ปภ.แนะวิธีทำงานปลอดภัย

โดย
| |
อ่าน : 2,662

เมื่ออยู่ในที่อับอากาศ

       

         เป็นข่าวใหญ่ ข่าวดังที่ทั่วโลกให้ความสนใจกับข่าวเหมืองใต้ดินถล่มที่ชิลี และสามารถช่วยชีวิตคนงานเหมืองทั้ง 33 คนขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย

 

            โดยในเมืองไทยจะมีเหตุการณ์ที่คล้ายกันเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด และจะมีวิธีปฏิบัติตนอย่างไรเมื่อต้องอยู่ในสถานที่อับอากาศ ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ.มีคำแนะนำมานำเสนอให้ฟัง โดยนายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการทำงานในสถานที่อับอากาศของประเทศไทย เช่น การทำงานในท่อขนาดใหญ่ ห้องใต้ดิน อุโมงค์ เป็นต้น เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยส่วนมากมักเกิดขึ้นภายในโรงงานอุตสาหกรรม โดยข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา ระบุว่า ระหว่างปี 2546-2549 มีอุบัติเหตุจากการทำงานในสถานที่อับอากาศ 8 ครั้ง โดยเกิดในโรงงานอุตสาหกรรม 7 ครั้ง และบ่อน้ำบริเวณทุ่งนา 1 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 24 ราย ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด คือ อุบัติเหตุจากการทำงานในโรงสีข้าว จังหวัดกำแพงเพชร โดยมีคนงานเสียชีวิตขณะลงไปทำความสะอาดในหลุมกระพ้อข้าวที่มีความลึก 3.5  เมตร ปากหลุมกว้างเพียง 0.5-1 เมตร จากนั้นคนงานพร้อมหน่วยกู้ภัยรวม 7 คนได้ลงไปช่วย แต่ก็เสียชีวิตไปด้วย รวมเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย

         

         ทั้งนี้ สถานที่อับอากาศ คือ สถานที่ที่มีการระบายอากาศตามธรรมชาติไม่เพียงพอ ทำให้อากาศที่อยู่ภายในไม่ถ่ายเท มีทางเข้าออกจำกัด ซึ่งอาจเป็นที่สะสมของสารเคมีเป็นพิษ สารไวไฟ รวมถึงปริมาณออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับอันตรายจากการขาดอากาศหายใจ การระเบิดของสารเคมีและกลิ่นของสารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจจนถึงขั้นเสียชีวิต

 

          ส่วนอันตรายที่เกิดจากการทำงานในสถานที่อับอากาศ โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรม สามารถแบ่งออกเป็น 4 สาเหตุใหญ่ ได้แก่ 1. การขาดออกซิเจน ถือเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตในการทำงานในสถานที่อับอากาศมากที่สุด โดยร้อยละ 60 ของผู้เสียชีวิต เกิดจากการขาดออกซิเจน 2. การเกิดไฟไหม้ การระเบิด และความความร้อน โดยในสถานที่อับอากาศสามารถเกิดประกายไฟได้จากหลายสาเหตุ อาทิ การเกิดไฟฟ้าช็อต การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้ป้องกันการเกิดประกายไฟ การขัด การสูบบุหรี่ และการเชื่อมโลหะ เป็นต้น 3. การสัมผัสสารพิษ ก๊าซ ฝุ่น ที่มีค่าความเข้มข้นที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และ 4. การจมน้ำหรือตกลงไปในถังที่มีสารเคมีเหลว เพื่อความปลอดภัยในการทำงานในสถานที่อับอากาศ 

 

          ดังนั้นโดยก่อนเกิดภัย ควรจัดให้มีผู้ควบคุมงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ความปลอดภัยในการทำงานในสถานที่อับอากาศ , ทำการระบายหรือถ่ายเทอากาศให้สถานที่อับอากาศอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย พร้อมตรวจสอบปริมาณออกซิเจนและสารเคมีปนเปื้อนที่อาจทำให้เกิดการขาดออกซิเจน การระเบิด หรือเป็นสารพิษ รวมทั้งทำการปรับปรุงแก้ไขค่าออกซิเจนให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยทุกครั้ง, ติดป้ายแจ้งเตือนข้อบังคับและข้อควรปฏิบัติในจุดที่เห็นได้อย่างชัดเจน เช่น ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามทำให้เกิดประกายไฟ เป็นต้น , วางแผนการปฏิบัติงานเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงตรวจตราอุปกรณ์ในการทำงานและอุปกรณ์ช่วยชีวิตให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

 

          ส่วนขณะปฏิบัติงาน ควรมีการควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานใช้อุปกรณ์นิรภัยและอุปกรณ์ช่วยชีวิต เช่น เข็มขัดนิรภัย สายชูชีพ เชือก รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่เหมาะสมกับสภาพการทำงาน, ตรวจสอบสภาพอากาศเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้เกินค่ามาตรฐาน หากพบว่าสภาพอากาศอยู่ในค่าอันตราย ให้ขจัดหรือระบายอากาศให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย , หากจำเป็นต้องดำเนินการตัดเชื่อม เจาะ หรือประกอบกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความร้อนหรือประกายไฟ ต้องกำหนดมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม, สวมใส่อุปกรณ์นิรภัยทุกครั้งที่ปฏิบัติงานในสถานที่อับอากาศ เช่น หมวกนิรภัย รองเท้าหนังหัวโลหะ ถุงมือ เข็มขัดนิรภัย หน้ากากนิรภัย เป็นต้น ทั้งนี้ผู้ที่ปฏิบัติงานในสถานที่อับอากาศ ควรผ่านการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยในการทำงานในสถานที่อับอากาศ

 

          และในขณะที่ปฏิบัติงานควรมีผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป ประกอบด้วย ผู้ที่ลงไปปฏิบัติงาน , ผู้ที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังบริเวณปากทางเข้า-ออก ซึ่งควรมีทักษะการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานที่อับอากาศ  และผู้ที่ทำหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลืออยู่บริเวณรอบนอก หากพบความผิดปกติจะได้ช่วยเหลืออย่างทันท่วงที และที่สำคัญควรตรวจสอบสภาพอากาศเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้เกินค่ามาตรฐาน หากพบว่าสภาพอากาศอยู่ในค่าอันตราย ให้รีบระบายอากาศให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยทันที พร้อมทั้งหยุดการทำงานชั่วคราว และออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด

 

 

 

 

 

ที่มา : สุนันทา สุขสุมิตร teamcontent www.thaihealth.or.th

 

 

 

 

update : 16-10-53

อัพเดทเนื้อหาโดย : ณัฏฐ์ ตุ้มภู่

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

ชุมชนเป็นสุข  นิทรรศน์รัตนโกสินทร์  ไม้ยางพารา  สร้างเสริมสุขภาพสู่สังคมไทย  ทางการหายใจ  โภชนาการเหมาะสม  ละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง  ป้องกันยุง  คุณแม่มือใหม่  กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น  ศูนย์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ม.สงขลานครินทร์  ยโสธร  โรคขยันทำงาน  หน้าตา  กรรณิการ์ วิจิตรสุคนธ์  ผู้สูบบุหรี่  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth วารสาร สารสองล้อ สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย Thai Cycling For Health Association ปั่นไปตลาดน้ำดอนหวาย ปั่นไปตลาดน้ำคลองลัดมะยม รีไซลเคิลจักรยานที่พะเยา ปั่นรอบขาที่เก้าสิบห้า  ศักยภาพคน  ยุคไอที  นักวิชาการด้านบังคับใช้กฎหมาย  

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม