อย.ชี้อันตราย ‘ยาปฏิชีวนะ’

โดย
| |
อ่าน : 3,323

เสี่ยงแพ้รุนแรงถึงเสียชีวิต!!

 

 

          ภญ.วีรวรรณ แตงแก้ว รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า ประชาชนทั่วไปรู้จักยาปฏิชีวนะในชื่อ "ยาแก้อักเสบ" ซึ่งเป็นชื่อเรียกที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากยาปฏิชีวนะเป็นยาที่ใช้รักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

 

          ส่วนการอักเสบอาจเกิดขึ้นด้วยสาเหตุมากมาย ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคภูมิแพ้ กล้ามเนื้ออักเสบ หรือการอักเสบจากการถูกความร้อนหรือสารเคมี บางกรณีเป็นการติดเชื้อซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส เช่น โรคหวัดหรือไข้หวัด เป็นต้น ยาปฏิชีวนะจึงไม่ใช่ยาแก้อักเสบ แต่เป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เมื่อมีอาการอักเสบดังกล่าวจึงไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะทันที แต่ควรต้องตรวจวินิจฉัยก่อนว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไม่

 

          มีหลายคนมักเข้าใจผิดว่าหากป่วยเป็นโรคหวัดแล้วมีอาการเจ็บคอ หรือระคายคอ ท้องเสียจากอาหารเป็นพิษ รวมทั้งเกิดบาดแผลโดยทั่วไป ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ที่จริงส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ เพราะอาการป่วยดังกล่าวอาจไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และการใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อโดยไม่สมเหตุสมผล อาจเสี่ยงต่ออาการข้างเคียงและการแพ้ยา เช่น คลื่นไส้ ท้องเดิน มีผื่นคัน หรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต รวมทั้งอาจก่อให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยา

 

          ภญ.วีรวรรณเปิดเผยว่า การดื้อของเชื้อโรคต่อยานั้น เกิดจากการที่เชื้อแบคทีเรียถูกคุกคามโดยการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างพร่ำเพรื่อ ทำให้เชื้อเกิดการกลายพันธุ์ สามารถทนทานต่อฤทธิ์ของยาซึ่งเคยใช้ได้ผลมาก่อน ทำให้ต้องใช้ยาปฏิชีวนะที่อันตรายมากขึ้นและแพงขึ้น หรืออาจถึงขั้นรักษาไม่หายและเสียชีวิตจากการติดเชื้อดื้อยาได้ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ก่อนใช้ยาปฏิชีวนะทุกครั้งควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

 

          ทั้งนี้ การใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อเป็นปัญหาสำคัญระดับโลก เพราะเชื้อโรคที่ดื้อยาสามารถแพร่กระจายในชุมชนได้ งานวิจัยโดยองค์การอนามัยโลกชี้ว่า การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่สมเหตุผล พบทั้งจากการสั่งใช้ยาของบุคลากรทางการแพทย์และการใช้ยาของประชาชน ผู้ป่วยยังคงเรียกร้องที่จะใช้ยาปฏิชีวนะเมื่อป่วยด้วยอาการเล็กน้อย เช่น ครั่นเนื้อครั่นตัว เจ็บคอ น้ำมูกไหล ไอ จาม โดยเป็นอาการของโรคหวัดจากเชื้อไวรัส ซึ่งยาปฏิชีวนะไม่มีผลต่อโรคดังกล่าว

 

          จากการสำรวจสภาพปัญหาการใช้ยามากเกินความจำเป็นของประเทศไทยในช่วงปี 2549 พบว่า กลุ่มยาฆ่าเชื้อซึ่งมียาปฏิชีวนะรวมอยู่ด้วยนั้น มีมูลค่าการผลิตและนำเข้าสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 16,000 ล้านบาท หรือเกือบ 1 ใน 4 ของมูลค่ายาทั้งหมด

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

ภาพประกอบ: อินเทอร์เน็ต

 

 

update 09-07-52

อัพเดทเนื้อหาโดย : กันทิมา ลีจันทึก

 

 

 

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครและการเสนอชื่อบุคคล เพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการกีฬา ในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม