‘น้ำกัดเท้า’ ในวันที่ฝนตก

| |
อ่าน : 1,088

ที่มา : นิตยสารหมอชาวบ้าน

‘น้ำกัดเท้า’ ในวันที่ฝนตก thaihealth

ระยะนี้เป็นฤดูฝนต้องลุยน้ำลุยโคลนบ่อย จึงมักพบโรคผิวหนังที่เท้า ที่พบบ่อยคือ โรคที่เรียกกันติดปากว่า โรคน้ำกัดเท้า หรือจะเรียกให้โก้ ก็ว่าฮ่องกงฟู้ต หรืออะไรอื่นๆอีก แต่ถ้าจะเรียกให้เป็นภาษาวิชาการ ก็ต้องเรียกว่า โรคเชื้อราที่เท้า(Ringworm  of  foot หรือ Tineapedis) เพราะมันเกิดจากเชื้อราชนิดหนึ่ง

อันที่จริงโรคผิวหนังของเท้าที่เกิดจากเชื้อรานั้นมีหลายชนิด แต่ชนิดที่พบบ่อยที่เราเรียกว่า โรคน้ำกัดเท้า คือโรคที่มักเกิดจากเชื้อราพวกที่ชอบอยู่ตามส่วนผิว ๆ ของหนัง(dermatophytes)

แล้วมันมาจากไหนละ

โดยทั่วไปจะมีเชื้อโรคต่าง ๆ ปลิวกระจายอยู่ตามอากาศ ตามผิวหนัง และตามที่ต่าง ๆ เช่น ในน้ำ พื้นดิน โต๊ะ เก้าอี้ เตียงนอน เป็นต้น แต่เชื้อโรคถึงมาเกาะหรือถูกต้องกับร่างกายของเรา หรือเข้าไปในร่างกายด้วยการหายใจเข้าไปหรือกินเข้าไปก็ตาม ถ้าร่างกายของเราแข็งแรงสมบูรณ์ ร่างกายของเราก็จะมีวิธีกำจัดมันให้ตายหรือขับมันออกจากร่างกายด้วยวิธีต่างๆ แต่ถ้าร่างกายไม่แข็งแรงสมบูรณ์ เชื้อโรคก็จะไม่ถูกกำจัดหรือขับออก และจะแพร่พันธุ์ ทำให้เราเกิดเป็นโรคขึ้น

โรคน้ำกัดเท้ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร

ที่มันเกิดขึ้นได้ก็เพราะผิวหนังเท้าของเรา โดยเฉพาะที่ง่ามเท้าเกิดเปียกชื้นและสกปรก เวลาที่เท้าสกปรก สิ่งสกปรกจะเป็นอาหารอย่างหนึ่งที่ทำให้เชื้อราหรือเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี เท้าที่แช่น้ำหรือเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา จะทำให้ผิวหนังที่เท้าอ่อนส่วนผิว ๆของหนังจะเปื่อยและหลุดออก เศษผิวหนังที่เปื่อยนี้จะทำให้เชื้อโรคที่ปลิวไปปลิวมาเกาะติดได้ง่าย และผิวที่เปื่อยก็เป็นอาหารของเชื้อราได้ดี เชื้อราจึงไปอาศัยทำให้เกิดแผลเล็กๆขึ้นตามซอกนิ้วเท้าเกิดเป็นโรคน้ำกัดเท้าขึ้น

โรคน้ำกัดเท้า มักพบว่ามีอาการคันและอักเสบตามซอกนิ้วเท้า (หรือนิ้วมือ) และถ้ามีเชื้อแบคทีเรียเข้าแทรกซ้อนด้วย ก็จะทำให้อักเสบเป็นหนอง และเจ็บปวดจนเดินลำบากได้

ถ้าเป็นแล้วจะทำอย่างไร

ก.ให้บริเวณที่เป็น แห้งให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ข.ใช้ยารักษากลากเกลื้อนทา

ค.ถ้ามีน้ำเหลืองเยิ้ม ต้องใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำด่างทับทิมหรือน้ำเกลืออ่อนๆโปะจนผ้าหมาดหรือใกล้จะแห้ง ให้เอาผ้าทำเช่นนี้บ่อย ๆ จนกว่าผื่นคันจะแห้ง ให้เอาผ้าทำเช่นนี้บ่อยๆจนกว่าผื่นคันจะแห้ง จึงใช้ยารักษากลากเกลื้อนได้

มาป้องกันกันดีกว่า

ก.อย่าให้มือหรือเท้าแช่น้ำไม่สะอาดจนผิวเปื่อย

ข.ถ้าจำเป็นต้องทำงานโดยมือและเท้าต้องแช่น้ำ ต้องพยายามล้างและเช็ดให้สะอาดและแห้งอยู่

เสมอ ๆทันทีที่ขึ้นจากน้ำ

ค.ใช้สารส้มถูผิวหนังบริเวณที่ต้องถูกน้ำบ่อย ๆ จะช่วยให้ผิวหนังบริเวณนั้นเปื่อยน้อยลง

ในฤดูฝนเรามักน้ำท่วมทำให้ต้องย่ำน้ำ จึงควรหมั่นทำความสะอาดเท้าอย่างสม่ำเสมอ เช่น ตามซอกเท้า เล็บเท้า ระมัดระวังอย่าให้เท้ามีบาดแผล ทุกครั้งที่ย่ำน้ำมา ให้ล้างเท้าให้สะอาดและเช็ดให้แห้งทุกครั้งอาจโรยด้วยแป้ง เพื่อช่วยดูดความชื้นให้แห้งเร็วขึ้น หรือถูด้วยสารส้มเพื่อกันผิวหนังเปื่อย

ผู้ที่ใส่ถุงเท้า ซึ่งโดยมากมักอับชื้นหรือเปียกแฉะ ควรถอดออกซักและตากให้แห้งทุกครั้งก่อนที่จะใช้ เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อโรคที่อาจติดอยู่

สำหรับผู้ที่ต้องทำงานที่ชื้นแฉะ ก็ควรหมั่นสำรวจและทำความสะอาดเท้าของตนเองอยู่เสมอด้วยวิธีดังกล่าวข้างต้น นอกจากนั้นควรทำความสะอาดสถานที่ที่ทำงานให้สะอาดอยู่เสมอ เพราะการหมักหมมของความสกปรกของสถานที่ทำงาน ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี และโอกาสที่จะทำให้เราเกิดโรคได้ง่ายขึ้น

นอกจากนั้นการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ก็จะมีส่วนทำให้ร่างกายของเรา มีภูมิต้านทานเชื้อโรคสูงด้วย

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2562 ของ สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม