ซนแบบไหน…เข้าข่ายสมาธิสั้น

| |
อ่าน : 719

ที่มา : กรมการเเพทย์ 

ซนแบบไหน…เข้าข่ายสมาธิสั้น thaihealth

แฟ้มภาพ

กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี แนะผู้ปกครอง สังเกตลูกน้อย หากพบอาการขาดสมาธิ ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งที่ทำ ซุกซนมากกว่าเด็กปกติ พูดจาไม่หยุด และหุนหัน พลันแล่น อาจเข้าข่ายโรคสมาธิสั้น ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธี

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคสมาธิสั้น (Attention-deficit hyperactivity disorder;ADHD) พบได้ตั้งแต่เด็กอายุ 4-5 ปีขึ้นไป และพบได้มากถึงร้อยละ 5 ในเด็กวัยเรียน สำหรับสาเหตุของโรคสมาธิสั้นเกิดจากปัจจัยหลายอย่างร่วมกันโดยมีปัจจัยหลัก คือ 1.ปัจจัยทางชีวภาพ ได้แก่ ปัจจัยทางด้านพันธุกรรม ปัจจัยทางด้านระบบประสาท ซึ่งเกิดจากสารในสมองส่วนหน้า คือ โดพามีน(Dopamine) และ นอร์เอพิเนฟริน(Norepinephrine) ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมพฤติกรรมและสมาธิมีการทำงานที่ลดลง การดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ของแม่ขณะตั้งครรภ์ ทารกที่คลอดก่อนกำหนด และมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ 

2. ปัจจัยทางสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู ซึ่งทำให้เด็กมีอาการคล้ายโรคสมาธิสั้นมากขึ้น โดยการเลี้ยงดูของพ่อแม่ที่ขาดระเบียบวินัย นอนดึก นอนน้อย และมีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และโทรทัศน์เป็นเวลานาน จะทำให้เด็กขาดทักษะสังคมและการสื่อสาร รวมถึงอาจมีปัญหาพฤติกรรมรุนแรงที่เกิดจากการเลียนแบบสิ่งที่ดูจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์

นายแพทย์อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับวิธีการสังเกตอาการของลูกให้ดูอาการหลัก 2 ด้านคือ 1.ขาดสมาธิ มีสมาธิสั้น ขี้ลืม ทำงานไม่สำเร็จ ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งตรงหน้า (ไม่รวมถึงการดูสื่ออิเล็คทรอนิกส์) 2. มีพฤติกรรมซุกซน นั่งไม่ติดที่ พูดมากหรือพูดโพล่ง และขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ซึ่งเด็กบางคนอาจมีอาการเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือมีทั้ง 2 กลุ่มอาการร่วมกันก็ได้ 

การรักษาโรคสมาธิสั้นจะประกอบด้วยการปรับพฤติกรรมโดยเฉพาะในเด็กเล็ก คือ มีการสอนให้เด็กรู้จักการอดทนและรอคอย มีการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ลดการใช้สื่ออิเลคทรอนิกส์ ซึ่งต้องใช้เวลานานและต้องทำอย่างสม่ำเสมอโดยมีแพทย์คอยให้คำปรึกษาในแต่ละขั้นตอน ผู้ป่วยในบางรายอาจมีการรักษาด้วยยารับประทานควบคู่กับการปรับพฤติกรรม(ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์)   ทั้งนี้ ผู้ปกครองควรหมั่นสังเกต และติดตามอาการลูกอย่างใกล้ชิด หากพบอาการดังกล่าว สามารถพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น และกุมารแพทย์ทางด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเพื่อทำการรักษาต่อไป

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครและเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการสื่อสารมวลชน ในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • คู่มือ วัคซีนสู้โควิด (ฉบับประชาชน) -
  • คู่มือ การบริหารจัดการโครงการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • รับสมัครผู้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินโครงการ สสส. -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

404 File Not Found.
Sorry, the page you requested
may have been move or delete.

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม