มีเซ็กส์ไม่ป้องกัน เสี่ยงสารพัดโรค

| |
อ่าน : 299

ที่มา : สำนักข่าวสร้างสุข

ภาพประกอบจาก สสส.

มีเซ็กส์ไม่ป้องกัน เสี่ยงสารพัดโรค  thaihealth

สสส. พบ เยาวชนใช้ถุงยางอนามัยเพิ่ม แต่ความสม่ำเสมอต่ำ เหตุไว้ใจคู่รัก เตือน! มีเซ็กส์ไม่ป้องกัน เสี่ยงสารพัดโรค ด้านมูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ วอนสังคมหยุดตีตราและเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อ พร้อมหนุนองค์การเภสัชฯ ผลิตถุงยางขายในราคาทุกคนเข้าถึงได้ ตัดปัญหาคนเข้าไม่ถึงสิทธิ

มีเซ็กส์ไม่ป้องกัน เสี่ยงสารพัดโรค  thaihealth

นายชาติวุฒิ วังวล  ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ  (สำนัก 2)  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  กล่าวเนื่องในวันเอดส์โลกปี 2562 ว่า สถิติกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ปี 2558-2560 พบ อัตราการมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นระดับปวช.ปี 2 ทั้งชายและหญิง มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย จากเกือบร้อยละ 50 มาอยู่ที่เฉลี่ยร้อยละ 42 ส่วนนักเรียนชายและหญิงชั้นม. 5 มีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลง โดยอัตราการมีเพศสัมพันธ์ในปี 2560 คิดเป็นร้อยละ 25.9 และ 17.7 ตามลำดับ ทั้งนี้อัตราการใช้ถุงยางอนามัยในวัยรุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2560 นักเรียนม.5 ที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว ใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกร้อยละ 75 ในเพศชาย และร้อยละ 77 ในเพศหญิง ส่วนในนักเรียนอาชีวศึกษาชั้นปวช.ปี 2 มีการใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกร้อยละ 69.5 ในเพศชาย และร้อยละ 74.6 ในเพศหญิง

“แม้อัตราการใช้ถุงยางอนามัยในวัยรุ่นจะเพิ่มสูงขึ้น แต่การใช้อย่างสม่ำเสมอยังคงต่ำอยู่ ซึ่งเกิดจากความไว้วางใจในคู่รักที่คบกันมาระยะนึงเลยหยุดใช้ถุงยางอนามัย ส่งผลให้เกิดการระบาดของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายโรค เช่น เอดส์ ซิฟิลิส หนองใน หนองในเทียม หูดหงอนไก่ เริมที่อวัยวะเพศ แผลริมอ่อน และอื่นๆ” นายชาติวุฒิ กล่าว

 

มีเซ็กส์ไม่ป้องกัน เสี่ยงสารพัดโรค  thaihealth

ด้านนางสาวสุภัทรา  นาคะผิว  ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์  กล่าวว่า  กองเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค ประมาณการณ์ว่าคนไทยมีความต้องการใช้ถุงยางอนามัยอยู่ที่ประมาณ 230 ล้านชิ้นต่อปี โดยมียอดคนซื้อใช้งานเองประมาณ 75 ล้านชิ้น ขณะที่หน่วยงานของรัฐและโครงการต่างๆมีงบประมาณจัดหาถุงยางอนามัยแจกจ่ายให้ประชาชนได้เพียงประมาณ 40 ล้านชิ้นต่อปี เท่ากับว่ายังขาดถุงยางอนามัยอีกร้อยกว่าล้านชิ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการสนองยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ พ.ศ. 2560-2573 ตนมองว่าปัญหาดังกล่าวควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เช่นการใช้ศักยภาพขององค์การเภสัชกรรมผลิตถุงยางอนามัย และจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไปในราคาชิ้นละ 2 บาท เนื่องจากยางพารามีราคาไม่แพง พร้อมกับเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปลี่ยนภาพลักษณ์ถุงยางอนามัยให้เป็นเชิงสร้างสรรค์ เป็นเรื่องสุขภาวะทางเพศที่ปลอดภัย มากกว่าการเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ ส่วนอีกประเด็นที่ควรดำเนินการไปพร้อมกันคือการขจัดการตีตราและเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีซึ่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์ยุติเอดส์ประเทศไทย

“การมีกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล จะเป็นหลักประกันว่า ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอยู่ประมาณ 450,000 คน จะไม่ถูกเลือกปฏิบัติ ไม่ถูกกีดกันโอกาสในทุกด้าน โดยเฉพาะการทำงาน การศึกษา การเข้าถึงบริการต่างๆ วันเอดส์โลกปีนี้ ประเด็นรณรงค์คือ รวมพลังชุมชนยุติเอดส์ Community make the difference สิ่งที่ชุมชนต้องการนอกจากการมีอุปกรณ์ป้องกันเอดส์ที่เพียงพอคือถุงยางอนามัยแล้ว เรายังต้องการกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลมากที่สุด” นางสาวสุภัทรา กล่าว

มีเซ็กส์ไม่ป้องกัน เสี่ยงสารพัดโรค  thaihealth

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม