คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนมกราคม 2564)

| |
อ่าน : 1,653
สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกคน
 

ปี 2564 น่าจะมาพร้อมกับความหวังของการฟื้นตัวของผู้คนทั่วโลก แม้หน้าหนาวในไทยและหลายประเทศในช่วงนี้ยังขยายการเพิ่มทวีของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ปรับตัวเป็นสายพันธุ์ใหม่ๆ ก็ตาม แต่ก็มาพร้อมๆ กับการเริ่มการฉีดวัคซีนในหลายประเทศได้สร้างความหวังว่า ไวรัสหยุดโลกนี้จะค่อยๆ ลดการคุกคามมนุษยชาติลงตั้งแต่กลางปีเป็นต้นไป

สสส. จึงขอเชิญชวนให้จับตามองทิศทางสุขภาพไทยในปีหน้า ซึ่งยังคงต้องได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในปีก่อน และประเด็นสุขภาพอื่นที่กลับมาสู่ความสนใจในการสร้างสุขภาพกันอีกครา

ทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2564 Thaihealth Watch 2021 เป็นความร่วมมือของ สสส. คณะทำงานเครือข่ายทางวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิหน่วยสนับสนุนการบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพที่สำคัญของประเทศ อย่างสำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ บริษัท ไวซ์ไซท์ ประเทศไทย จำกัด

จุดเด่นสำคัญของงานชิ้นนี้ คือ การที่ไม่ได้เป็นเพียงการรวบรวม ประเมินสถานการณ์สำคัญด้านสุขภาพจากสถิติข้อมูลพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังใช้การ "ส่องโซเชียล" หรือการเข้าไปสำรวจ ติดตามข้อมูลในโซเชียลมีเดียที่ผู้คนกลุ่มต่างๆ จำนวนมหาศาลใช้กันอยู่ นำมาประกอบกับข้อมูลเชิงวิชาการ และเลือกประเด็นที่ภาคี สสส. ได้มีการทำงานเพื่อหาทางออกของปัญหาอยู่ในระดับหนึ่ง

จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2564 ได้มองเทรนด์สุขภาพ ฉายภาพพฤติกรรม ได้เปิด 10 ประเด็นทิศทางสุขภาพคนไทยที่มีผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 มาราธอน เขย่าพฤติกรรมสุขภาพคนไทย 6 ประเด็น และสถานการณ์ที่น่าจับตาต่อเนื่องจากปี 2563 อีก 4 ประเด็น ซึ่งอยากชวนให้คนไทยมาร่วมกันให้ความสนใจ และเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพสำคัญเหล่านี้ร่วมกัน แนวโน้มของการใช้ข้อมูลที่นอกเหนือจากข้อมูลทางวิชาการแบบดั้งเดิม เช่น การจับกระแสสื่อสารของผู้คนจากโซเชียลมีเดีย หรือจาก Big Data แหล่งต่างๆ ที่เกิดจากความเคลื่อนไหวของพฤติกรรม การบริโภค การใช้จ่าย การแสดงความเห็น ฯลฯ เริ่มทวีความสำคัญมากขึ้นอย่างก้าวกระโดดในทุกแวดวง ไม่เว้นในวงวิชาการสุขภาพ

ตัวอย่างเช่น การสำรวจพฤติกรรมสุขภาพแบบดั้งเดิมที่ใช้การสำรวจด้วยแบบสอบถามในกลุ่มตัวอย่าง แล้วนำมาประมวล วิเคราะห์ สรุปเป็นสถิติ และสารสนเทศ เพื่อนำไปชี้ถึงสถานการณ์ปัญหาสุขภาพในภาพรวมของประชากร นอกจากเป็นกระบวนการที่ใช้กำลังคนและทรัพยากรสูงแล้ว ยังต้องใช้เวลาที่นานมาก แถมบางข้อมูลที่อ่อนไหวต่อการที่ผู้ตอบจะให้ข้อมูลจริงต่อคนแปลกหน้าที่มาสอบถาม ก็อาจได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความจริงไป ข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพที่สำคัญหลายประเด็นของการสำรวจระดับชาติ โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติหรือสถาบันวิชาการอาจต้องใช้เวลานับปีกว่าจะได้ผลพฤติกรรมย้อนหลังมาใช้ และอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้ผลการสำรวจครั้งต่อไปมาดูทิศทางแนวโน้มที่เปลี่ยนไป การสำรวจสุขภาพขนาดใหญ่บางเรื่องจะทำทุก 5 ปี และใช้เวลาประมวลผลไม่ต่ำกว่า 1 ปีหลังเก็บข้อมูล

แม้ข้อมูลวิชาการเหล่านี้ ยังเป็นรากฐานสำคัญทางวิชาการเพื่อวางแผนและประเมินผลอยู่ แต่ในโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกทีอย่างทุกวันนี้และในอนาคตที่กำลังมาถึง ได้สร้างความต้องการข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจให้ทันต่อสถานการณ์ความเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว และสามารถให้ข้อมูลเจาะลงไปในรายละเอียดของกลุ่มย่อยลงไปแทนที่จะเป็นเฉพาะภาพรวมของประชากรกลุ่มใหญ่ เพื่อวางแผนตอบสนองกลุ่มย่อยหรือกระทั่งรายปัจเจกบุคคลได้อย่างแม่นยำ

สสส.ก็กำลังปรับตัวสู่การใช้ข้อมูลจาก Big Data เหล่านี้ให้มากขึ้นในการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพ อย่างเช่น การจะจับพฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนไทย จากข้อมูลการบริโภคจริงของผู้บริโภคจากแหล่งต่างๆ มาประมวลร่วมกัน ที่จะทำให้ได้ฉายภาพเห็นพฤติกรรมที่ทันการณ์และเฉพาะเจาะจงต่อการทำงานด้านอาหารเพื่อสุขสภาพ เป็นต้น

หรือเครื่องมือเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพต่างๆ นับร้อยของ สสส. ในแคมเปญ "ชีวิตดีเริ่มที่เรา" เช่น "คู่มือเลิกบุหรี่" "แนวทางการคุยเรื่องเพศกับลูก" "การออกกำลังกายของผู้สูงอายุ" ฯลฯ ที่ได้เชิญชวนให้คนทั่วไปมานำไปใช้ก็กำลังจะถูกนำมาแยกแยะความเหมาะสมสอดคล้องต่อสถานะบุคคล กลุ่มเป้าหมายต่างๆ และถูกเลือกส่งแนบไปกับฐานข้อมูลของผู้ใช้หลักประกันสุขภาพรายบุคคล ที่น่าจะมีความต้องการจะใช้เครื่องมือเหล่านั้นที่แตกต่างกัน

ชีวิตวิถีใหม่ ของปี 2564 นี้ ในการทำงานของ สสส. รวมไปถึงการใช้แหล่งข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ ในการสร้างเสริมสุขภาพด้วย

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ