ห่วงอุบัติเหตุปีใหม่ ทำครอบครัวเสียเสาหลัก

โดย
| |
อ่าน : 704

ที่มา : สำนักข่าวสร้างสุข

ห่วงอุบัติเหตุปีใหม่ ทำครอบครัวเสียเสาหลัก thaihealth

แฟ้มภาพ

เหยื่ออุบัติเหตุ ปีใหม่ 62 พบข้อมูลผู้ตายร้อยละ 41 เป็นเสาหลักครอบครัว  ตีแผ่ชีวิตจากอุบัติเหตุต้องกลายเป็นคนพิการ ซึมเศร้า บางรายอยากจบชีวิต ขณะที่ภรรยาต้องสูญเสียสามีจากคนเมาแล้วขับก็เจอปัญหาสุขภาพจิต ด้านจิตแพทย์ ชี้ความเครียดจากการเผชิญอุบัติเหตุส่อทำผู้ป่วยเสี่ยงโรคซึมเศร้า แนะคนรอบข้างสังเกตอาการ  และควรปรึกษาจิตแพทย์ 

เมื่อวันที่ 23ธันวาคม 2562 ที่เดอะฮอล์กรุงเทพ เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีเสวนา “ปัญหาสุขภาพจิต ในวิกฤตชีวิตญาติและเหยื่ออุบัติเหตุทางถนน” โดยถ่ายทอดประสบการณ์จากเหยื่อและญาติอุบัติเหตุทางถนน จากคนปกติต้องกลายเป็นผู้พิการ และคนที่ต้องสูญเสียสามี  และลูก

ห่วงอุบัติเหตุปีใหม่ ทำครอบครัวเสียเสาหลัก thaihealth

นายศักดา บุญสุขศรี หนึ่งในเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ กล่าวว่า เมื่อปี 2540 เคยประสบอุบัติเหตุทางถนนจากการเมาแล้วขับ หลังดื่มเหล้ากับเพื่อนหลังเลิกงาน พอเหล้าหมดจึงอาสาขี่รถจักรยานยนต์ออกไปซื้อ แม้เพื่อนจะห้าม แต่ตนก็ไม่ฟังเพราะมั่นใจว่าไม่เมา ประกอบกับร้านจำหน่าย อยู่ห่างจากบ้านแค่ 800 เมตร ด้วยความชะล่าใจบวกกับความประมาททำให้ตนขี่รถจักรยานยนต์ชนกำแพง ร่างกระแทกลงไปนอนสลบกับพื้น ความรุนแรงจากอุบัติเหตุในครั้งนั้นส่งผลให้กลายเป็นคนพิการอัมพาตครึ่งท่อน ต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิต จากเดิมที่เคยเป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องกลายเป็นภาระให้พ่อแม่เลี้ยงดู น้อง 2 คน ไม่ได้เรียนต่อ ครอบครัวต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อนำเงินมารักษา จากอาการบาดเจ็บทางกายเริ่มก่อตัวเป็นความเครียด ตอนนั้นตัวเองเหมือนคนเป็นโรคจิต รู้สึกท้อแท้ สิ้นหวังไม่อยากมีชีวิตอยู่ ไม่รู้จะหันหน้าพึ่งใคร 

“โชคดีที่ได้กำลังใจจากครอบครัวและเพื่อนจากมูลนิธิเมาไม่ขับ ดึงมาเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยรณรงค์ให้สังคมเห็นโทษจากการเมาแล้วขับ ได้ไปฝึกอาชีพกับโรงเรียนสอนคนพิการ ทำให้มีอาชีพเลี้ยงดูตนเองได้และมีพลังที่จะดำเนินชีวิตต่อ ปีใหม่นี้จึงอยากเตือนไปถึงคนที่ยังใช้ชีวิตประมาท อยากให้ดูผมเป็นตัวอย่าง คนเราไม่ได้โชคดีแบบนี้ทุกคน" นายศักดา กล่าว

ห่วงอุบัติเหตุปีใหม่ ทำครอบครัวเสียเสาหลัก thaihealth

นางรัชฐิรัชฎ์ ซุ่นสั้น ภรรยาที่สูญเสียสามีจากคนเมาแล้วขับ ขณะปฏิบัติหน้าที่ กล่าวว่า ครอบครัวตนต้องสูญเสียเสาหลักไปอย่างกะทันหันจากอุบัติเหตุคนเมาขับรถกระบะชนขณะไปปฏิบัติหน้าที่เคลียร์พื้นผิวจราจร เหตุการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นอุบัติเหตุซ้ำซ้อนสะเทือนขวัญที่คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ถึง 5 ราย หนึ่งในนั้นเป็นสามีที่ประกอบอาชีพเป็นตำรวจ จากครอบครัวที่สมบูรณ์ ทำให้ลูกต้องขาดพ่อ ตนต้องดูแลครอบครัวเพียงลำพัง แม้จะเสียใจกับความสูญเสียแต่ชีวิตต้องเดินหน้าต่อ จึงเอาคำสอนของสามีที่เคยบอกไว้มาเป็นกำลังใจและแรงผลักดันให้เข้มแข็งเพื่อที่จะเป็นแบบอย่างให้กับลูก 

ช่วงนั้นรู้เลยว่าสภาพจิตใจตัวเองย่ำแย่มาก ไม่ปกติและไม่รู้จะคุยจะระบายจะปรึกษาใครได้  แต่เราต้องทำตัวให้เข้มแข็งนะเพราะไม่อยากให้ลูกไม่สบายใจ  แต่จริงๆ แล้วในใจเรามันแทบสลาย  ตอนนั้นโชคดีที่พี่ๆ น้องๆ เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต  ซึ่งเป็นคนแปลกหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ ในเรื่องคดี และที่สำคัญคือการพูดคุยกับเราอย่างเข้าใจ  สร้างพลังใจ  จนเป็นเหมือนญาติ  เขาทำทุกอย่างเพื่อหวังให้เราอยากก้าวผ่านจุดนี้ไปให้ได้ถือว่าเรายังโชคดีมาก

ขณะที่ รศ.พญ.รัศมน กัลยาศิริ อาจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ข้อมูลคนตายจากอุบัติเหตุ ปี 2562  จากบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ อุบัติเหตุบนท้องถนน ระบุว่า ครึ่งหนึ่งหรือร้อยละ 48 เดินทางใกล้ๆ บ้านไม่เกิน 5 กม. จักรยานยนต์ที่เสียชีวิต ถึง 323 รายพบว่า ร้อยละ 41 ไม่มี พรบ. ทำให้ไม่มีเงินมาช่วยเหลือเยียวยาทั้งตัวเองและคู่กรณี และ ร้อยละ 41 เป็นเสาหลักครอบครัว เป็นความยากลำบากมากๆในการใช้ชีวิต นอกจากจะทำให้เกิดการบาดเจ็บทางร่างกายแล้ว ในบางรายอาจได้รับผลกระทบทางจิตใจจากสภาวะความเครียดที่รุนแรง 

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียอวัยวะหรือถึงขั้นชีวิต ซึ่งความเครียดนี้แบ่งได้หลายระดับ เช่น “โรคความเครียดจากการได้รับบาดเจ็บ”ผู้ป่วยจะมีภาวะครุ่นคิดกับสิ่งที่เจอ ส่งผลทำให้สภาพจิตใจแย่ลง เริ่มรู้สึกโทษตัวเองที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ท้อแท้ สิ้นหวัง ไม่อยากทำอะไร เศร้า หดหู่ หมดกำลังใจ ทานอาหารและการนอนเริ่มเปลี่ยนแปลง ขั้นหนักสุดคือไม่อยากมีชีวิตอยู่ เป็นหลายสัปดาห์ติดต่อกัน และไม่สามารถพยุงความรู้สึกตัวเองได้ อันนี้จะถือว่าเป็น “โรคซึมเศร้า”

ห่วงอุบัติเหตุปีใหม่ ทำครอบครัวเสียเสาหลัก thaihealth

รศ.พญ.รัศมน กล่าวว่า โรคเครียดเกิดจากการเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญหรือเรียกว่า PTSD (Post traumatic Stress Disorder) เป็นโรคที่ก่อตัวขึ้นจากการที่ต้องเผชิญเหตุการณ์ที่กระทบเทือนจิตใจถึงขั้นชีวิต ซึ่งอาการของโรคจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกหวาดผวา เหมือนเหตุการณ์น่ากลัวยังเกิดขึ้นซ้ำๆ แม้จะจบไปแล้ว ตื่นกลางดึกเพราะฝันร้าย รู้สึกใจสั่นและกลัวอยู่ตลอดว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับตัวเอง ดังนั้นคนรอบข้างต้องระวังเมื่อผู้ป่วยเจอเหตุสะเทือนขวัญ การที่ให้เล่ารายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังมากเกินไป อาจส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกหวาดผวาขึ้นมาได้ ต้องประเมินความพร้อม การเล่าอยากให้ผ่อนคลายในสิ่งที่อยากเล่าจริงๆ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับสภาพจิตใจ

“การฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ป่วยที่มีสภาวะความเครียดทางอารมณ์นั้น คนรอบข้างครอบครัวช่วยได้ ให้ใช้วิธีพูดคุยและคอยรับฟังในเวลาที่ต้องการให้ช่วยเหลือ หรือหากมีอาการของโรคที่รุนแรงมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต เช่น ไม่สามารถทำงานได้ กระทบความเป็นอยู่ ถึงขั้นเป็นอันตราย อยากทำร้ายตัวเองบ่อยครั้ง คิดเรื่องความตาย ให้ชักชวนผู้ป่วยไปพบผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลทางด้านจิตเวช สถานพยาบาลด้านจิตเวชที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เรามีนักจิตบำบัด จิตแพทย์ นักจิตวิทยาที่จะคอยให้คำปรึกษาและดูแลด้วยการใช้จิตบำบัด ขณะที่บางรายอาจมีการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการร่วมด้วยตามความรุนแรงของโรค” รศ.พญ.รัศมน กล่าว

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม