แนะวิธีเลี่ยงหมอกควัน PM 2.5

| |
อ่าน : 486

ที่มา :  กระทรวงสาธารณสุข

แนะวิธีเลี่ยงหมอกควัน PM 2.5 thaihealth

แฟ้มภาพ

รมช.สธ.เตือนมลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครในหลายเขตเกินค่ามาตรฐาน เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน แนะกลุ่มที่มีความเสี่ยงเจ็บป่วยได้ง่าย เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรงดกิจกรรมภายนอกอาคาร งดการออกกำลังกายในที่โล่งแจ้ง เนื่องจากจะเพิ่มการหายใจเอาอากาศเข้าสู่ร่างกาย 10-20 เท่าตัว  

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากสถานการณ์หมอกควันในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายจุดมีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน กระทรวงสาธารณสุข จึงมีความห่วงใยประชาชน เนื่องจากคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนอาจสูดดมเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงเจ็บป่วยได้ง่าย เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัว จึงได้เตรียมการให้โรงพยาบาลทุกระดับที่อยู่ในพื้นที่ จัดเตรียมเครื่องมือแพทย์ เวชภัณฑ์ ยาประจำห้องฉุกเฉินต่าง ๆ เพื่อให้บริการประชาชนที่เจ็บป่วยจากการสูดดมมลพิษหมอกควันได้อย่างทันท่วงที ซึ่งนอกจากการดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพแก่ประชาชนในพื้นที่แล้ว สิ่งสำคัญคือขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัดซึ่งจะทำให้ทราบข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับปัญหาหมอกควัน รวมทั้งมีความรู้ความเข้าใจ และทราบแนวทางการปฏิบัติเพื่อดูแลตัวเองและคนในครอบครัวปลอดภัยจากพิษของหมอกควัน

รมช.สธ.กล่าวต่อไปว่าการปฏิบัติตัวที่สำคัญ คือ หลีกเลี่ยงการออกนอกสถานที่รวมทั้งทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงข้างต้น ควรพักผ่อนอยู่ในบ้าน ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด เตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมงดเว้นการสูบบุหรี่ เผาหญ้า ต้นไม้ หรือขยะต่าง ๆ หลีกเลี่ยงกิจกรรมการใช้แรงมาก เช่น การออกกำลังกายในที่โล่งแจ้ง เนื่องจากจะเพิ่มการหายใจเอาอากาศเข้าสู่ร่างกาย 10-20 เท่าตัว ใช้หน้ากากอนามัยปิดปากและจมูก จะทำให้ห่างไกลจากมลพิษทางอากาศได้

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า หมอกควันจัดเป็นมลพิษทางอากาศชนิดหนึ่งที่เกิดจากการสะสมของควันหรือฝุ่นละอองในอากาศ ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อระบบต่าง ๆของร่างกาย ซึ่งมลพิษจากหมอกควันที่เกิดขึ้นขณะนี้ จึงเป็นอันตรายและมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยจะมีอาการเบื้องต้น คือระคายเคืองดวงตา จมูก คอ ทางเดินหายใจ เช่น คันบริเวณตา แน่นจมูก เจ็บคอ ไอ หายใจลำบาก นอกจากนี้เมื่อเกิดมลพิษทางอากาศจะทำให้คนที่เป็นโรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแสดงอาการมากขึ้น จากการศึกษาพบว่า โอโซน จะเข้าไปทำลายเนื้อปอดอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่มีอาการเลย ผู้ที่เป็นโรคปอดและหัวใจจะเป็นกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์จะทำให้มีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น  เนื่องจากมีความไวต่อผลของมลพิษทางอากาศ ดังนั้น ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือเป็นกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว หากพบอาการผิดปกติต่าง ๆในร่างกาย เช่น หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ไอ ตาอักเสบ แน่นหน้าอก ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ให้รีบพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน

 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม