คนไทยดื่มเหล้าเพิ่มขึ้น20% ครอบครัวยิ่งจนยิ่งจ่ายหนัก

โดย
| |
อ่าน : 1,573

สะท้อนปัญหาสังคมไทยกำลังวิกฤต

 

 

                        สำนักงานสถิติแห่งชาติเผยครอบครัวไทยดื่มเหล้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 จ่ายค่าเหล้าเพิ่มร้อยละ 62 ในรอบ 6 ปี จาก 307 บาท เป็น 602 บาท ยิ่งจนยิ่งจ่ายหนัก สูญเสียเงินทำลายสุขภาพตัวเอง 7 เท่า ขณะที่นักวิชาการเรียกร้องรัฐบาลปรับขึ้นภาษี คุมโฆษณาอย่างจริงจัง

         

รศ.ดร.สุพล ลิมวัฒนานนท์ นักวิจัยอาวุโส สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ และอาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ข้อมูลการสำรวจค่าใช้จ่ายในครอบครัวของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) โดยพิจารณาในส่วนที่ทำลายสุขภาพและดูแลสุขภาพปี 2551 พบว่าสมาชิกในครอบครัวที่ดื่มสุรามีจำนวน 4.7 ล้านครอบครัว เพิ่มขึ้นจากปี 2545 เกือบร้อยละ 20

         

ขณะที่สมาชิกครอบครัวที่สูบบุหรี่มีแนวโน้มลดลงร้อยละ 8 เมื่อเทียบค่าใช้จ่าย พบว่า ครอบครัวที่มีสมาชิกดื่มสุราจะมีค่าสุราเพิ่มขึ้นจาก 307 บาท ต่อเดือนในปี 2545 เป็น 602 บาทต่อเดือนในปี 2551 หรือกล่าวได้ว่าในช่วงเวลา 6 ปีคนไทยจ่ายค่าสุราเพิ่มขึ้นร้อยละ 62 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

         

ทั้งนี้ เมื่อรวมค่าใช้จ่ายสุราและบุหรี่ ในปี 2551 พบว่าครอบครัวที่ดื่มสุราและสูบบุหรี่มีค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าทำลายสุขภาพนี้สูงกว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพเกือบ 7 เท่า และที่น่าเป็นห่วงคือครอบครัวที่ยากจนกลับมีค่าใช้จ่ายในการซื้อสุรามากกว่าครอบครัวที่มีฐานะดี

         

รศ.ดร.สุพลกล่าวต่อว่า ตัวเลขเหล่า นี้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของมาตรการในการควบคุมปัญหาสุราในประเทศไทยเมื่อเปรียบเทียบกับนโยบายควบคุมยาสูบ อย่างไรก็ตาม แนวทางแก้ไขคงต้องเน้นที่ระบบภาษีสรรพสามิตสุรา ซึ่งเป็นมาตรการที่ได้ผลสูงสุดหากนำมาใช้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะการปรับขึ้นภาษีในโครงสร้างระบบภาษีแบบผสมผสานในปัจจุบัน เพื่อตอบสนองการควบคุมสุราและลดการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย นอกจากนี้ความสำเร็จในการควบคุมยาสูบชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพการห้ามโฆษณาบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งรัฐบาลควรนำมาใช้กับการควบคุมเครื่องสุรา

         

ด้าน นพ.ทักษพล ธรรมรังสี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกและธนาคารโลกระบุว่า ภาษีสุราเป็นมาตรการที่ได้ผล คุ้มค่าสูงสุดในการควบคุมยับยั้งหรือชะลอการดื่มสุรา และมาตรการทางภาษีสรรพสามิตมีผล ต่อการลดปริมาณและความถี่ของการบริโภคในกลุ่มที่ยังไม่บริโภค

         

นพ.ทักษพล กล่าวอีกว่า เนื่องจากมาตรการภาษีมีอิทธิพลชัดเจนต่อผู้บริโภคที่มีรายได้ต่ำและไม่แน่นอน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน อย่างไรก็ตาม การพิจารณาปรับภาษีสรรพสามิตในครั้งนี้ควรคงระบบภาษีแบบสองเลือกหนึ่ง ซึ่งตอบสนองต่อคุณค่าในการควบคุมปัญหาและป้องกันการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

 

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

 

 

 

update: 28-12-52

อัพเดตเนื้อหาโดย: วชิราภรณ์ ฤทธิ์สมบูรณ์

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • รับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้อำนวยการสถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 - การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม