เผยคนไทยอ้วนลงพุง

โดย
| |
อ่าน : 6,007

กินผักผลไม้น้อย

 

           เผยผลสำรวจคนไทยอ้วนเยอะ กินผักผลไม้น้อย ซ้ำโรคโลหิตจางปั่นทอน คาดป่วยเบาหวานเฉียด 3 ล้าน ความดันสูง 10 ล้าน

         

          วันนี้ (16 ก.ย.)  รศ.นพ.วิชัย เอกพลากร สำนักงานศูนย์เวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 4 ระหว่างเดือน ก.ค.2551-มี.ค.2552 โดยเป็นการสำรวจกลุ่มตัวอย่างใน 20 จังหวัดทั่วประเทศและกรุงเทพฯ กลุ่มอายุ 15-59 ปี จำนวน 12,240 คน และอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 9,720 คน รวมทั้งหมด 21,960 คน ปรากฏว่าคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ 19.9% ซึ่งเพศชายสูบบุหรี่เป็นประจำ 38.7% ส่วนเพศหญิงสูบบุหรี่เป็นประจำ 2.1% ทั้งนี้พบว่า 1 ใน 4 ของผู้สูงอายุชายยังคงสูบบุหรี่อยู่

         

          รศ.นพ.วิชัย กล่าวต่อว่า จากการสำรวจพฤติกรรมการกินอาหาร พบว่าประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 77.3 % กินอาหารครบ 3 มื้อต่อวัน โดยกลุ่มอายุที่กินครบ 3 มื้อน้อยที่สุดคือ อายุระหว่าง 15-29 ปี นอกจากนี้ยังพบว่า ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป สูงถึง 80 % กินอาหารมื้อเย็นที่บ้าน ส่วน 20 % กินอาหารนอกบ้านหรืออาหารปรุงสำเร็จ สำหรับการกินผลไม้ พบว่า 17.7 %  กินผักและผลไม้ปริมาณต่อวันเพียงพอตามข้อแนะนำ โดยสัดส่วนการกินผักและผลไม้ในผู้ชายอยู่ที่ 16.9 % ซึ่งน้อยกว่าผู้หญิง และหากพิจารณาตามภาคพบว่า ภาคใต้ กินผักและผลไม้เพียงพอมากที่สุด

         

          รศ.นพ.วิชัย กล่าวต่ออีกว่า สำหรับประเด็นการใช้ยาและอาหารเสริม พบว่าประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 2.3 % กินยาแก้ปวดทุกวัน โดยเพศหญิงมีความชุกในการกินยาแก้ปวดสูงกว่าชาย และสัดส่วนการกินยาแก้ปวดจะเพิ่มขึ้นตามอายุด้วย โดยภาคอีสานมีคนกินยาแก้ปวดมากที่สุด รองลงมาคือภาคกลาง ทั้งนี้พบว่า 3.3 % กินยาคลายเครียดหรือยานอนหลับเป็นประจำ ทั้งที่มีอาการหรือไม่มีอาการ โดยผู้หญิงมีความชุกการกินยามากกว่าผู้ชายด้วย นอกจากนี้ยังพบว่า ประชากร 2.1 % กินยาลูกกลอนประจำ 1.1 % กินยาลดความอ้วน และ 14.8 % เคยกินอาหารเสริม ที่น่าห่วงคือ ภาวะอ้วน โดยในประชากรอายุ 15 ขึ้นไป ผู้ชายพบมี 28.4 % ส่วนผู้หญิงสูงถึง 40.7 % โดยในภาคกลางและกรุงเทพฯ จะสูงกว่าภาคอื่น ๆ  ส่วนภาวะอ้วนลงพุง ในผู้ชายที่รอบเอวเกิน 90 ซม.มี 18.6 % ในผู้หญิงมีมากถึง 45 %  ซึ่งถือว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างชัดเจน

         

          รศ.นพ.วิชัย ยังกล่าวถึงกรณีโรคเบาหวาน คาดว่าจะมีผู้ป่วยอายุ 15 ปีขึ้นไป ประมาณ 6.9 % หรือ 3 ล้านคน โดยผู้ชายในกรุงเทพฯ จะมีความชุกสูงสุด รองลงไป ได้แก่ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ อย่างไรก็ตามที่น่าห่วงมากคือ 1 ใน 3 ไม่ทราบว่าตัวเองเป็นโรคเบาหวานมาก่อน อีกประเด็นที่น่าห่วงคือ โรคความดันโลหิตสูง เพราะพบว่าคนอายุ 15 ปีขึ้นไปมี 21.4 % หรือประมาณ 10 ล้านคน เป็นโรคดังกล่าว บางคนความดันสูงถึง 240 ก็มี ดังนั้นข้อแนะนำคือการไปตรวจร่างกายทุกปี โดยเฉพาะในคนอายุ 20 ปีขึ้นไป ส่วนภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ พบประมาณ 19.1 หรือประมาณ 10 ล้านคน ทั้งนี้พบว่าระดับไขมันคลอเลสเตอรอล เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

         

          รศ.นพ.วิชัย ยังกล่าวถึงการสำรวจภาวะซึมเศร้าในคนอายุ 15 ปีขึ้นไป พบ 2.8 % โดยพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ทั้งนี้พบว่าผู้ชายในภาคอีสานมีภาวะซึมเศร้ามากที่สุด รองลงมา ได้แก่ ภาคใต้ ส่วนเพศหญิงพบในกรุงเทพฯ มากที่สุด อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ ภาวะโลหิตจาง เพราะคนอายุ 15 ปีขึ้นไป พบมากถึง 23 % และยังพบในผู้หญิงมากกว่าชาย โดยกรุงเทพฯ และอีสานมีความชุกสูงกว่าภาคอื่น สำหรับเรื่องอนามัยการเจริญพันธุ์ พบว่า ผลสำรวจพบว่าอายุเฉลี่ยของสตรีไทยเป็นประจำเดือนครั้งแรก มีแนวโน้มลดลงและเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วขึ้น โดยกลุ่มอายุ 15-29 ปี มีประจำครั้งแรกเมื่ออายุ 13.2 ปี อายุ 30-44 ปี มีประจำเดือนครั้งแรกอายุ 14.1 ปีและอายุ 45-49 ปี มีประจำเดือนครั้งแรกอายุ 15-19 ปี นอกจากนี้ยังพบว่า 10.5 % ของสตรีวัย 15-19 ปี เคยตั้งครรภ์และในจำนวนนี้ 84.8 % เคยคลอดบุตรด้วย ส่วนการมีบุตรยากพบสูงถึง 11 % โดยมีเพียง 32.9 % เท่านั้นที่เคยได้รับการักษา

         

          โดยสรุปผลการสำรวจสุขภาพประชาชนโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 4 นี้ เทียบกับครั้งที่ 3 พบว่า ความชุกของบางปัจจัยเสี่ยงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เช่น ภาวะอ้วน  ภาวะไขมันในเลือดสูง การกินผักผลไม้ไม่เพียงพอ ภาวะโลหิตจาง บางปัจจัยอยู่ในสภาพคงเดิม ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและบางปัจจัยเสี่ยงมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในบางกลุ่ม เช่น การสูบบุหรี่ลดลงในผู้ชายแต่ในผู้หญิงไม่ลดลง การมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ดังนั้นจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันกำหนดการ ดำเนินการควบคุมป้องกันปัจจัยเสี่ยงและสร้างเสริมสุขภาพประชาชนให้มีประสิทธิผลมากขึ้น ทั้งยังต้องมีการสำรวจติดตามสถานสุขภาพประชาชนต่อเนื่องเป็นระยะต่อไปรศ.นพ.วิชัย กล่าว

 

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

 

 

 

update : 17-09-53

อัพเดทเนื้อหาโดย : สุนันทา สุขสุมิตร

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม