คุยกับผู้จัดการ สสส. (เดือนมีนาคม 2563)

โดย
| |
อ่าน : 444
สวัสดีครับ เพื่อนร่วมสร้างสุขทุกคน
 

          อุณหภูมิค่อย ๆ ไต่ระดับความระอุขึ้นอย่างช้า ๆ เตือนให้รู้ว่าใกล้เข้าฤดูร้อนแล้ว ปีนี้ คนไทยเราดูจะรอคอยฤดูร้อนให้มาถึงมากกว่าปีก่อน ๆ ทั้งด้วยรอให้ความกดอากาศต่ำจะพาฝุ่นพิษ PM 2.5 ให้ลดลงไป และทำให้ไวรัสโคโรนา 2019 ที่แพ้ความร้อนลดการแพร่ระบาดลงด้วย

          คนไทยต้องเจอกับปัญหาสุขภาพหนัก ๆ ถึงสองเรื่องใหญ่ในช่วงปลายปีเก่าต่อต้นปีใหม่ เป็นสองปัญหาที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ ต้องสวมหน้ากากอนามัยเหมือนกัน 

          เพียงแต่ปัญหาหนึ่ง มาจากโรคติดเชื้อจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่

          อีกปัญหาหนึ่งเป็นโรคไร้เชื้อ หรือโรคไม่ติดต่อที่มาจากสิ่งแวดล้อมในอากาศ

          ในสองปัญหานี้ กระทรวงสาธารณสุขและระบบดูแลสุขภาพของไทยดูจะรับมือกับโรคติดเชื้อได้ทะมัดทะแมงและมีประสิทธิภาพกว่าโรคไร้เชื้ออย่างชัดเจน

          โรคไวรัสโคโรนา 2019 แม้จะมาจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ผู้คนยังไม่มีภูมิต้านทานเฉพาะ ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่ไทยสามารถรับมือปัญหานี้ได้อย่างดี ระบบป้องกันโรคติดต่อของไทยมีมาตรฐานได้รับการจัดอันดับ 6 ของโลก ด้วยบุคลากรที่มีฐานความรู้และประสบการณ์ป้องกันโรคติดเชื้อ ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานรองรับของสถานบริการ ควบคุมชะลอการระบาดของโรคได้ดีกว่าหลาย ๆ ประเทศ ทั้งที่เป็นประเทศที่รับเที่ยวบินจากเมืองอู่ฮั่นมากที่สุด

          ขณะที่ผลกระทบต่อสุขภาพจากปัญหาสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 วิกฤติต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ประเทศไทยติดลำดับต้น ๆ ของปัญหานี้ ซึ่งสาเหตุและการแก้ไขเรื่องนี้มีขอบเขตกว้างขวางเกินกว่ากระทรวงสาธารณสุข หรือระบบบริการสุขภาพจะรับมืออยู่ มาตรการที่พอจะมีประสิทธิผลต้องครอบคลุมภาคส่วนด้านสิ่งแวดล้อม การขนส่ง การเกษตร การอุตสาหกรรม การสาธารณสุข ฯลฯ ทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ภาคท้องถิ่น และภาคประชาชน

          สองวิกฤติในช่วงเวลานี้ ได้สาธิตถึงปัจจัยกำหนดสุขภาวะของผู้คนในศตวรรษนี้ ที่มีความแปรเปลี่ยนซับซ้อน และต้องการกลไก กระบวนการใหม่กว่าระบบบริการสุขภาพดั้งเดิมมาแก้ไขทุกขภาวะใหม่อย่างชัดเจน

          การดูแลสุขภาวะยุคปัจจุบัน การเสริมฐานศักยภาพของประชากรตั้งแต่วัยเด็ก นับเป็นเรื่องสำคัญมาก นอกจากการศึกษาในระบบที่ใช้เวลาสองร้อยกว่าวันต่อปีแล้ว เวลาว่างจากห้องเรียนที่เหลือราวร้อยสามสิบวันก็นับเป็นเวลาสำคัญอย่างยิ่ง ที่สังคมยังไปช่วยครอบครัวในยุคครอบครัวเดี่ยวที่พ่อแม่ต้องทำงานตัวเป็นเกลียวไม่ดีพอ เพื่อให้เวลาว่างเหล่านี้ ไม่นำไปสู่ความสูญเปล่า หรือสูญเสียจากการไปมั่วสุมกับสิ่งที่นำไปสู่ปัญหา แต่นำไปสู่การเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งถ้าจัดการให้ดี กลับเป็นการเรียนรู้ในภาวะไร้ความกดดัน เปิดกว้างอิสระ และเลือกสิ่งที่รักที่ชอบก่อฉันทะและผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้ได้มหาศาล 

          สสส. ขับเคลื่อนงานปิดเทอมสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นเครือข่ายที่รวบรวมหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ ที่ได้จัดหากิจกรรมให้เด็กได้ใช้เวลา และความสร้างสรรค์มารวมกันบนดิจิตอลแพลตฟอร์ม ที่เว็บไซต์ www.ปิดเทอมสร้างสรรค์.com ที่นอกจากรวบรวมกิจกรรมที่น่าสนใจ ยังได้แยกหมวดหมู่ประเภทของกิจกรรมไว้ให้สืบค้นได้โดยง่ายตามความสนใจ

          ในปีนี้ ยังได้พัฒนา “นักจัดการเครือข่ายปิดเทอมสร้างสรรค์” ผู้สร้างประสานความร่วมมือในระดับจังหวัด เกิดเวทีรวบรวมกิจกรรมสำหรับวันว่างของเด็กในจังหวัด หลายจังหวัดได้ประกาศเป็นวาระของจังหวัดด้วย เช่น ที่จังหวัดเลย ศรีสะเกษ และยังได้ถอดบทเรียนที่ดีของการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นในหลากหลายรูปแบบเพื่อจัดทำเป็น “เมนูกิจกรรม” เพื่อเตรียมเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์เพื่อให้แต่ละหน่วยงาน สามารถเลือกสรรไอเดียการจัดกิจกรรมไปทดลองทำในพื้นที่ของตนเองต่อไป

          เราจึงอยากจะชวนหน่วยงานหรือบุคคลที่สนใจจะสร้างเวทีการเรียนรู้ให้เด็กในพื้นที่ของท่าน เข้ามาร่วมในเว็บไซต์ หรือลุกขึ้นมาใช้กระบวนการทำนองเดียวกันนี้ สร้างเวทีสำหรับเด็ก ๆ ลูกหลานในพื้นที่ของท่านให้กว้างขวางทั่วถึงยิ่งขึ้นพร้อม ๆ กับขอเชิญชวนอีกครั้ง ถึงเด็ก เยาวชน ผู้ปกครองมาใช้ประโยชน์จากเว็บปิดเทอมสร้างสรรค์นี้ เพื่อสร้าง “อัศจรรย์วันว่าง” ของเด็กและเยาวชนไทยด้วยกันครับ

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม