ชาวเชียงใหม่เดินหน้าจริงจัง

โดย
| |
อ่าน : 3,324

ร่วมกันสร้างเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน

 

          ภาคประชาสังคม เครือข่ายนักวิชาการ ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ เนรมิตต้นแบบเมืองน่าอยู่ครั้งแรกของเมืองไทย เน้นกระบวนการพัฒนาแบบยั่งยืน มุ่งแก้ปัญหาครบวงจร หลังลงพื้นที่สำรวจกว่า 1 ปี พบปัญหาขยะล้นเมือง เตรียมพลิกโฉมเมืองเชียงใหม่ใน 99 วัน

 

          นายณัฐพงษ์ จารุวรรณพงศ์ ผู้จัดการโครงการปฏิบัติการเชียงใหม่เอี่ยม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า เชียงใหม่ถือเป็นเมืองตัวอย่างที่จะพลิกโฉมให้เป็นเมืองต้นแบบน่าอยู่อย่างยั่งยืน ที่ผ่านมาได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูล พบว่า เชียงใหม่กำลังประสบปัญหาขยะล้นเมือง ซึ่งมีปริมาณขยะสูงถึง 320 ตันต่อวัน และทิ้งขยะเฉลี่ยต่อคนต่อวันมากที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย โดยใช้งบประมาณในการจัดการกว่า 200 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งยังมีปัญหาน้ำเสียและปัญหาด้านเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากพบว่า เกษตรกรในเชียงใหม่ใช้สารเคมีสูงกว่า 80% อันนำไปสู่ปัญหาสุขภาพของคนและสิ่งแวดล้อม

 

          ทั้งนี้ โครงการปฏิบัติการเชียงใหม่เอี่ยม ถือเป็นแนวทางที่จะทำให้เชียงใหม่กลายเป็นเมืองน่าอยู่ โดยภายใน 99 วันจะจัดการแก้ไข 3 ปัญหาหลักอย่างเป็นรูปธรรม และอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน เช่น การร่วมมือกับมูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง ได้เตรียมแผนรณรงค์ลดปริมาณขยะในพื้นที่ชุมชนต่างๆ ผ่านการรณรงค์ให้ประชาชนแลกซื้อถังขยะ ประสานจัดตั้งกลไกการจัดการเพื่อเป็นจุดคัดแยกขยะกระจายทั่วเมือง เช่น บริเวณตลาดสด โรงเรียน และสวนสาธารณะ เพื่อรณรงค์ให้ทุกวันเสาร์เป็นวันเชียงใหม่สะอาด ให้ชาวบ้านนำขยะในบ้านมาขายเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินกลับไปเสริมสภาพคล่องในครอบครัว เพราะปัจจุบันขยะที่ถูกทิ้งในเมืองเชียงใหม่มีมูลค่ากว่า 1 ล้านบาทต่อวัน แต่ไม่ได้รับการจัดการ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้สังคมร่วมบริจาคขยะแก่โรงเรียนตั้งเป็นกองทุนธนาคารขยะ รวมทั้งการสนับสนุนให้กลุ่มซาเล้งและคนไร้บ้านได้สร้างอาชีพอีกด้วย

 

          นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรี เทศบาลนครเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับเครือข่ายนักวิชาการและปฏิบัติการเชียงใหม่เอี่ยม เทศบาลมีแผนงาน 3 เรื่องคือ การจัดทำวิสาหกิจผลิตปุ๋ยหมักจากใบไม้และขยะโดยใช้เทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ การจัดทำบึงประดิษฐ์เพื่อบำบัดน้ำเสียแบบธรรมชาติในคลองแม่ข่า การจัดทำโครงการป้ายรณรงค์แบบธรรมชาติเพื่อทดแทนการติดตั้งป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ โดยเทศบาลมีแนวทางปลดป้ายผิดกฎหมายริมคูเมืองและประกาศห้ามอย่างเด็ดขาดแล้ว

 

          ด้านการจัดการน้ำเสีย รศ.ดร.วสันต์ จอมภักดี คณะกรรมการประสานงานอนุรักษ์แม่ปิงและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จะให้ครัวเรือน ร้านค้าหันมาติดตั้งถังดักไขมันที่มีทางเลือกให้ตามสภาพเศรษฐกิจ หากใครมีงบประมาณจำกัด เราจะจัดอบรมการทำถังดักไขมันด้วยตัวเองและสามารถนำไปใช้จริงที่บ้านได้ โดยเสียค่าวัสดุเพียง 700 บาท สำหรับองค์กรที่ติดตั้งบ่อดักไขมันอยู่แล้ว จะรณรงค์ให้ตรวจสอบประสิทธิภาพบ่อ พร้อมจัดการให้ปรับเปลี่ยนหากพบว่าบ่อดังกล่าวเริ่มเสื่อมคุณภาพ คณะทำงานจึงได้มีแนวคิดบึงประดิษฐ์ที่ได้นำไปใช้บำบัดน้ำเสียตามสถานที่ต่างๆ เนื่องจากไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า แต่อาศัยหลักการของระบบนิเวศมาบำบัดน้ำเสีย ใช้พันธุ์ไม้ดูดซับสารเคมีแทนการก่อสร้างโรงบำบัดที่ใช้งบประมาณสูงกว่าหลายเท่าตัว ตลอดจนจัดกิจกรรมนักสืบสายน้ำเพื่อตรวจสอบสภาพน้ำอีกด้วย

 

          ร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของปฏิบัติการพลิกโฉมเชียงใหม่สู่ชุมชนน่าอยู่อย่างยั่งยืนผ่าน www.ourbetterchiangmai.org

 

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

 

 

 

update: 02-04-53

อัพเดทเนื้อหาโดย: ภราดร เดชสาร

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม