อย.ชี้อันตราย ‘ยาปฏิชีวนะ’

โดย
| |
อ่าน : 3,651

เสี่ยงแพ้รุนแรงถึงเสียชีวิต!!

 

 

          ภญ.วีรวรรณ แตงแก้ว รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า ประชาชนทั่วไปรู้จักยาปฏิชีวนะในชื่อ "ยาแก้อักเสบ" ซึ่งเป็นชื่อเรียกที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากยาปฏิชีวนะเป็นยาที่ใช้รักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

 

          ส่วนการอักเสบอาจเกิดขึ้นด้วยสาเหตุมากมาย ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคภูมิแพ้ กล้ามเนื้ออักเสบ หรือการอักเสบจากการถูกความร้อนหรือสารเคมี บางกรณีเป็นการติดเชื้อซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส เช่น โรคหวัดหรือไข้หวัด เป็นต้น ยาปฏิชีวนะจึงไม่ใช่ยาแก้อักเสบ แต่เป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เมื่อมีอาการอักเสบดังกล่าวจึงไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะทันที แต่ควรต้องตรวจวินิจฉัยก่อนว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไม่

 

          มีหลายคนมักเข้าใจผิดว่าหากป่วยเป็นโรคหวัดแล้วมีอาการเจ็บคอ หรือระคายคอ ท้องเสียจากอาหารเป็นพิษ รวมทั้งเกิดบาดแผลโดยทั่วไป ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ที่จริงส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ เพราะอาการป่วยดังกล่าวอาจไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และการใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อโดยไม่สมเหตุสมผล อาจเสี่ยงต่ออาการข้างเคียงและการแพ้ยา เช่น คลื่นไส้ ท้องเดิน มีผื่นคัน หรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต รวมทั้งอาจก่อให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยา

 

          ภญ.วีรวรรณเปิดเผยว่า การดื้อของเชื้อโรคต่อยานั้น เกิดจากการที่เชื้อแบคทีเรียถูกคุกคามโดยการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างพร่ำเพรื่อ ทำให้เชื้อเกิดการกลายพันธุ์ สามารถทนทานต่อฤทธิ์ของยาซึ่งเคยใช้ได้ผลมาก่อน ทำให้ต้องใช้ยาปฏิชีวนะที่อันตรายมากขึ้นและแพงขึ้น หรืออาจถึงขั้นรักษาไม่หายและเสียชีวิตจากการติดเชื้อดื้อยาได้ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ก่อนใช้ยาปฏิชีวนะทุกครั้งควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

 

          ทั้งนี้ การใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อเป็นปัญหาสำคัญระดับโลก เพราะเชื้อโรคที่ดื้อยาสามารถแพร่กระจายในชุมชนได้ งานวิจัยโดยองค์การอนามัยโลกชี้ว่า การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่สมเหตุผล พบทั้งจากการสั่งใช้ยาของบุคลากรทางการแพทย์และการใช้ยาของประชาชน ผู้ป่วยยังคงเรียกร้องที่จะใช้ยาปฏิชีวนะเมื่อป่วยด้วยอาการเล็กน้อย เช่น ครั่นเนื้อครั่นตัว เจ็บคอ น้ำมูกไหล ไอ จาม โดยเป็นอาการของโรคหวัดจากเชื้อไวรัส ซึ่งยาปฏิชีวนะไม่มีผลต่อโรคดังกล่าว

 

          จากการสำรวจสภาพปัญหาการใช้ยามากเกินความจำเป็นของประเทศไทยในช่วงปี 2549 พบว่า กลุ่มยาฆ่าเชื้อซึ่งมียาปฏิชีวนะรวมอยู่ด้วยนั้น มีมูลค่าการผลิตและนำเข้าสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 16,000 ล้านบาท หรือเกือบ 1 ใน 4 ของมูลค่ายาทั้งหมด

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

ภาพประกอบ: อินเทอร์เน็ต

 

 

update 09-07-52

อัพเดทเนื้อหาโดย : กันทิมา ลีจันทึก

 

 

 

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • คู่มือ การบริหารจัดการโครงการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • รับสมัครผู้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินโครงการ สสส. -
  • การแสดงความเห็นต่อ (ร่าง) ทิศทาง เป้าหมายและยุทธศาสตร์ ระยะ 10 ปี (พ.ศ.2565-2574) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - การแสดงความเห็นต่อ (ร่าง) ทิศทาง เป้าหมายและยุทธศาสตร์ ระยะ 10 ปี (พ.ศ.2565-2574) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ประกาศเตือนภัย -
  • รับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้อำนวยการศูนย์กิจการสร้างสุข -
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม