ห่วงเด็กวัย 3 ปีแรก อ้วนเกินและแคระแกร็น

โดย
| |
อ่าน : 519

ที่มา : เว็บไซต์คมชัดลึกออนไลน์

ห่วงเด็กวัย 3 ปีแรก อ้วนเกินและแคระแกร็น thaihealth

แฟ้มภาพ

สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย จัดการประชุมวิชาการ ครั้งที่ 13 ในหัวข้อโภชนาการและวิถีชีวิตเพื่อสุขภาวะ เพื่อชีวิตยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี พบว่า ภาวะโภชนาการเด็กไทยในช่วงวัยต่ำกว่า 5 ปี ยังคงประสบปัญหาการเจริญเติบโตไม่เหมาะสม มีทั้งมากไปและน้อยไป โดยเฉพาะในช่วงวัย 1-3 ปี สาเหตุมาจากการขาดสมดุลด้านโภชนาการโดยได้รับสารอาหารจำเป็นต่อการเจริญเติบโตไม่เพียงพอ

จัดโดยสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยใช้แนวคิดเรื่อง “โภชนาการและวิถีชีวิตเพื่อสุขภาวะ” เพื่อชีวิตยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี เด็กจำเป็นต้องได้รับสารอาหารจำเป็นครบถ้วนสมดุลเริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์มารดา และช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการวางรากฐานสุขภาพดีให้ลูกก็คือในระยะเวลาหนึ่งพันวันแรกของชีวิต (แรกเกิดถึง 3 ปี)

ภายในงาน รศ.พญ.ลัดดา เหมาะสุวรรณ นายกสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อจำแนกภาวะโภชนาการไม่เหมาะสมที่มีทั้งขาด และเกินตามอายุในช่วง 5 ปีแรก ภาวะที่พบสูงมากคือ โภชนาการเกินหรือภาวะน้ำหนักเกินในเด็ก และช่วงหลังขวบปีแรกคือวัย 1-3 ปี จะพบภาวะขาดโภชนาการส่งผลให้เด็กมีภาวะเตี้ยแคระแกร็น โดยจะเห็นเส้นกราฟไต่ระดับคาบเกี่ยวกับภาวะน้ำหนักเกินที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น ซึ่งภาวะโภชนาการเกินกำลังเป็นปัญหา หากปล่อยให้ลูกอ้วนไปเรื่อยตั้งแต่อายุ 3-6 ปี โอกาสเสี่ยงต่อภาวะเบาหวานในเด็กจะสูงมาก ผลสำรวจพบว่ามีอัตราเสี่ยงถึง 1.6 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อโตเป็นวัยรุ่นก็จะเป็นวัยรุ่นที่เป็นเบาหวาน มีอัตราเสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มากถึง 6.4 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ นายกสมาคมโภชนาการ กล่าวอีกว่า การแก้ไขภาวะแคระแกร็นในเด็ก มีการศึกษาพบว่าถ้าจัดอาหารตามวัยให้ลูกกินได้หลากหลายจะช่วยประกันได้ว่าเด็กเล็กตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปจะได้รับสารอาหารเพียงพอ ทางองค์การยูนิเซฟจึงได้จัดทำตัววัดคุณภาพอาหารในแต่ละวันที่เด็กต้องได้รับควรเป็นอาหาร 4 ใน 7 กลุ่ม ดังนี้คือ 1.ข้าวและธัญพืชชนิดต่างๆ 2.ถั่วและพืชตระกูลถั่ว 3.นมและผลิตภัณฑ์นม 4.เนื้อสัตว์ ปลา หมู ตับ เครื่องใน 5.ไข่ 6.ผักผลไม้ที่มีวิตามินเอสูง และ 7.ผลไม้อื่นๆ ส่วน “ภาวะน้ำหนักเกิน” พบว่ามาจากการที่เด็กเล็กได้รับโปรตีนมากกว่าความต้องการของช่วงวัย จึงมีความเสี่ยงที่จะอ้วนและเจ็บป่วยด้วยโรคในกลุ่ม NCD เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ มีคำแนะนำในทางวิชาการ คือควรจำกัดปริมาณนมสำหรับเด็กกลุ่มนี้ไม่ให้กินเกินวันละ 1-2 แก้ว หรือให้กินนมโปรตีนต่ำ (Yong Child Fomula) แทนการกินนมวัว

อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่พบว่า การกินนมเสริมสารอาหารจะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพของเด็ก แต่มีความกังวลในประเด็นที่เด็กจะชอบกินนมมากกว่ากินอาหารตามวัยทั่วไป ซึ่งการให้ลูกกินนมมากกว่าอาหารมื้อหลักไม่ใช่พฤติกรรมการกินที่ดีนัก หลายครอบครัวอาจไม่พร้อมที่จ่ายเงินเพิ่มเพื่อให้ลูกกินนมเสริมสารอาหาร ตรงนี้จึงให้ถือเป็นอาหารทางเลือก แต่สิ่งสำคัญคือให้คุณแม่ยึดหลักสมดุลการจัดอาหารตามวัย ครบคุณค่าห้าหมู่ที่หลากหลาย และให้ลูกกินนมร่วมด้วยทุกวัน

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม