เทศกาลสารทจีน ห่วงอุบัติเหตุจากประทัด

โดย
| |
อ่าน : 764

ที่มา : เว็บไซต์ ASTV ผู้จัดการออนไลน์

เทศกาลสารทจีน ห่วงอุบัติเหตุจากประทัด thaihealth

แฟ้มภาพ

ในช่วงเทศกาลสารทจีนปีนี้ ควรระมัดระวังอุบัติเหตุจากประทัด รวมถึงอันตรายจากการเผากระดาษเงิน กระดาษทอง และจุดธูปเทียน โดยเฉพาะเด็กเล็กห้ามเด็กจุดประทัดเด็ดขาด

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสารทจีนของทุกปี ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนจะจัดพิธีไหว้บรรพบุรุษและไหว้เจ้าขึ้น โดยมีการจุดประทัดเพื่อเป็นการขับไล่สิ่งชั่วร้ายและทำให้กิจการเจริญรุ่งเรือง ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 2 กันยายน 2563 นั้น กรมควบคุมโรคจึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอุบัติเหตุจากการจุดประทัด โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก ผู้ปกครองควรดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะอาจได้รับบาดเจ็บที่รุนแรงจากความประมาทและความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

คำแนะนำในการจุดประทัด ดอกไม้ไฟ ควรปฏิบัติดังนี้ 1.ไม่เล่นผาดโผน ไม่ควรจุดใกล้วัตถุไวไฟหรืออาคารบ้านเรือน 2.ผู้ปกครองไม่ควรให้เด็กนำประทัดมาเล่นเด็ดขาด 3.ควรจุดให้ห่างจากตัวประมาณ 1 ช่วงแขน 4.ห้ามพยายามจุดประทัดที่จุดแล้วไม่ติดหรือไม่ระเบิดอย่างเด็ดขาด 5.ไม่เก็บประทัด ดอกไม้ไฟ ไว้ในกระเป๋าเสื้อ กางเกง หรือที่มีอากาศร้อน เพราะอาจเกิดการเสียดสีและระเบิดได้ 6.ควรเตรียมภาชนะบรรจุน้ำไว้ใกล้บริเวณที่เล่น 7.ห้ามประกอบหรือดัดแปลงประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุไว้เล่นเองเด็ดขาด

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนปฏิบัติตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 อย่างเคร่งครัด หากเกิดอุบัติเหตุ ให้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยให้รีบห้ามเลือดและใช้ผ้าสะอาดปิดบาดแผลหรือพันแผลบริเวณเหนือแผลให้แน่นเพื่อป้องกันเลือดออก ไม่ควรใช้เชือกหรือสายรัดเพราะจะทำให้เส้นประสาทหรือหลอดเลือดเสียได้ และขอให้รีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพ โทร.1669

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ยังมีอันตรายที่เกิดจากการเผากระดาษเงิน กระดาษทอง การจุดธูปเทียน ซึ่งส่วนใหญ่มีส่วนผสมของสารเคมี เมื่อถูกความร้อนในขณะเผา จะก่อให้เกิดไอระเหยของสารพิษ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้จุดหรือผู้เผา รวมถึงผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เมื่อสูดหายใจเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองตาและระบบทางเดินหายใจ เช่น ตาแห้ง แสบตา น้ำตาไหล ระคายเคืองจมูก จาม ไอ ระคายคอ หายใจลำบาก และยังทำให้ปวดศีรษะ โดยเฉพาะเด็กจะได้รับผลกระทบมากกว่าผู้ใหญ่

สำหรับวิธีการป้องกันสารเคมีจากการเผากระดาษเงิน กระดาษทอง ควรยืนอยู่เหนือลม เผานอกอาคารที่พักอาศัยและเผาทีละน้อย เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของเขม่าเถ้ากระดาษ และไม่ควรเผาขณะที่มีเด็กหรือมีผู้คนเดินผ่านไปมา ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัส ส่วนการป้องกันอันตรายจากธูปเทียน ควรเปิดประตู หน้าต่างทุกครั้ง รวมถึงเปิดพัดลมเพื่อช่วยระบายอากาศหรือควันธูปเทียน หลีกเลี่ยงการพักผ่อนนอนหลับในห้องและบริเวณที่มีการจุด และเมื่อธูปเทียนดับแล้วควรทิ้งเวลาสักระยะหนึ่งก่อนเข้าไปใช้ห้องหรือบริเวณดังกล่าว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • รับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้อำนวยการสถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 - การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม