คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนตุลาคม 2564)

| |
อ่าน : 736
สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกคน
 

นับเป็นวิกฤตยาวนานที่กระทบวิถีชีวิตผู้คนทั่วโลกแทบจะทุกมิติ หลัง "โควิด-19" ได้แพร่ระบาด หลายสิ่ง หลายอย่างเกิดความเปลี่ยนแปลง ทั้งที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยเฉพาะหน้าจากโรค และที่เราเรียนรู้จากการปรับเปลี่ยนเพื่อที่จะพัฒนาสู่วิถีขีวิตที่ลงตัวมากยิ่งขึ้นในโลกที่เปลี่ยนแปลง

งานสร้างเสริมสุขภาพที่ สสส. ดำเนินการและสนับสนุนอยู่ก็เช่นกัน ทุกแผนทุกหน้างาน ล้วนปรับการทำงานใหสอดคล้องต่อทุขภาวะในบริบทใหม่ที่เกิดขึ้น เช่น การลดปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ยังคงเดินหน้าต่อไป การเชื่อมโยงกับผู้ป่วยโรคเรื้องรังที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจะเกิดอาการหนักและเสียชีวิตหากติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งเป็นภัยตรงหน้า ที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับคนส่วนใหญ่

งานด้านการสร้างสุขภาวะในชุมชน ชุมคนเข้มแข็งที่มีบทบาทเสริมวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่นำไปสู่การมีสุขภาพดีในแต่ละพื้นที่ ก็ปรับตัวเป็นชุมชนที่ร่วมกันเฝ้าระวังโรค เป็นหัวหอกในการจัดศูนย์แยกกักโรคในชุมชน ใช้ความเข้มแข็งที่สะสมมาตลอดร่วมกัน พาคนทั้งชุมชนให้ผ่านวิกฤตอย่างบอบช้ำน้อยที่สุด

ส่วนแผนงานที่ดูแลประชากรกลุ่มที่ขาดโอกาสในสังคม ก็ใช้ทุนทางสังคมที่สร้างเครือข่ายกับกลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าถึงกลไกและสวัสดิการของรัฐเหล่านี้ เพื่อเชื่อมให้พวกเขาเข้าถึงบริการที่จำเป็น เช่น การได้รับการเยียวยาและการฉีดวัคซีน การจัดตั้งศูนย์แยกกักตัวในบ้านและในชุมชนแออัด ไปจนถึงข้อเสนอนโยบายต่อการแก้ไขปัญหาแรงงานข้ามชาติเพื่อการป้องกันโรคและผลระยะยาว

ในจดหมายข่าวเดือนนี้ มีบทความที่แสดงถึงบทบาทการสร้างเสริมสุขภาพในมลภาวะโรคระบาดในสองกลุ่มวัยที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มเด็กนักเรียนที่ต้องปรับตัวมาเรียนออนไลน์ ซึ่งกระทบทั้งตัวเด็ก ผู้ปกครอง และทั้งระบบการศึกษา เนื่องจากความไม่พร้อมหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของอุปกรณ์การเรียน การเข้าถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะลักษณะของการเรียนออนไลน์ที่ไม่ได้เหมาะกับเด็กทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ไม่สามารถมีสมาธิหน้าจอได้ตลอดเวลา และยังทำให้เด็ก ๆ เนือยนิ่งเพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเรียนออนไลน์ ส่งผลได้เด็ก ๆ เครียดได้ไม่ต่างจากผู้ใหญ่ จนหลายบ้านอาจจะกระทบไปถึงสัมพันธภาพในครอบครัวได้ สสส. ได้มีโครงการที่ช่วยเหลือพ่อแม่ให้ค้นหาทางออก ไม่ว่าจะเป็นโครงการ "คุณเปลี่ยนลูกเปลี่ยน" ที่เน้นฝึกให้พ่อแม่สามารถสื่อสารกับลูก เพื่อดูแลให้เด็ก ๆ เรียนออนไลน์ได้ โดยไม่กระทบความสัมพันธ์กันและกัน ซึ่งมีพ่อแม่ผู้ปกครองที่อยู่ในกลุ่มเป็นพี่เลี้ยง ให้คำปรึกษากัน และโครงการ "NET PA-MA เน็ต ป๊า-ม้า" ที่มีทีมผู้เชี่ยวชาญร่วมกันสร้างหลักสูตรการสื่อสารเชิงบวกเพื่อนำไปสู่การจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

กลุ่มผู้สูงอายุ ก็คือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทั้งในฐานะกลุ่มวัยเสี่ยงที่สุดต่อโรคแล้ว ยังถูกกระทบหนักต่อสุขภาวะทางจิต ทางสังคม ทางการงานและรายได้อีกด้วย ผู้สูงอายุต้องการได้รับการดูแลทั้งจากคนในครอบครัว และหน่วยงานต่าง ๆ อันนับเป็นบททดสอบของไทยที่เข้าสู่สังคมสูงอายุมาหลายปีแล้ว

เป็นที่ชัดเจนขึ้นตามลำดับว่า ในอนาคตประชากรโลก คงจะต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับโควิด-19 และภัยพิบัติใหม่ ๆ ที่จะกระทบต่อชะตากรรมร่วมของทั้งโลกไปอีกนาน

สิ่งสำคัญ คือ ต่อจากนี้เราทุกคนจะต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เกิดสมดุลที่จะนำมาสู่สุขภาวะในวิถีใหม่ ซึ่ง สสส. จะยังคงเดินหน้าเพื่อสนับสนุนการปรับวิถีสุขภาพของประชาชนไปด้วยกัน

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม