"น้ำขึ้นฉ่ายฝรั่ง" เสี่ยง...สุขภาพไตวัยชรา

| |
อ่าน : 2,603

ที่มา : ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

ดีจริงหรืออุปทานหมู่? เทรนด์ฮิต "ดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่ง" คนดัง-บล็อกเกอร์-คนรักสุขภาพ กระดกตามกันรัว ๆ หวังผิวสวยใส ด้านกูรูโภชนาการชี้ "ขึ้นฉ่ายฝรั่ง" ประโยชน์มากมีแต่ไม่ใช่กับทุกคน "ไต-ความดัน-อายุมาก" ต้องระวัง!!

ชาเลนจ์ตามเทรนด์ "เหม็นเขียว-ขื่นคอ-ยอมทน" กลายเป็นชาเลนจ์ล่าสุด ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่คนรักสุขภาพ ตั้งแต่แต่ดาราฮอลลีวูด คนมีชื่อเสียงในต่างประเทศ และลามมาถึงบล็อกเกอร์ชาวไทย สำหรับ "การดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่ง" ที่ว่ากันว่า ผลลัพธ์ที่ได้ จะช่วยในเรื่องของการขับถ่าย ทำให้ผิวพรรณสดใส คล้ายกับเป็นการดีท็อกซ์ของเสีย เคลียร์สารพิษออกจากร่างกาย

ขณะที่ในโซเชียลฯ ทั่วโลกเอง ก็มีการผุดแฮชแท็ก #celeryjuicechallenge  คือการดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่ง ปริมาณ 500 ml. ในตอนเช้าที่ท้องยังว่าง ติดต่อกันเป็นเวลา 7 วัน และคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงของตนเอง ซึ่งในประเทศไทยเอง ก็มีผู้ที่สนใจอยากจะดื่มตามเป็นจำนวนมาก

ส่วนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น แน่นอนว่ายอมแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ซึ่งก็มีทั้งผู้ที่บอกว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีกับตนเองจริง ๆ ขณะเดียวกันผู้ที่ดื่มแล้วไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง และมีคนจำนวนไม่น้อยที่ขอยกธงขาวไม่ดื่มต่อ เพราะทนกับกลิ่นและรสชาติสุดเหม็นเขียว อันเป็นเอกลักษณ์ของผักชนิดนี้ไม่ไหว

เพื่อความชัดเจนที่ว่า ตกลงแล้ว "น้ำขึ้นฉ่ายฝรั่ง" ดีจริงหรือเป็นเพียงอุปทานหมู่ ทีมข่าว MGR Live     ได้ต่อสายตรงไปยัง แววตา เอกชาวนา นักกำหนดอาหารวิชาชีพ และที่ปรึกษา "โครงการกินผักผลไม้ดี 400 กรัม" ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มาเป็นผู้ให้ความกระจ่างในเรื่องนี้

"น้ำขึ้นฉ่ายฝรั่ง เป็นสูตรมาตรฐานที่มีมานานมากแล้วค่ะ เวลาใครจะทำน้ำผักปั่นก็ต้องใส่ขึ้นฉ่ายฝรั่งลงไปด้วย ประโยชน์หลัก ๆ ของมันคือ มีโพแทสเซียมสูง จะช่วยทำให้การเต้นของหัวใจทำงานได้ดีขึ้นและลดความดันโลหิต มีวิตามินซีสูง พอไม่ได้ผ่านความร้อน จึงทำให้วิตามินซีมีอยู่เยอะ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการสร้างคอลลาเจนหรือเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในร่างกาย เมื่อดื่มเป็นน้ำในปริมาณมาก ก็จะทำให้ขับสารพิษในร่างกายเราและเป็นการดีท็อกซ์ในตัว สามารถทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ไม่แตกแห้ง และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เกี่ยวกับเรื่องความงามก็น่าจะมีส่วนช่วยให้เกิดประโยชน์ด้านผิวพรรณค่ะ

จุดเด่นอีกอย่างของน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่ง ใยอาหารของเขาจะลดคอเลสเตอรอลได้ ใยอาหารจะแบ่งเป็น 2 อย่าง ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ขึ้นฉ่ายฝรั่งเป็นชนิดที่ไม่ละลายน้ำเยอะ แปลว่าพอดื่มเข้าไปจะทำให้ขับถ่ายได้ดี อิ่มท้อง และที่สำคัญอีกอย่างคือโฟเลต มีงานวิจัยมากมายว่าขึ้นฉ่ายฝรั่งมีโฟเลตสูง ช่วยบำรุงเลือด บำรุงสมอง ฉะนั้นการดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่งไม่น่าจะเกิดโทษอะไรค่ะ"

เมื่อถามผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการว่า สามารถใช้ขึ้นฉ่ายไทยหรือผักชนิดอื่นที่มีคุณประโยชน์ใกล้เคียงกัน มาทดแทนได้หรือไม่ เพราะตอนนี้ราคาของขึ้นฉ่ายฝรั่งดีดสูงขึ้น และกลายเป็นของหายากในซูเปอร์มาร์เกตไปแล้ว ส่วนร้านค้าออนไลน์ก็มีจำหน่ายแบบพร้อมดื่ม ขนาด 500 ml. ราคาขวดละประมาณ 150-250 บาทกันเลยทีเดียว

"ขึ้นฉ่ายไทยกับขึ้นฉ่ายฝรั่งได้ผลเหมือนกันค่ะ แต่ว่าขึ้นฉ่ายไทยจุดเด่นของเขาจะมีความเข้มข้นกว่า ลองสังเกตดู ขึ้นฉ่ายฝรั่งตรงก้านจะยาว ออกกรอบ ๆ มีน้ำมาก แต่ขึ้นฉ่ายไทยก้านมันจะแข็งนิดนึงและกลิ่นฉุนกว่า การที่จะคั้นออกมาให้ได้ 500 ml. มันต้องใช้ปริมาณของขึ้นฉ่ายเยอะ และกลิ่นฉุนอาจจะทำให้คนดื่มลำบากขึ้น

แต่เราสามารถดัดแปลงได้นะคะ ส่วนมากจะเอาขึ้นฉ่ายฝรั่ง แอปเปิ้ลเขียว หอมหัวใหญ่ แครอตมาทำ เพื่อให้มีใยอาหารที่แตกต่างกันไป แต่อาจจะต้องเพิ่มน้ำหน่อยเพื่อให้ดื่มได้ง่ายขึ้นค่ะ ส่วนผักที่จะมาทดแทนต้องเป็นผักที่มีพลังงานต่ำเหมือนกัน มีน้ำตาลน้อย มีใยอาหารเยอะ หากขึ้นฉ่ายฝรั่งมันแพงและไม่ชอบกลิ่นรสของเขา เราก็เลือกผักอื่น ๆ ใบเขียวต่าง ๆ ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง ฯลฯ

ส่วนการกินผักสดมีประโยชน์ที่สุดค่ะ แต่การเอาแบบสด ๆ มา มันกินยากที่จะให้ครบครึ่งกิโลได้ ถ้าเอามาคั้นมันจะได้ง่ายกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเลือกผักที่ปลอดสารพิษ แล้วก็ล้างทำความสะอาดให้ดีก่อนค่ะถึงจะมีประโยชน์จริง ๆ ในการที่เราจะกินผักปริมาณมากขนาดนั้น"

"ผู้ป่วยไต-ความดัน-ผู้สูงอายุ" กลุ่มเสี่ยงน้ำผักฮิต

สำหรับจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดกระแสการดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่ง จนเกิดเป็นชาเลนจ์นั้น เกิดจาก Anthony William ผู้เขียนหนังสือด้านสุขภาพชื่อดัง "Medical Medium: Secrets Behind Chronic & Mystery Illness and How to Finally Heal" เขาเป็นผู้แนะนำการดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่งแยกกากในตอนเช้า ติดต่อกันอย่างน้อย 7 วัน จึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในร่างกายตัวเอง

แน่นอนว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ล้วนมี 2 ด้านเสมอ การดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่งก็เช่นกัน เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนที่สามารถดื่มมันได้ตามที่ชาเลนจ์กำหนด โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับไต, ความดันโลหิต และผู้สูงอายุ

"ถ้าคั้นสด ๆ แล้วดื่มทีเดียว 500 ml. ก็ต้องใช้ขึ้นฉ่ายฝรั่งมาก และจะได้โพแทสเซียมเยอะมาก กรณีของวัยรุ่น วัยทำงาน ไตสามารถขับออกหมดก็ไม่เป็นไร แต่ขณะเดียวกัน คนที่มีความเสี่ยงโรคไต มีภาวะการทำงานของไตบกพร่องก็ต้องระวัง เป็นห่วงโดยเฉพาะผู้สูงอายุค่ะ เพราะอวัยวะต่าง ๆ มันจะเสื่อมตามกาลเวลาอยู่แล้ว ถ้าจะทำสูตรนี้ให้ผู้สูงอายุดื่ม ต้องระมัดระวังมากขึ้น

ถ้าจะดื่ม 500 ml. ไม่แนะนำให้ดื่มทีเดียว ครั้งเดียว ให้ดื่มเหมือนน้ำ อย่างมากก็ครั้งละครึ่งนึงพอค่ะ แล้วก็ไม่ควรดื่มหลังอาหาร ต้องดื่มเดี่ยว ๆ ไปเลย เพราะอะไรที่เป็นน้ำมาก ๆ มันจะทำให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารของเราเจือจาง ทำให้ย่อยอาหารได้ไม่ดี ท้องอืดท้องเฟ้อ สำหรับผู้ป่วยโรคความดัน เนื่องจากว่าขึ้นฉ่ายฝรั่งมันไม่ใช่ยา มันจะไม่เหมือนกับว่าถ้าความดันต่ำ กินยาที่ทำให้ความดันต่ำแล้วความดันจะต่ำลงอีก ฉะนั้นคนที่มีความดันต่ำหรือสูง ไม่ควรดื่มเซเลอรีเข้มข้น ดื่มแบบผสมน้ำพอค่ะ"

นอกจากนี้ นักโภชนาการชื่อดัง ได้แนะนำไปยังคนที่สนใจในการทำชาเลนจ์นี้ หากอยากทำก็สามารถทำได้ แต่ควรกินผักให้หลากหลายควบคู่กันไปด้วย และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของการทำความสะอาดผัก เพราะหากล้างผักไม่สะอาดแล้ว แทนที่จะได้ประโยชน์ กลับกลับเป็นว่าทำให้ร่างกายรับโทษมากขึ้นแทน

"ชาเลนจ์นี้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่ก็ต้องสังเกตตัวเองด้วยว่า ของบางอย่างก็ดีสำหรับร่างกายอีกคนหนึ่ง แต่บางอย่างก็อาจไม่เหมาะกับเรา จะดูตามอย่างคนอื่นไม่ได้ เราต้องเป็นหมอที่ดูแลตัวเอง และที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นผักอะไรก็แล้วแต่ เราจะต้องเน้นเรื่องของความสะอาด กินสดใหม่เสมอ เป้าหมายในการกินผัก ไม่ว่าจะเป็นผักอะไรก็ตาม ควรจะกินผักและผลไม้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม และกินผักหลาย ๆ สีค่ะ

อีกเรื่องที่กังวลคือสารเคมีที่อยู่ในผัก ร่างกายของเราเวลาออกกำลังกาย ดื่มน้ำเยอะ ๆ สารเคมีต่าง ๆ มันก็จะถูกขับออกไป แต่ถ้าเรากินผักชนิดเดียวซ้ำ ๆ ปุ๋ยทางการเกษตรของพืชแต่ละตัวก็ต่างกัน สมมติเรากินขึ้นฉ่ายฝรั่งซ้ำ ๆ โอกาสที่เราจะได้รับสารพิษจากพวกเคมีที่เป็นปุ๋ยก็มากขึ้นค่ะ

อยากจะบอกทุกคนว่า ผักทุกชนิดมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ถ้าการกินอะไรที่จะมุ่งหวังเลยว่ามันจะได้ผลในระยะยาว ก็ไม่ควรกินแค่อย่างเดียว ควรจะกินผักอย่างน้อย 3-4 สีต่อวัน เพราะผักอย่างเดียวมันไม่สามารถตอบโจทย์เพื่อสุขภาพที่ดีได้ค่ะ ต้องเปิดโอกาสให้กระเพาะอาหารและลำไส้รับสารอาหารจากผักอื่น ๆ บ้าง ผักอื่น ๆ ก็มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกัน ถ้าเราดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่งอิ่มแล้ว เรายังกินผักอื่น ๆ ได้ อันนั้นโอเค แต่ถ้าเราดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่งอย่างเดียวใน 1 วันแล้วไม่กินผักอื่น ๆ เลยอันนี้ก็ไม่ถูกต้องค่ะ"

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม