คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนมิถุนายน 2563)

โดย
| |
อ่าน : 309
สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกคน
 

          นับเป็นเวลาร่วมครึ่งปีแล้ว ที่เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังจากทั่วโลกได้รู้จักกับโควิด-19 

          มหันตภัยของไวรัสตัวใหม่ ที่แพร่กระจายได้กว้างขวางทั่วโลกในเวลาอันรวดเร็วตามอัตราการเคลื่อนที่ของมนุษย์ในยุคนี้ ตอกย้ำการร่วมชะตากรรมของมนุษยชาติบนโลกใบนี้ที่ต้องการจิตสำนึกและความร่วมมือในการปรับทิศทางการพัฒนาก่อนโลกจะเสียสมดุลและเผชิญมหาวิกฤตมากและหนักหน่วงไปกว่านี้

          ในเฉพาะมหาวิกฤตครั้งนี้  โลกได้รับบทเรียนจากการที่ไวรัสมาบีบบังคับให้คนต้องลดการเคลื่อนไหว ทุกชีวิต ทุกระบบต้องปรับตัวเองอย่างแรง และเรียนรู้จุดอ่อนและจุดแข็งของสังคมที่ดำเนินอยู่ยามได้รับผลกระทบ ทั้งในระบบการป้องกันโรค ระบบบริการสุขภาพ ระบบสวัสดิการสังคม ระบบเศรษฐกิจ ระบบการศึกษา ความเสมอภาคและความเหลื่อมล้ำของสังคม ฯลฯ

          ถ้าเรามีจุดแข็งอยู่ จุดแข็งนั้นก็ปรากฏขึ้นมาสร้างผลช่วยแก้ไขปัญหาอย่างเด่นชัด ถ้าเรามีจุดอ่อนอยู่ จุดอ่อนนั้นก็ขยายลุกลามเพิ่มความเดือดร้อนให้หนักหน่วงขึ้น 

          การสำรวจตนเองในภาวะวิกฤตนี้และเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้ดีขึ้น พร้อมรับวิกฤตตรงหน้าและในอนาคตให้ดียิ่งขึ้น จึงเป็นโอกาสสำคัญของทั้งในระดับบุคคล ครัวเรือน ชุมชน เมือง ประเทศและโลก

          เหมือนที่ได้เคยเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลังการเกิดโรคระบาดใหญ่ และมหาวิกฤตอื่นในอดีตบนโลกใบนี้

          เราจึงชวนกันคิดถึง “ชีวิตวิถีใหม่” หรือ “New Normal” กันอย่างมากในช่วงนี้

          แน่นอนว่า คงมีการจำกัดความ ตีความคำนี้ต่างกันออกไปในหลายบริบท การปรับเปลี่ยนหลายอย่างที่เราจำเป็นต้องปรับวิถีกันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคใหม่ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันและยารักษาในขณะนี้ อาจเป็นเรื่องเฉพาะหน้า เฉพาะกิจที่จะหมดความจำเป็นไปเมื่อการคุกคามจากโรคใหม่ลดลง 

          แต่บางเรื่องอาจจะยังอยู่ต่อเนื่องไปอีกนาน ด้วยเหตุที่ยังเป็นความจำเป็นพื้นฐานในการป้องกันโรคนี้และโรคอื่น ๆ ในอนาคต หรือเป็นเรื่องที่สังคมเห็นประโยชน์จากการที่ได้ถูกบีบให้จำต้องปฏิบัติในช่วงเวลาการเผชิญการคุกคามของโรคแล้วจึงดำรงมั่นต่อไป อย่างเช่น การทำงานจากที่บ้าน หรือ Work From Home มากขึ้น ได้ทำให้ผู้คนจำนวนมากได้เห็นประโยชน์จากการลดเวลาการเดินทาง ลดความแออัดและมลพิษในการจราจร  การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ความสะดวกจากการทำงานทางไกล หรือการค้าออนไลน์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาในระยะหลังอยู่แล้ว ก็ยิ่งเพิ่มทวีคูณในช่วงล็อคดาวน์ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ จนทั้งผู้ค้า ผู้บริการและผู้บริโภคจำนวนมากน่าจะเห็นประโยชน์ของช่องทางนี้และปรับมาใช้มากขึ้นต่อไปในชีวิตปกติ  

          การศึกษาผสมออนไลน์ การบริการที่ใช้การนัดหมายแทนการเข้าคิวรอ การทักทายทางสังคมที่ไม่ใช้การสัมผัสร่างกาย การกินอาหารที่ลดการใช้ภาชนะร่วมกัน การลดการใช้มือสัมผัสตา จมูก ปาก การสวมหน้ากากอนามัยเมื่อเจ็บป่วยหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง ฯลฯ ก็เป็นอีกหลายการเปลี่ยนแปลงในชีวิตวิถีใหม่ที่น่าจะดำรงต่อเนื่องไปจากการเห็นประโยชน์ร่วมในสังคม

          สสส. และนักสร้างเสริมสุขภาพ นอกจากจะร่วมกระแสการเปลี่ยนแปลงแล้ว ยังมีบทบาทในการเร่งรณรงค์ ผลักดันสิ่งดี ๆให้เคลื่อนมาเร็วขึ้นและเหมาะสมต่อสุขภาพมากขึ้น เช่น นอกจากจะดูแลเชิงสุขอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโดยตรงแล้ว ก็อย่าละเลยการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย จิตใจ และสังคมให้พร้อมรับมือทุกภัยที่จะมา ไม่ว่าจะเป็นการหันมาดูแลตัวเองมากกว่าเดิมในการออกกำลังกาย ดูแลอาหารการกิน การลดละเลิกปัจจัยเสี่ยงที่จะก่อโอกาสติดเชื้ออย่างการสูบบุหรี่ การดื่มเหล้า รวมทั้งดูแลสุขภาพจิตให้รองรับความผันผวนต่าง ๆที่จะมากระทบได้อย่างมีสติมั่นคงการป้องกันไม่ให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ทั้งมะเร็ง เบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ ฯลฯ ที่จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงเมื่อติดเชื้อแล้วจะก่ออาการป่วยรุนแรง 

          ​​การขับเคลื่อนชีวิตวิถีใหม่ที่ยั่งยืน ย่อมจำเป็นต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคมว่า เราจะเปลี่ยนอะไร แค่ไหน เพราะอะไร โดยสุขภาพจะต้องเชื่อมโยงไปกับมิติอื่น ๆ ทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การศึกษา เทคโนโลยี วัฒนธรรม 
​​​​​
          โควิด-19 อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยของโลกอีกครั้ง​ว่า ถึงเวลาที่ต้องปรับตัว​สู่วิถีแห่งสุขภาวะและการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างจริงจัง ทั้งกาย ใจ ปัญญา สังคม​ เพื่อให้เรากลับมาใช้ชีวิตในสมดุลใหม่อย่างมีความสุขอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่า สสส. จะร่วมเป็นหนึ่งในกลไกหลักของสังคมในการขับเคลื่อนชีวิตวิถีใหม่นี้ร่วมกับคนไทยครับ

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ