คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนพฤษภาคม 2563)

โดย
| |
อ่าน : 287
สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกคน
 

          หลายเดือนที่ผ่านมา เราได้อยู่กับการแพร่ระบาดของไวรัสตัวใหม่ของโลกและเรียนรู้อะไรมากมายเพื่อที่จะอยู่ร่วมกับมันไปอีกพักใหญ่ อย่างน้อยก็จนกว่าจะมีวัคซีนใช้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นในแง่การแพทย์และสาธารณสุข ที่ยังคงต้องเรียนรู้เกี่ยวกับตัวไวรัส และปัจจัยการเกิดโรคระบาด การป้องกันควบคุม หรือด้านสังคมที่ทุกระบบในแทบทุกประเทศทั่วโลกและวิถีชีวิตต้องปรับตัวเข้ากับมาตรการควบคุมโรคโควิด-19

          ผลกระทบจากมหาวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ รุนแรง กว้างขวาง จนผู้คนในโลกเชื่อกันว่าสังคมโลกจะถูกกระตุ้นให้เปลี่ยนแปลงจนเกิดบรรทัดฐานใหม่ หรือ New Normal ขึ้นมา ผู้คนยุคหลังโควิด-19 จะปรับตัวไปสู่ "ชีวิตวิถีใหม่"

          สสส. เองก็อยากชวนคนไทยมาร่วมคิด ร่วมเตรียมตัวสู่ “ชีวิตวิถีใหม่” นี้ด้วยกัน

          วิถีใหม่ที่สำคัญประการแรก ๆ ที่เราถูกบีบให้ต้องเคร่งครัดมากขึ้นจากการป้องกันการระบาดของโควิด-19 ก็คือ การดูแลอนามัยส่วนบุคคล ด้วยการล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการเอามือไปสัมผัสใบหน้า ตา จมูก ปาก การเลือกกินอาหารที่สะอาด ร้อน ใช้ภาชนะอุปกรณ์ที่ไม่ปะปนกับคนอื่น

          ถัดมา ก็เป็นวิถีที่เราเข้าไปอยู่ในสังคม การกักกันตัวเมื่อมีไข้และความเสี่ยง การใส่หน้ากากอนามัยการรักษาระยะห่างระหว่างกัน

          จากการป้องกันโรคที่เผชิญอยู่ ก็มีวงถัดไปของวิถีพฤติกรรมสุขภาพที่ผู้คนน่าจะตระหนักมากขึ้นว่า จะช่วยให้ตัวเราและครอบครัวรับมือปัญหาจากโรคภัยที่คุกคามเข้ามาได้ดีขึ้น เช่น การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง กินอาหารที่มีประโยชน์ โดยไม่จำเป็นต้องไปแสวงหาอาหารแปลกประหลาดมาบริโภค การออกกำลังกายให้แข็งแรง งดการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา เสพยาเสพติด เพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน ไม่มีโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างโรคหัวใจ โรคทางเดินหายใจ มะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง อันล้วนทำให้ร่างกายเราอ่อนแอต่อการรุกรานของเชื้อโรคและไวรัสต่างๆ

          ถัดไปจากนั้น วิถีที่เราใช้รักษาระยะห่างทางสังคม อาจนำไปสู่พฤติกรรมทางสังคมใหม่ ๆ ที่ปลอดภัยขึ้น เช่น การหลีกเลี่ยงการทักทายด้วยการจับมือ กอด จูบ การจัดอาหารเป็นชุดสำหรับย่อยรายบุคคล ตลอดจนการคงการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อทดแทนการเดินทางมาพบปะซื้อขายหรือรับบริการกันโดยตรง เช่น การทำงานจากบ้าน การประชุมทางไกล การศึกษาทางไกล การขายอาหารและสินค้าส่งถึงบ้าน การรับจ่ายเงินในระบบอิเล็กทรอนิกส์ การนัดหมายในการรับบริการแทนการไปเข้าคิวนั่งรอ ซึ่งผู้คนได้ตระหนักมากขึ้นว่า นอกจากจะช่วยป้องกันการติดเชื้อแล้วยังเพิ่มความยืดหยุ่น ความสะดวกและอาจเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการใช้ชีวิตยิ่งขึ้นด้วย

          ถัดไปในภาพใหญ่ขึ้นของกระบวนการปรับตัว ปรับใจของประชาชนในภาวะวิกฤต ยังเกิดการเรียนรู้ของการรับผิดชอบตนเอง เพื่อการรับผิดชอบต่อส่วนรวม การช่วยเหลือเกื้อกูลกันในชุมชนการปรับจิตใจให้รับความเปลี่ยนแปลงอย่างมีสติ เรียนรู้ที่จะรับมือกับปัญหาใหม่ที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน
พร้อมกับการหาโอกาสใหม่จากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้

          แน่นอนว่า วิถีใหม่ของพฤติกรรมต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่เพียงส่งผลต่อผู้คนในรายบุคคลและครอบครัว จะส่งผลดีโดยรวมต่อระบบใหญ่ของประเทศและโลก ในทางสาธารณสุข ในช่วงของการระบาดโควิด-19 นอกจากเกิดการควบคุมและชะลอผู้ติดเชื้อรายใหม่ จนบริการทางการแพทย์รองรับได้แล้ว โรคทางเดินหายใจ โรคทางเดินอาหาร อุบัติภัยทางถนน มีจำนวนการเจ็บป่วยน้อยลงอย่างมาก

          อย่างไรก็ตาม หลาย ๆ พฤติกรรมเหล่านี้ ถูกบังคับทั้งทางตรงและทางอ้อมจากมาตรการบังคับทางกฎหมาย ซึ่งมีข้อจำกัดที่จะทำได้เต็มที่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ด้วยมีต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคมที่สูงมาก การผ่อนคลาย คลี่คลายการบังคับเหล่านั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงยากจึงจำเป็นต้องทดแทนการรักษาวิถีความปลอดภัยจากโรคภัยด้วยการร่วมมือในการประพฤติปฏิบัติของประชาชนทั่วไปจนเป็นเรื่องปกติทางสังคม

          คลื่นการเปลี่ยนแปลงจากมหาวิกฤตนี้จะกว้างไกลไปกว่าการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตด้านสุขภาพ แต่ยังไปถึงระบบเศรษฐกิจ ระบบการเมืองและระบบสังคมในหลาย ๆ มิติ

          กระบวนการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดได้ไม่ง่ายนักในภาวะปกติ แต่เมื่อมีตัวเร่งจากการระบาดของโรคร้ายครั้งประวัติศาสตร์นี้ คงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยง
ได้ยาก 

          สสส. ขอเชิญชวนนักสร้างเสริมสุขภาพและทุกคน มาร่วมโจทย์ของกระบวนการสู่การสร้างเสริม “ชีวิตวิถีใหม่” นี้ร่วมกันด้วยการขับเคลื่อนให้ปรับเปลี่ยนวิถีพฤติกรรมของประชาชนจากผลกระทบของโควิด-19 ไปสู่การเข้าสู่ “ชีวิตวิถีใหม่” ที่สร้างเสริมความปลอดภัยและสุขภาวะที่ยั่งยืนของสังคมไทยในอนาคตอันใกล้

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ