ระวังป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่

| |
อ่าน : 667

ที่มา : กระทรวงสาธารณสุข

ระวังป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ thaihealth

แฟ้มภาพ

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนระวังป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงปลายฝนต้นหนาว หากมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยร่างกาย ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงควรดูแลเป็นพิเศษ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการป่วยและเสียชีวิตได้ พร้อมแนะให้ยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์

นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากกรณีที่มีรายงานข่าวลูกของอดีตนักร้องชื่อดัง ป่วยและเสียชีวิตจากอาการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่อย่างรุนแรง นั้น  กรมควบคุมโรค ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุด ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตรวจไม่พบสารพันธุกรรมของไวรัสไข้หวัดใหญ่  อย่างไรก็ตาม ขอฝากไปยังประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงหรือคนที่มีโรคประจำตัว หากมีอาการป่วยควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว ซึ่งในประเทศไทยมีรายงานพบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี โรคนี้เป็นโรคที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ แต่จะพบมากในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว

ข้อมูลจากกองระบาดวิทยา ในปี 2562 พบผู้ป่วยมากกว่าปีที่ผ่านมา ประมาณ 3 เท่า และพบได้ตลอดทั้งปี ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ทำให้มีแนวโน้มการเกิดโรคไข้หวัดใหญ่ที่สูงขึ้น สถานการณ์ในปี 2561 มีรายงานผู้ป่วย 185,829 ราย เสียชีวิต 32 ราย ส่วนในปี 2562 ตั้งแต่เดือนมกราคม–ตุลาคม 2562 มีรายงานผู้ป่วย 310,678 ราย เสียชีวิต 22 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ซึ่งช่วงต้นปีส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์บี กลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยสูงสุดคือ กลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน ภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด ภาคกลาง รองลงมาเป็นภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรกคือ กรุงเทพมหานคร ระยอง นครปฐม จันทบุรี และเชียงใหม่ จากสถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่ในปีที่ 2561 ที่ผ่านมา เทียบกับปัจจุบันพบว่าแนวโน้มการป่วยเพิ่มขึ้น แต่พบอัตราการเสียชีวิตน้อยลง เนื่องจากประเทศไทยมีการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และมีระบบการรักษาที่ได้มาตรฐาน

นายแพทย์อัษฎางค์ กล่าวต่อไปว่า ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ หลีกเลี่ยงสถานที่ซึ่งมีผู้คนแออัด เช่น งานแสดงต่างๆ และในสถานที่ที่มีกลุ่มคนอยู่รวมกันเช่น โรงเรียน ค่ายทหาร เป็นต้น ควรมีการเฝ้าระวังการป่วย และคัดแยกผู้ป่วยออกจากคนที่ปกติ เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการรับเชื้อได้ง่าย  ซึ่งโรคไข้หวัดใหญ่ สามารถติดต่อจากการสัมผัสสารคัดหลั่ง (น้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะ) ของผู้ป่วย ผ่านการไอหรือจามรดกัน โดยหลังจากได้รับเชื้อจะมีไข้สูง อาการคล้ายไข้หวัด แต่จะมีอาการปวดกล้ามเนื้อมากและปวดศีรษะ อ่อนเพลีย แต่สามารถหายเองได้ใน 5-7 วัน กลุ่มเสี่ยงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดบวม หายใจลำบาก และอาจทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่เป็นโรคอ้วน เป็นต้น หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ควรรีบพบแพทย์ทันที

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนยึดหลัก“ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์ ดังนี้ ปิด คือปิดปากและจมูกเมื่อไอ จาม ต้องใช้หน้ากากอนามัย ผ้า หรือกระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้ง ล้าง คือล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ เมื่อสัมผัสสิ่งของ เช่น กลอนประตู ลูกบิด ราวบันได เลี่ยง คือหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย หยุด คือเมื่อป่วย ควรหยุดเรียน หยุดงาน แม้จะมีอาการไม่มากก็ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากมีอาการข้างต้นให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาโดยเร็ว สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม