สนามเด็กเล่น สร้างปัญญาได้อย่างไร?

| |
อ่าน : 1,144

สนามเด็กเล่น สร้างปัญญาได้อย่างไร? thaihealth

 

          เด็กน้อยจะเติบโตเป็นคนดีได้ต้องมีความสุขจากการได้เล่นอิสระจากธรรมชาติและของเล่นที่มาจากธรรมชาติ เช่น ทราย ดินเหนียว น้ำ ลม ต้นไม้ใบหญ้า แสงแดดยามเช้า ได้เรียนรู้จากความมพอเพียง พอดี พองาม ช่วยตนเอง และช่วยพ่อแม่ได้

          งานที่สำคัญของพ่อแม่คือ สอนเขาโดยการทำให้ลูกดู ลูกเล็กจะพยายามทำตามเหมือนเงา พอทำได้เขาจะพัฒนาสมองส่วนหน้าผากว่า “เขาทำเองได้แล้ว” จะเกิดความมั่นคงในจิตใจว่า “เขาจะอยู่รอดปลอดภัยในโลกนี้”

          ช่วงวัย 0-11 ขวบ เป็นช่วงที่พ่อแม่ต้องอยู่กับเขา การเล่นรวมอยู่ใน 0-11 ขวบนี้ด้วย โดยของเล่นที่ดีที่สุดและสำคัญมากคือ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ที่ยอมให้เขาได้เล่น

          ในช่วงวัยที่สำคัญ จิตใจและสมองมีการพัฒนาสูงสุดในแง่อารมณ์ นิสัยใจคอ ความขยันอาสา ความแข็งแรง จินตนาการ ศิลปะ ดนตรี ความเมตตา ศีลธรรม ความพอเพียง พอดีพองาม รวมทั้งการมัธยัสถ์ ประหยัด อดออม

          การขายของจากสิ่งที่ปลูก งานเกษตรและงานประดิษฐ์ เป็นฐานที่สำคัญใต้ถุนสนามเด็กเล่น ที่จะสร้างเด็กให้สร้างสรรค์ด้วยครูที่อาสามาช่วย เช่น

  • คุณตา คุณยายใจดี มาสอนทำขนม มาสอนทำว่าวทำของเล่น มาเล่าประสบการณ์ชีวิตและนิทานสอนใจ

  • พระมาสอน โดยการเล่านิทานชาดกที่มีอยู่แล้วห้าร้อยเรื่อง ล้วนแล้วแต่สอนให้ปลูกคุณธรรมความดี ละอายชั่วกลัวบาป เพราะเป็นวัยที่จำเป็นต้องปลูกความคิดที่ถูก จะได้ผลไปตลอดชีวิต

          วิชาการที่พ่อแม่คิดผิด การเร่ง หรือการปลูกผิดเวลาจะทำให้มีการฆ่าสมองส่วนต่าง ๆ เช่น คุณธรรม การสร้างสรรค์ ศิลปะ ดนตรี การทำตามพ่อแม่ทำให้เด็กเกิดสมองส่วนหน้าฝ่อ ขี้ขลาด คิดอะไรเองไม่เป็น ทำอะไรเองไม่ได้ เป็นคนเห็นแก่ตัว จึงเกิดการโกงคอร์รัปชัน เกิดเป็นโรคมะเร็ง กระดูกพรุน เป็นคนที่เป็นอันตรายต่อสังคม เพราะวิชาการก่อนเด็กจะโตพอเท่ากับการใช้สารเร่งให้โต แต่คนกินอาจตายผ่อนส่ง

          สมเด็จย่าทรงใช้สิบปีแรกป้องกันลูกท่านให้พ้นจากการถูกอัดการเรียนในเวลาที่การเล่นคือการเรียน เพราะการเรียนของผู้ใหญ่ สะกดด้วย “ล” เป็น “เลียน” กอบปี้ ลอกแบบ คิดเอาเองไม่ได้ เพราะเวลาที่เด็กจะคิดคือ เวลาเล่น และของเล่นต้องเป็นของเล่นที่ส่งเสริมการคิดแบบเชื่อมโยง ไม่มีนี่ต้องใช้อันนี้ มีทราย น้ำ ดิน ลม ต้นไม้ ต่อไปคือ กาว กระดาษ ต้นกล้วย ต้นไผ่ มะพร้าว ต่อไปเป็น ไม้ ตะปู ค้อน สิ่ว สะกัด สว่าน ต่อไปคือ เหล็ก พลาสติก เคมี และในที่สุดจะเป็นผลงานของการศึกษาแบบ ฉันทะ คือ อาหาร เครื่องส่งวิทยุ รถยนตร์ เรือ เครื่องบิน จบลงด้วยตัวหนังสือที่บรรยายการค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ไม่ใช่การลอกเลียนแบบใคร เป็นการเรียนที่ระเบิดออกจากข้างในตัว อันถูกปลูกและบ่มเพาะมาจากการเล่นในธรรมชาติ เล่นคืองาน งานคือเล่น เล่นกับงานนั้นสนุก สุข และเป็นคนดี เพราะมีความสุข

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ