พบแนวโน้มผู้สูงอายุไทยถูกทำความรุนแรงสูงขึ้น

โดย
| |
อ่าน : 2,477

วอนเข้าใจ ดึงชุมชนร่วมดูแล

 

          นักวิชาการเผยผลการศึกษาสถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้สูงอายุทั่วประเทศ พบผู้สูงอายุถูกทำร้ายจิตใจสูงสุด  รองลงมา เป็นเรื่องการทอดทิ้ง ละเลย การเอาประโยชน์  ชี้โครงสร้างสังคมเปลี่ยนผู้สูงอายุมีแนวโน้มถูกใช้ความรุนแรงมากขึ้น  วอนช่วยกันรณรงค์สร้างความเข้าใจ  ดึงชุมชนร่วมดูแล

 

          ผศ.ดร.สุวิณี วิวัฒน์วานิช  คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เปิดเผยผลการศึกษาเรื่องความรุนแรงผู้สูงอายุไทย:การทบทวนองค์ความรู้และสถานการณ์ในปัจจุบัน สนับสนุนโดยมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย(มส.ผส.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า  แนวโน้มผู้สูงอายุในสังคมไทยจะถูกใช้ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการดูแลผู้สูงอายุในสังคมไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่ลูกหลานต้องช่วยกันดูแล แต่เมื่อวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพและสภาพเศรษฐกิจของสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปทำให้ลูกหลานต้องไปประกอบอาชีพนอกบ้านหรือย้ายถิ่นไปทำมาหากินที่อื่น ทำให้การดูแลผู้สูงอายุลดน้อยลง และอาจมีแนวโน้มในการใช้ความรุนแรงแก่ผู้สูงอายุที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจมากขึ้น

 

          ผลจากการศึกษาข้อมูลในพื้นที่ทั้ง 4 ภาครวมทั้งเขตกรุงเทพมหานคร  พบว่าสถานการณ์การกระทำความรุนแรงต่อผู้สูงอายุไทยมีหลักฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ชัดเจน ข้อมูลจากผู้ที่ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ สงเคราะห์ผู้สูงอายุ   โดยปัญหาความรุนแรงต่อผู้สูงอายุมี แนวโน้มเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ถูกละเลย ทอดทิ้ง  และถูกกระทำรุนแรงทางด้านจิตใจ  จากลูกหรือสมาชิกในครอบครัว            

 

          ผศ.ดร.สุวิณี กล่าวว่า  ในกรณีที่ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง  สาเหตุส่วนใหญ่มาจากผู้สูงอายุอยู่ในสภาพที่ช่วยเหลือตนเองได้น้อยลง  เจ็บป่วย   ครอบครัวยากจนลูกไม่สามารถดูแลได้ หรือลูกทิ้งให้อยู่บ้านตามลำพัง และลูกไปประกอบอาชีพที่อื่นขาดการติดต่อ"   ส่วนความรุนแรงที่พบในลำดับรองลงมา คือ การทำร้ายทางจิตใจจากคำพูด  หรือพฤติกรรมที่ลูกแสดงต่อผู้สูงอายุ  ทำให้ผู้สูงอายุเสียใจ  หมดกำลังใจ เช่น การด่าทอ ว่ากล่าว บังคับขู่เข็ญ  การไม่เคารพเชื่อฟัง  นอกจากนี้ยังพบว่า ในหลายกรณี พบการกระทำรุนแรงโดยการเอาเปรียบทางด้านทรัพย์สิน  เกิดจากการที่พ่อแม่ผู้สูงอายุได้แบ่งและมอบทรัพย์สินแก่ลูกหมดเรียบร้อยแล้ว  และลูกไม่ให้พ่อแม่อยู่ในบ้าน  ผู้สูงอายุจึงต้องมาอยู่ ณ สถานสงเคราะห์คนชรา  หรือกรณีที่ลูกๆให้บิดามารดาผู้สูงอายุไปขอทานมาเลี้ยงลูกหลาน

 

          ส่วนการกระทำรุนแรงทางร่างกายต่อผู้สูงอายุ พบ กรณีการทุบตี ชกต่อย  การทำร้ายร่างกายผู้สูงอายุ  เกิดจากลูกเมาสุรา  ติดสารเสพติด  ผู้สูงอายุที่ถูกกระทำรุนแรงทางเพศเกิดจากการที่ลูกป่วยเป็นโรคจิต  ทั้งนี้ กรณีทำร้ายทางกายหรือทางเพศยังมีการรายงานจำนวนไม่มาก   ทั้งนี้อาจเกิดจากเป็นปัญหาที่ซ่อนเร้น ไม่กล้าบอก   ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องรับรู้จากการสังเกตผู้สูงอายุดังกล่าว มีอาการหงอยเหงา ซึมเศร้า หรือพบมีร่องรอยมีบาดแผล  ฟกซ้ำ ดำเขียว" ผศ.ดร.สุวิณี กล่าว

 

          อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.สุวิณี กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อผู้สูงอายุ เป็นสิ่งที่สังคมไทยรับไม่ได้ เนื่องจากการทำร้ายบุพการีของตัวเองถือเป็นบาป   เช่น กรณีคลิปลูกทำร้ายแม่ที่ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ที่เกิดขึ้น   แต่หากดูด้วยความเข้าใจจะพบว่า ลูกที่ต้องดูแลแม่ ที่อยู่ในภาวะหลงลืม ช่วยตนเองไม่ได้  เป็นเวลาติดต่อกัน 365 วันโดยไม่มีวันหยุดต่อเนื่องกันมานาน 4 ปี  ดังนั้นลูกสาวที่เป็นผู้ดูแลย่อมมีภาวะเครียดสูง เก็บกด รู้สึกเหนื่อย หงุดหงิดจากพฤติกรรมของแม่ตนเอง  จึงเป็นประเด็นที่สังคมจะต้องทำความเข้าใจ ร่วมกัน หาทางช่วยเหลือ  เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ก็จะเกิดกรณีการทำรุนแรงต่อผู้สูงเกิดขึ้นจากผู้ดูแลที่เกิดความเครียดดังกรณีนี้

 

          " กรณี ที่อ.กงไกรลาศ  หลังจากที่คลิปเผยแพร่ไป ส่งผลต่อชีวิตของเขา ถึงขั้นต้องย้ายออกจากชุมชน ซึ่งกรณีแบบนี้สังคมจะต้องทำความเข้าใจร่วมกัน หาวิธีการช่วยเหลือทั้งสองฝ่าย คือการเห็นคุณค่าผู้สูงอายุ และผู้ที่ดูแล" ผศ.ดร.สุวิณี กล่าว

 

          ผศ.ดร.สุวิณี กล่าวต่อว่า  ปัญหาความรุนแรงต่อผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มมากขึ้น จำเป็นต้องสร้างความตระหนักถึงปัญหา  และรณรงค์สร้างเข้าใจกับสังคมไทยเพิ่มมากขึ้น  การเข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง การร่วมกันหาทางช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา  ร่วมกับการส่งเสริมการดูแลผู้สูงอายุอย่างเข้าใจ ตั้งแต่ระดับครอบครัวที่จะต้องมีการช่วยเหลือกัน แบ่งภาระในการดูแลเพื่อไม่ให้ผู้ดูแลผู้สูงอายุรับภาระหนักจนเกิดความเครียด  หรือหาวิธีการช่วยเหลือ รองรับในกรณีที่ครอบครัวอาจมีข้อจำกัดในการดูแลผู้สูงอายุ  รวมทั้งการจัดระบบการเฝ้าระวังการกระทำรุนแรงต่อผู้สูงอายุในชุมชน  "เราต้องช่วยกันรณรงค์ ค่านิยมของสังคมไทย ในการเคารพ เห็นคุณค่าผู้สูงอายุ ความกตัญญูต่อบุพการี  วัฒนธรรมของสังคมที่ ลูกหลาน เข้ามาช่วยดูแล รวมไปถึงการสร้างระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ที่สามารถรองรับ ช่วยเหลือครอบครัว หรือผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อสามารถดูแลผู้สูงอายุได้อย่างมีความสุขในบั้นปลายชีวิตของท่าน"  ผศ.ดร.สุวิณี กล่าวทิ้งท้าย

 

 

 

 

 

 

ที่มา: press release

 

 

 

update: 30-09-52

อัพเดทเนื้อหาโดย: อัญณิกา กฤษสมัย

 

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม