หยุดพฤติกรรม “ทำร้ายเข่า”

โดย
| |
อ่าน : 4,782

          โดยมากแล้วอาการปวดเข่าเป็นสิ่งที่บรรดาวัยรุ่นและวัยทำงานไฟแรงทั้งหลายมองว่าเป็นอาการเจ็บป่วยที่แสนจะไกลตัว และเป็นธรรมดาของภาวะสูงอายุ แต่ที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยไม่เคยรู้เลยก็คือ ข้อเข่าเสื่อมไม่ใช่ภาวะที่เกิดขึ้นเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แล้วแต่ลักษณะนิสัยและการดำเนินชีวิตของแต่ละคน และที่น่ากังวลไปกว่านั้นก็คือ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบุชัดว่า แนวโน้มการเกิดขึ้นของข้อเข่าเสื่อมนั้น นับวันจะเกิดขึ้นกับคนที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ

          ...ที่สำคัญก็คือ พฤติกรรมทั้งหลายทั้งปวงที่เราคิดว่าเป็นพฤติกรรมปกติ ทำเป็นประจำทุกวัน และไม่น่าจะอันตรายอะไร กลับเกี่ยวข้องกับการเกิดข้อเข่าเสื่อม และเป็นความเสี่ยงที่หลายๆ ทำกันเป็นประจำเสียด้วย!?

          รศ.นพ.พัชรพล อุดมเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านออร์โธปิดิกส์ กระดูกและข้อภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ภาพเค้าโครงของหัวเข่ามนุษย์ให้เข้าใจอย่างง่ายๆ ว่า ข้อเข่าประกอบด้วยกระดูก 3 ส่วน คือ กระดูกส่วนล่างของกระดูกต้นขา กระดูกส่วนบนของกระดูกหน้าแข้งและกระดูกสะบ้า บริเวณที่กระดูก 3 ชิ้น ที่สัมผัสกันจะมีกระดูกอ่อนผิวข้อปกคลุมอยู่ ปกติแล้วกระดูกอ่อนผิวข้อจะหนาประมาณด้านละ 3-4 มิลลิเมตร

          โรคข้อเข่าเสื่อม เกิดจากการที่กระดูกอ่อนผิวข้อนั้นถูกทำลาย ตามปกติกระดูกอ่อนผิวข้อจะมีเรียบลื่น เป็นมัน ทำหน้าที่ช่วยให้การเคลื่อนไหวของข้อเป็นไปอย่างเรียบลื่นไม่สะดุด ช่วยกระจายแรงและลดแรงกดกระแทกที่เกิดขึ้นกับข้อต่อ ซึ่งในผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมจะพบว่ากระดูกผิวข้อจะบางลง มีการแตกและเปื่อยยุ่ย จนในที่สุดจะมีการสูญเสียกระดูกอ่อนผิวข้อไป ระหว่างนี้อาจมีการอักเสบของเยื่อบุข้อทำให้มีน้ำในข้อมากขึ้นจนมีการบวมของข้อเข่าให้สังเกตได้และจะมีกระดูกงอก ตามขอบผิวข้อเดิม ร่วมกับจะมีการโก่งผิดรูปของข้อเข่าในระยะท้ายของโรค แพทย์ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ให้ข้อมูลต่อไปอีกว่า โดยมากแล้ว ผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ส่วนใหญ่จะมีการเจ็บปวดที่หลากหลาย อาจรู้สึกปวดตื้อๆ เจ็บแปลบๆ เจ็บเสียวตามแนวบริเวณข้อเข่า ซึ่ความเจ็บปวดนี้มีแนวโน้มจะเป็นมากขึ้นตามลักษณะการทำลายผิวข้อนี้มีมากขึ้น

          รศ.นพ.พัชรพล ยังแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับความเสี่ยงในการเกิดโรคดังกล่าวนี้ว่า แม้โรคนี้มักจะเกิดในผู้ป่วยที่มีการเกิดอุบัติเหตุที่บริเวณข้อเข่า หรือมีประวัติป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับกระดูกและข้อ เช่น เกาต์ รูมาตอยด์ หรือมีประวัติการติดเชื้อในข้อเข่า แต่ก็ยังมีพฤติกรรมที่คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นพฤติกรรมปกติและไม่อันตราย ทว่าในความเป็นจริงแล้ว พฤติกรรมธรรมดาๆ ก็กลายเป็นการทำร้ายหัวเข่าและเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้โดยไม่รู้ตัว

          หลายคนไม่ทราบเลยว่า ท่านั่งธรรมดาสไตล์คนไทยอย่างการนั่งขัดสมาธินี่ก็เป็นการทำร้ายข้อเข่า การนั่งพับเพียบด้วย และที่ห่วงที่สุดคือคุณผู้หญิงทั้งหลายที่สวมรองเท้าส้นสูง เวลาสวมรองเท้าส้นสูง เข่าจะต้องรับน้ำหนักตัวเต็มที่ ถ้าใส่ประจำก็ทำให้เข่าเสื่อมได้เช่นกัน คือธรรมดาไม่ทำอะไร นั่งเฉยๆ ไม่ถูกท่าก็ทำร้ายหัวเข่าแล้ว แค่นั่งแล้วงอเข่าเกิน 90 องศาก็จะเกิดแรงกดจากกล้ามเนื้อรอบๆ เข่า กระดูกหัวเข่าจะถูกบีบ ก็เป็นสาเหตุทำให้ข้อเสื่อมเร็วเหมือนกัน รวมถึงการทำกิจกรรมต่างๆ ที่มีแรงกระแทกแรงๆ ต่อเข่า โดยเฉพาะในคนที่น้ำหนักมาก ต้องระวังเป็นพิเศษ

          รศ.นพ.พัชรพลแนะนำด้วยว่า อาการปวดเข่ารวมถึงโรคข้อเข่าเสื่อม แม้ไม่ได้เป็นโรคที่อันตรายถึงชีวิต แต่ก็เป็นโรคที่สร้างความทุกข์ทรมาน และกระทบกับคุณภาพชีวิตโดยตรง อีกทั้งเป็นโรคที่ป้องกันได้ จึงฝากข้อมูลดีๆ ไปยังผู้อ่าน ให้ใส่ใจสุขภาพและป้องกันอาการปวดเข่าและโรคข้อเข่าเสื่อม ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักให้ได้ตามมาตรฐานดัชนีมวลกาย เพื่อลดภาระการรับน้ำหนักของข้อเข่า หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการทำร้ายข้อเข่าต่างๆ และออกกำลังกายสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อรอบเข่า

          สร้างกล้ามเนื้อรอบเข่าให้แข็งแรงง่ายๆ ด้วยการนั่งเหยียดขาตึงแนบพื้น พร้อมกับกระดกปลายเท้าเข้าหาตัว สลับกับการจิกเท้าไปข้างหน้า หากทำจะรู้สึกตึงหน้าแข้งและเมื่อย ทำเป็นประจำจะช่วยให้กล้ามเนื้อรอบเข่าแข็งแรงขึ้น

          แพทย์ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ทิ้งท้ายด้วยว่า แต่หากวิถีการออกกำลังกายและการดูแลตัวเองให้ห่างจากการปวดเข่าและเข่าเสื่อมได้ผลไม่ทัน ผู้ป่วยพบว่าตัวเองเป็นโรคนี้เสียแล้วก็อย่าเพิ่งตกใจ และขอให้มาพบแพทย์โดยด่วนทันทีที่พบความผิดปกติ เช่นรู้สึกปวดหรือเสียวบริเวณข้อ เพราะยิ่งพบเร็วก็จะยิ่งหาสาเหตุและรักษาได้เร็ว

          ทุกวันนี้การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าทันสมัยขึ้นมาก แผลเล็กลงเยอะ เจ็บน้อยลง และใช้เวลาพักฟื้นน้อยลงด้วย แต่สิ่งที่คนไข้ต้องทำคือ เมื่อพบว่ามีอาการผิดปกติ ต้องรีบมาหาหมอ จะได้รักษาได้ทันท่วงที รศ.นพ.พัชรพลกล่าว

 

 

 

 

ที่มา:astvผู้จัดการรายวัน

update: 6-10-53

อัพโหลดเนื้อหาโดย:คีตฌาณ์ ลอยเลิศ

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • PERSONA HEALTH คัดข้อมูลสุขภาพที่ใช่ ให้ตรงกับตัวคุณ -
  • คู่มือ การจัดตั้งศูนย์แยกกักตัวในชุมชน Community Isolation (ฉบับปฏิบัติการ) -
  • การรับสมัครและการเสนอชื่อบุคคล เพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • คู่มือแยกกักตัวที่บ้าน เรื่องควรรู้ที่คุณหมอรวบรวมมาให้ -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 -
  • ชัวร์โควิดและวัคซีน -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาอังกฤษ -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาลาว -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาพม่า -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษากัมพูชา -
  • คู่มือ วัคซีนสู้โควิด (ฉบับประชาชน) -
  • คู่มือ การบริหารจัดการโครงการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม