแนะนำแก่ผู้สูบบุหรี่แบบง่าย ๆ โดยยึดหลัก 4 ส. คือ 1. เสี่ยงต่อโรคที่ตามมา เช่น มะเร็งปอด โรคเส้นเลือดในสมอง 2. เสียเงินแบบสูญเปล่า 3. เสี่ยงต่อบุหรี่มือสอง และ 4. สังคมไม่ยอมรับ จากนั้นประเมินความเปลี่ยนแปลง (Stage of change) ว่า ผู้เข้ารับคำปรึกษาพร้อมจะเลิกบุหรี่หรือไม่ เลิกเพื่ออะไร หรือเพื่อใคร หรืออาจจะเกิดความลังเลใจไม่แน่ใจ พร้อมรับฟังว่าคนนั้นลังเลเรื่องอะไร และให้กำลังใจในการเลิก พร้อมนำมาสู่กระบวนการ 4 ส. ใหม่ได้ หรือคนที่ปฏิเสธนั้นก็ให้เจ้าหน้าที่มีเครื่องย้ำเตือนไว้ว่า ตอนนี้อาจจะยังไม่พร้อม แต่เมื่อพร้อมแล้วก็ขอให้เข้ารับคำปรึกษาได้ และยังมีกระบวนการเลิกบุหรี่ได้อยู่

พร้อมระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดในกระบวนการเลิกบุหรี่ คือ การติดตาม เพราะช่วงเวลาที่สำคัญอยู่ที่ประมาณ 3-14 วันแรก หลังจากที่เลิกบุหรี่ หากติดตามแค่วันแรกวันเดียว แล้วหยุดไป 1 เดือน อาจจะทำให้กลับไปสูบบุหรี่ใหม่ได้ ดังนั้น การติดตามในระยะ 3-14 วัน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ซึ่งอาจจะให้มีการติดตามโดย อสม. หรือระบบติดตามทางโทรศัพท์ก็ได้ ซึ่งนวัตกรรมนี้สิ่งที่เป็นความแปลกใหม่ คือ สามารถสร้างเป็นแนวทางการดำเนินงานทั้งจังหวัดได้ หรือผู้เข้ามารับผิดชอบงานใหม่ เพียงอ่านคู่มือก็ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องอบรม สามารถให้บริการบำบัดได้ และเป็นทะเบียนในการติดตามนัดหมายผู้ป่วย และสรุปผลการบำบัดได้เป็นอย่างดี ผลการใช้คู่มือนี้พบว่า ผู้ให้บริการมีความมั่นใจมากกว่าเดิม ทำงานได้ง่ายขึ้น และจากเดิมที่ผู้เลิกสูบบุหรี่ในระยะ 6 เดือนมีน้อยมาก ก็เพิ่มสูงขึ้น มีประชาชนสนใจเข้าสู่ระบบการบำบัดเพื่อเลิกบุหรี่ได้มากขึ้น

ทั้งนี้ สถิติจากปี 2561 พบว่า จากเดิมที่มีผู้เข้ารับการคัดกรองที่ 36,751 คน หรือร้อยละ 15.52 ได้รับการบำบัด 4,045 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 65.44 เมื่อเข้าสู่ปี 2562-2564 พบว่ามีผู้เข้ารับการคัดกรองมากขึ้น อยู่ที่ประมาณ 199,000 คน ถึง 218,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 86-93 มีผู้เข้ารับการบำบัดมากขึ้น อยู่ที่ประมาณ 15,000-20,000 คนต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 78-84 ซึ่งต้องขอบคุณ สสส. ที่ช่วยสนับสนุนงบประมาณ องค์ความรู้ หรือการอบรมตรงจุดนี้ให้ เพราะลำพังแค่งบประมาณจังหวัดอาจจะไม่เพียงพอในการดำเนินงาน แต่สิ่งที่ยังคงต้องพัฒนามากขึ้น คือการติดตามในระยะ 1 เดือนไปสู่ 3 เดือน หรือ 3 เดือนไปสู่ 6 เดือน ที่มีผู้เลิกบุหรี่ลดลงกว่าครึ่งหนึ่ง ทำให้ต้องมาทบทวนว่า จะมีขั้นตอนอะไรมากขึ้นอีกหรือไม่

ขณะที่ นางจริยาพันธ์ รุจิรัชกุล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม กล่าวถึงนวัตกรรม "ความร่วมมือในภาวะวิกฤต : ทีมควบคุมยาสูบ vs ทีม MCATT" ว่า จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดการบูรณาการ การทำงานระหว่างผู้รับผิดชอบงานยาสูบ กับทีมดูแลสภาพจิตใจในภาวะวิกฤต (MCATT) ทั้งการดำเนินงาน บุคลากร และงบประมาณ เพื่อให้เกิดการควบคุมยาสูบ ซึ่งปัญหาของการบำบัดผู้สูบบุหรี่ในช่วงโควิด-19 ระบาด มีทั้งการปิดชั่วคราวของคลินิกเลิกบุหรี่ คลินิกรักษาโรคต่าง ๆ รวมถึงมีผู้ติดเชื้อโควิดที่อยู่ในศูนย์พักคอย หรือโรงพยาบาลสนามเป็นผู้สูบบุหรี่ด้วย ซึ่งผู้ป่วยบางส่วนมีอาการอยากสูบบุหรี่ แต่สถานที่เหล่านี้ไม่สามารถสูบได้ตามกฎหมาย ทำให้บางคนเกิดความเครียด จึงได้มอบภารกิจให้กับทีม MCATT ในการลงพื้นที่ติดตามเข้าไปบำบัดสภาพจิตใจและดูแลการให้ลดสูบบุหรี่ไปพร้อม ๆ กัน

สำหรับผู้สูบบุหรี่ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 แล้วกลับไปที่บ้าน หรือมีการรักษาตัวที่บ้าน จะมีกระบวนการทำงานตาม Service Plan โดยมีโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลชุมชนเป็นผู้ดูแลข้อมูล

ผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม สะท้อนได้จากข้อมูลของโรงพยาบาลนครชัยศรี ที่เข้าร่วมโครงการนำทีม MCATT เข้ามาช่วยเหลือดูแลผู้สูบบุหรี่ประมาณเดือนตุลาคมปีที่แล้ว จนถึงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาพบว่า ผู้สูบบุหรี่ที่ป่วยด้วยโรค NCDs เข้ารับการบำบัดด้วยกระบวนการนี้จำนวน 253 คน สามารถลดการสูบบุหรี่ลงได้ 243 คน และเลิกบุหรี่ได้ 10 คน

ขณะเดียวกันได้พัฒนาเครื่องมือในการทำงาน โดยใช้คิวอาร์โค้ดในการสื่อสารกับคนไข้ในศูนย์พักคอย คนไข้ที่กักตัวที่บ้าน ที่ต้องการอยากเลิกบุหรี่แต่ไม่สามารถมาคลินิกเลิกบุหรี่ได้ โดยมีข้อแนะนำให้อย่างง่าย ๆ เริ่มตั้งแต่การประเมินว่าติดบุหรี่มากน้อยแค่ไหน เพื่อให้ทีมงานยาสูบและสุขภาพจิตลงพื้นที่ติดตามข้อมูล หรือโทรศัพท์สอบถามผู้ป่วยได้อีกด้วย เชื่อว่า หากมีการพัฒนาส่วนนี้แล้ว จะทำให้การเก็บข้อมูลและติดตามการบำบัดคนไข้ได้ง่ายขึ้น

นายสุรชัย เศวตกุญชร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ได้นำเสนอนวัตกรรม "เครือข่ายทางสังคม : ภาคประชาสังคม" ว่า การทำงานของจังหวัดร้อยเอ็ดมีจุดเด่นตรงที่ทำงานกับภาคประชาสังคมอย่างจริงจัง และสามารถปรับเปลี่ยนไปตามบริบทของสังคมได้ โดยจุดเริ่มต้นในการนำภาคประชาสังคมมาร่วมทำงานนั้น เริ่มต้นเมื่อปี 2554 ที่จังหวัดร้อยเอ็ดเข้าสู่โครงการจังหวัดปลอดบุหรี่ โดยได้นำทีม อสม. และภาคีเครือข่ายเข้ามาช่วยเหลือในการขับเคลื่อนงาน แต่ยังไม่มีคณะกรรมการเป็นรูปเป็นร่าง ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พุทธศักราช 2560 ที่กำหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัด (คผยจ.) ขึ้นมา และให้มีผู้คุณทรงวุฒิที่มาจากภาคประชาสังคม จำนวน 6 คน ทำให้ภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

พร้อมมองว่า เรื่องการควบคุมยาสูบนั้น เป็นเรื่องของ "จริต" แต่ละคน หากหาประเด็นนี้ไม่เจอ การชวน ช่วย ให้เลิกนั้นจะลำบาก เพราะการทำงานของภาคราชการจะเป็นไปตามเวลาการทำงานเท่านั้น แต่ภาคประชาสังคมนั้นส่วนใหญ่เป็นการทำงานแบบจิตอาสาเพื่อสังคม ไม่มีวันหยุด ทำให้มองเห็น "จริต" ที่ลึกไปถึงค่านิยม ความเชื่อ วัฒนธรรมในการดำเนินชีวิต สามารถให้ความช่วยเหลือในการขอความร่วมมือผู้สูบบุหรี่ไม่ให้สูบในสถานที่ห้ามได้ หรือมีบุคคลที่สามารถเป็นแบบอย่างได้ จึงได้หยิบจุดแข็งของภาคประชาสังคมนี้ มาช่วยทั้งเรื่องของป้องกันไม่ให้สูบบุหรี่ หรือช่วยให้เลิกบุหรี่ แม้แต่ในเรื่องของการบำบัดนั้น หากเพียงแค่ให้ยา หรือเข้ารักษาตามกระบวนการก็ไม่อาจจะเข้าถึง "จริต" ของแต่ละคนได้จริง จึงให้ภาคประชาสังคมเข้ามาช่วยเหลือ เช่น การนำคำสอนของพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ หรือให้ภาคีเครือข่ายในชุมชน ลงพื้นที่พูดคุยโน้มน้าวบุคคลที่มีอิทธิพลทางจิตใจของแต่ละครอบครัวให้มาช่วยเลิกบุหรี่ได้ เช่น พูดคุยกับภรรยาหรือลูก ให้สามีหรือพ่อเลิกสูบบุหรี่ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน คผยจ. มีการประชุมปีละ 2 ครั้ง เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมในการควบคุมยาสูบให้กับหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมกับอาศัยภาคีเครือข่ายในการสร้างกระแสรณรงค์ของพื้นที่ เช่น สภาเยาวชนของจังหวัด ที่สามารถสร้างกระแสด้วยการจัดนิทรรศการมีชีวิต ส่งเสริมให้ทุกฝ่ายในสังคมมีส่วนร่วมได้มากขึ้น เช่น พระสงฆ์ หรือองค์กรต่าง ๆ จนเกิดการทำงานเป็นเครือข่ายที่เป็นรูปธรรมได้จริง

ส่วนนายนภชณัฐ จันทร์นิ่ม นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย กล่าวถึงนวัตกรรม "เครือข่ายทางสังคม : ภาคบังคับใช้กฎหมาย" ว่า จังหวัดสุโขทัย มีจุดเด่นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยจุดเริ่มต้นมาจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พุทธศักราช 2560 เพื่อรองรับภายหลังผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในตลาดสดและสถานีขนส่งผู้โดยสาร โดย คผยจ. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการควบคุมบังคับใช้กฎหมาย ที่ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 6 หน่วยงาน ได้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ องค์การบริหารส่วนจังหวัด สำนักงานขนส่งจังหวัด สำนักงานสรรพสามิตจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี โดยเริ่มต้นบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังแห่งแรกคือ ตลาดสดเทศบาลสุโขทัยธานี

การดำเนินงานได้แบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะแรกคือการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจร่วมกันระหว่างพ่อค้า แม่ค้า และผู้มาใช้บริการในตลาด เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อให้เกิดการรับรู้ว่าสถานที่แห่งนี้จะปลอดจากบุหรี่ หากมีการสูบจะผิดกฎหมายและจับปรับจริง จากนั้นเข้าสู่ระยะการเริ่มบังคับใช้กฎหมายแบบเข้มงวด ที่มีการตรวจสอบว่ามีใครสูบบุหรี่ในสถานที่แห่งนี้หรือไม่ หากมีก็จะนำเจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปดำเนินคดีเพื่อปรับทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น ในระยะถัดมาคือขยายความร่วมมือไปยังกลุ่มประชาชน ที่อาศัยในตึกแถวโดยรอบตลาดสด ซึ่งได้รับความร่วมมือดีมาก มีผู้เข้าร่วมเครือข่ายกว่า 120 คน ทำให้ต้องตั้งกรุ๊ปไลน์ขึ้นมาเพื่อแจ้งเหตุว่า มีใครสูบบุหรี่ในสถานที่แห่งใด เจ้าหน้าที่ก็จะลงไปในพื้นที่ภายใน 5 นาที เพื่อจับและปรับต่อไป โดยเจ้าหน้าที่จะทำการปรับในอัตราที่ต่ำสุด เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบมากนัก

โดยมุ่งเน้นให้เกิดกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ว่า สถานที่แห่งนี้มีการจับจริง ปรับจริง จากนั้นคณะอนุกรรมการจาก 6 หน่วยงาน ได้ขยายพื้นที่จากตลาดสดเทศบาลสุโขทัยธานี ไปสู่ตลาดสดหลักในทุกอำเภอ โดยสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย ได้ทำหนังสือเวียนไปสำนักงานตำรวจภูธรทุกอำเภอ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุข เพื่อนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ขอแจ้งประชาสัมพันธ์การเปิดใช้ระบบบริการศูนย์ข้อมูลข่าวสารครบวงจร (THCC) - ขอแจ้งประชาสัมพันธ์การเปิดใช้ระบบบริการศูนย์ข้อมูลข่าวสารครบวงจร (THCC)
  • ขอเชิญชวนส่งบทความเพื่อตีพิมพ์ใน วารสารการสร้างเสริมสุขภาพไทย Thai Health Promotion Journal -
  • PERSONA HEALTH คัดข้อมูลสุขภาพที่ใช่ ให้ตรงกับตัวคุณ -
  • ไทยรู้สู้โควิด -
  • คู่มือ การจัดตั้งศูนย์แยกกักตัวในชุมชน Community Isolation (ฉบับปฏิบัติการ) -
  • คู่มือแยกกักตัวที่บ้าน เรื่องควรรู้ที่คุณหมอรวบรวมมาให้ -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 -
  • ชัวร์โควิดและวัคซีน -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาอังกฤษ -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาลาว -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาพม่า -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษากัมพูชา -
  • คู่มือ วัคซีนสู้โควิด (ฉบับประชาชน) -
  • คู่มือ การบริหารจัดการโครงการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

กฐิน หมวก กันน็อก กฎหมาย รถยนต์  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth ปันสุข แบ่งปัน สรรค์สร้าง เพื่อชุมชนน่าอยู่ ดอกไม้ของขุนทะเล ใจที่พร้อม เกษตรอินทรีย์ มติชุมชน เพื่อความอุดมสมบูรณ์ เส้นทางความอดทน เพลงอีแซว รสแกงที่แตกต่าง สืบสานภูมิปัญญา นวดแผนไทยรุ่นจิ๋ว สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุม  โป๊บ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ  ขี้อาย  เมืองดี๊ดี  คู่มือพัฒนานักเรียนแกนนำพี่สอนน้อง ป้องกันภัยบุหรี่  เศษกระดาษ  วันพระรักษาศีล  พระสังฆราชประทานพระโอวาทวันวิสาขบูชา  ผิวพรรณแตกลาย  แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาชน (สสย.) สสส.  พระรัตนตรัย  จั๊งค์ฟู้ด  วช.  เผาพลาญ  โรงพยาบาลศิริราช  น้ำตาล  เรื่องเล่าแห่งความหวังและพลังใจ  ศูนย์การประชุมพีช  สูบน้ำคลอง  

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม