เป็น ‘หอบ’ กินยาลดอ้วน อันตรายถึงชีวิต!!

โดย
| |
อ่าน : 9,410

ก่ออาการแพ้ยารุนแรงเสี่ยงช็อกตาย!!

 

 

          นายสุชาติ ถนอมวรากรณ์ เภสัชกรสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ยาลดความอ้วนมีด้วยกัน 2 กลุ่ม คือ ประเภทแรก ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทหรือมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ยาพวกนี้ได้แก่ ยาบ้า ยาเสพติด แอมเฟตามีน เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะไม่รู้สึกอยากที่จะรับประทานอาหาร ทำให้ร่างกายซูบผอม ยาเหล่านี้จึงถือเป็นยาอันตรายที่ไม่มีจำหน่ายในร้านขายยาทั่วไป ถือเป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 จะมีเฉพาะคลีนิกหรือโรงพยาบาลและสั่งจ่ายตามความเห็นของแพทย์เท่านั้น เนื่องจากจะมีผลทำให้บางคนมีอาการคลุ้มคลั่งได้ หรืออาจจะช๊อค นอกจากนี้ยังมีผลทำให้เกิดเสพติด ง่วงซึม นอนไม่หลับ

 

          ส่วนอีกกลุ่มเป็นยาที่ไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทโดยตรง แต่จะไปมีผลต่อระบบทางเดินอาหาร ปกติยากลุ่มนี้จะใช้ในการรักษาโรค แต่ก็มีการนำมาดัดแปลงเอาไปปนกับยาชุดบางกลุ่ม มักจะพบในกลุ่มยาที่มีฮอร์โมนไทลอยด์ ซึ่งจะมีในยาถ่าย ยาระบาย ยานอนหลับ ส่วนใหญ่ตามร้านขายยามีจำหน่ายเป็นชุด ก็จะมียาประเภทนี้ปนมาด้วย

 

 

          ตรงนี้ก็ไปใช้ในการลดความอ้วน เนื่องจากเมื่อรับประทานยาที่มีฮอร์โมนไทลอยด์เข้าไป ก็จะมีผลต่อการเผาผลาญสารอาหารในร่างกาย ทำให้การเผาผลาญพลังงานเร็วขึ้น เมื่อรับประทานยาวนานจะมีผลในการไปกดการสร้างฮอร์โมน ทำให้ร่างกายขาดการสร้างฮอร์โมนจนกลายเป็นโรคไฮโปรไทลอยด์

 

          สำหรับกรณี น.ส.สมจิตร นั้นยังไม่สามารถที่จะระบุชัดว่าตายเพราะยาลดความอ้วนหรือไม่ เพราะยังไม่ทราบว่าเป็นยากลุ่มไหน แต่กรณีถ้าหยุดยาลดความอ้วนสองสัปดาห์จะเสียชีวิตนั้นเป็นไปได้ยาก แต่หากว่าเจตนารับประทานเข้าไปมากเกินขนาด ก็มีโอกาสช๊อค หรือกรณีแพ้ยาอย่างรุนแรงก็มีโอกาสเช่นกัน

 

          ในส่วนของคนที่เป็นโรคไต ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคตับก็มีโอกาสที่จะเสียชีวิตจากการรับประทานยาประเภทนี้ได้ และการที่ลดน้ำหนักจาก 60 ก.ก. มาเป็น 49 ก.ก. อย่างรวดเร็วถือว่าอันตรายมาก จริงๆ แล้วไม่ควรเกินอาทิตย์ละ 1 ก.ก. เท่านั้น

 

          นายสุชาติ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของคนที่เป็นโรคหอบนั้น ก็มีโอกาสเสียชีวิตจากการรับประทานยาลดความอ้วนได้ เนื่องจากโรคนี้เกี่ยวกับภูมิแพ้และเราก็ไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นภูมิแพ้ขั้นใดและภูมิแพ้อะไร เพราะคนที่เป็นภูมิแพ้ก็จะแพ้ยาเร็วกว่าคนปกติอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูผลพิสูจน์จากนิติวิทยาศาสตร์ว่าพบสารอะไรบ้าง เภสัชกรกล่าวในที่สุด

 

 

 

 

 

ที่มา: สำนักข่าวเนชั่น

 

 

update 26-06-52

อัพเดทเนื้อหาโดย : กันทิมา ลีจันทึก

 

 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

- อย. เตือนอย่าเชื่อ กาแฟลดอ้วน

- อย.เตือน!! อย่าเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์ลดอ้วน

- โรคหอบหืด คืออะไร?

- อันตราย!!พบ "ไซบูทรามีน" ในอาหารเสริม

- โรคภูมิแพ้

- โรคภูมิแพ้พบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม