ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย กับพลังใจและการให้ความจริง

| |
อ่าน : 321

ที่มา : กรมการเเพทย์

ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย กับพลังใจและการให้ความจริง thaihealth

เเฟ้มภาพ

“มะเร็งระยะสุดท้าย” หรือมะเร็งระยะลุกลาม เมื่อเกิดขึ้นกับใครหรือกับครอบครัวใดแล้ว ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะทำใจยอมรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการตรวจครั้งแรกที่พบว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ณ สถานการณ์นั้น ๆ การยอมรับความจริงก็คงต้องใช้เวลา หรือแม้ว่าจะตรวจเจอมะเร็งในระยะต้น ซึ่งมีโอกาสในการรักษาให้หายขาดสูง  แต่การยอมรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ก็ยังคงต้องใช้เวลาเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ความเอาใจใส่ ความเข้าใจและการให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคและให้ความจริงด้านสัจธรรมของชีวิต รวมทั้งการดำเนินตามบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยความรู้สึกตัว ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทั้งผู้ป่วยและญาติควรควรตระหนักและใส่ใจ

นายแพทย์สมศักดิ์  อรรฆศิลป์  อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศข้อมติให้ประเทศสมาชิกบูรณาการการดูแลแบบประคับประคองเข้าเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาผู้ป่วยตลอดช่วงชีวิต ด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ครอบคลุมทั้งร่างกาย จิตใจ สังคมและจิตวิญญาณ โดยให้ผู้ป่วยและครอบครัวเป็นศูนย์กลางในการบรรเทาความทุกข์ทรมานจากอาการปวดและอาการรบกวนต่าง ๆ การดูแลช่วยเหลือค้ำจุนผู้ป่วยและครอบครัว ส่งเสริมให้ผู้ป่วยปรับตัวได้อย่างเหมาะสมกับสภาวะของโรค โดยผู้ป่วยมะเร็งควรได้รับการเริ่มดูแลแบบประคับประคองภายใน 8 สัปดาห์หลังได้รับการวินิจฉัยจนถึงระยะสุดท้ายของชีวิตในรูปแบบที่แตกต่างกันตามระยะของโรค

นายแพทย์จินดา  โรจนเมธินทร์  ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย มักจะมีอาการที่พบบ่อย ๆ ได้แก่ อาการเหนื่อย หอบ เนื่องจากมะเร็งลุกลามมาที่ปอดหรือเยื่อหุ้มปอด หรือจากการมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด ซึ่งต้องให้ออกซิเจนหรือทำการเจาะระบายน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดออก อาการแน่นท้องจากภาวะท้องมานหรือมีน้ำในช่องท้องทั้งจากการที่เซลล์มะเร็งลุกลามไปช่องท้องหรือลุกลามไปที่ตับ หรือการที่ผู้ป่วยมีภาวะตับแข็งร่วมด้วย ส่งผลให้การสร้างโปรตีนอัลบูมินหรือโปรตีนไข่ขาวจากตับลดลง ทำให้น้ำไหลออกจากหลอดเลือดและเกิดภาวะท้องมานขึ้น ซึ่งแพทย์ต้องเจาะระบายน้ำในช่องท้องออกเป็นครั้งคราวเพื่อลดอาการแน่นท้อง

ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเกี่ยวกับอาการที่พบบ่อยในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายว่า ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการซีด เลือดจาง เลือดออกง่ายทั้งจากเซลล์มะเร็งลุกลามไปที่ไขกระดูก ทำให้ไขกระดูกที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดแดงบกพร่อง หรือจากความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด ทำให้เลือดออกง่าย หรือจากการที่มะเร็งลุกลามไปที่ตับ ทำให้ตับไม่สามารถสร้างโปรตีนหรือสร้างปัจจัยสำคัญในการแข็งตัวของเลือดได้ ซึ่งต้องให้เลือดหรือส่วนประกอบของเลือดทดแทน

นอกจากนี้ การขาดสารอาหารก็เป็นอาการที่พบบ่อยในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายเช่นกัน โดยในส่วนนี้แพทย์ผู้รักษาจะเป็นผู้พิจารณาให้สารอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการให้น้ำเกลือหรือให้สารอาหารผ่านสายในทางเดินอาหาร และอาการที่พบบ่อยในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายอีกอาการหนึ่ง คือ อาการปวด ซึ่งในส่วนนี้ทุกโรงพยาบาลจะมีคลินิกระงับปวด มีการออกเยี่ยมติดตามผู้ป่วยและให้คำแนะนำถึงบ้าน รวมทั้งบางแห่งมีการจัดกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายและการดูแลด้านจิตวิญญาณ รวมทั้งการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้กำลังใจระหว่างกัน อาทิ กิจกรรมการนวดเพื่อผ่อนคลาย กิจกรรมทางศาสนา หรือการขออโหสิกรรมเพื่อให้ผู้ป่วยได้จากไปอย่างสงบ

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม