'คนไร้บ้าน' เปราะบาง..กลางเมืองใหญ่

| |
อ่าน : 897

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ภาพโดย สสส.

'คนไร้บ้าน' เปราะบาง..กลางเมืองใหญ่ thaihealth

"คนไร้บ้าน" (Homeless) เป็นสิ่งที่พบได้ในทุกเมืองทั่วโลกภาพลักษณ์ของคนไร้บ้านในสายตาคนทั่วไปคือ ดูน่ากลัว แต่ในอีกมุมหนึ่ง "เชื่อเถิดไม่มีใครอยากไร้บ้าน" หากแต่คนที่ต้องมากินอยู่หลับนอนบนพื้นที่สาธารณะล้วนมีสาเหตุบางอย่าง

ดังเรื่องเล่าจาก 4 นักกิจกรรมที่ทำงานกับคนไร้บ้าน ในงานเสวนา "Human of street : เราล้วนเปราะบางกลางเมืองใหญ่" จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ณัฐวุฒิ กรมภักดี กลุ่มเพื่อนคนไร้บ้านขอนแก่น เปิดเผยถึงจำนวนคนไร้บ้าน โดย "การสำรวจเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองขอนแก่น" เมื่อปี 2558 พบคนไร้บ้าน 136 ราย ปี 2559 เหลือ 119 ราย และปี 2561 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 146 ราย คนไร้บ้านจะกระจุกตัวอยู่บริเวณศาลหลักเมือง ท่ารถโดยสาร สวนประตูเมือง หรือแถวห้างสรรพสินค้า ด้วยความที่ตัวเมืองไม่ได้ใหญ่มากเมื่อเทียบกับกรุงเทพมหานคร (กทม.)

จากประสบการณ์การทำงาน พบว่า "โครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดคนไร้บ้าน" เช่น เข้าถึงไม่ถึงแหล่งงาน อย่างใน จ.ขอนแก่น ที่เขตในเมืองกับนอกเมืองยังไม่แยกกันมากนัก "หลายคนประสบปัญหาด้านที่ดินทำกิน บีบให้ต้องเข้ามาหางานทำในเมือง" โดยปัจจุบันสิ่งที่น่ากังวลคือ "โครงการยกระดับขอนแก่นสู่เมืองอัจฉริยะ (Smart City)" ซึ่งจะมีโครงการพัฒนาตามมาอีกมาก โดยเฉพาะโครงการรถไฟต่าง ๆ ที่ทำให้ชุมชนตามแนวทางรถไฟสุ่มเสี่ยงถูกไล่รื้อกลายเป็นคนไร้บ้านในอนาคต

'คนไร้บ้าน' เปราะบาง..กลางเมืองใหญ่ thaihealth

"ผมเคยคุยกับคนที่เป็นต้นคิด หลักการมันดีตรงที่ทำให้เมืองมันสมาร์ทในหลายด้าน แต่พอไปดูรายละเอียดกลับพบว่าการสร้างช่องทางการเข้าถึงของคนทุกระดับมันไม่ถึง หมายถึงคุณจะออกแบบขนส่งสาธารณะที่ดี จะออกแบบระบบรถไฟที่มันรวดเร็วขึ้น แต่คนที่ใช้ประโยชน์หรือคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกลับไม่ใช่กลุ่มคนจนระดับล่างหรือคนไร้บ้านด้วยซ้ำ ไม่ได้มีสิ่งรองรับ" ณัฐวุฒิ กล่าว

วิเชียร ทาหล้า อาสาสมัครเครือข่ายคนไร้บ้านเชียงใหม่ กล่าวถึงคำถามที่ว่า "ทำไมต้องมาเป็นคนไร้บ้าน?" โดยคำตอบอาจเป็นเพราะ "คนทุกคนต้องการการยอมรับ" เมื่อที่อยู่เดิมไม่สามารถให้ความรู้สึกนั้นได้จึงตัดสินใจก้าวออกมา "แรก ๆ ความฝันยังเปล่งประกาย..ร่างกายแข็งแรงแบบนี้เดี๋ยวก็ได้งาน" แต่เมื่ออยู่นาน ๆ ไป "อายุมากขึ้นก็คิดแค่ว่าขอมีชีวิตแค่วันนี้ ก็พอ..พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน" มุมหนึ่งคือการมองว่าตนเองเป็นอิสรชนผู้อยู่อย่างเสรี แต่อีกมุมปฏิเสธไม่ได้ว่าคนคนนั้นไม่มีที่ไป "ไม่เหลือแล้วซึ่งความหวัง" เพียงแต่ยังไม่ตัดสินใจจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายก็เท่านั้น

'คนไร้บ้าน' เปราะบาง..กลางเมืองใหญ่ thaihealth

สมพร หารพรม มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย เล่าว่า หากย้อนไปเมื่อราวปี 2526 - 2527 ที่เมืองยังไม่เจริญมากนัก สมัยนั้นเป็นยุคที่คนอพยพเข้ามาขายแรงงานในเมือง เมื่อเจอที่ดินรกร้างว่างเปล่าซึ่งไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของก็ไปปักหลักก่อสร้างที่อยู่อาศัย "บางคนเรียกบุกรุก แต่อยากให้เรียกบุกเบิกมากกว่า" ต่อมาเมื่อเมืองเจริญขึ้นก็มีผู้มาแสดงสิทธิ์ในที่ดินนั้นทั้งรัฐและเอกชน นำมาสู่การทวงคืนที่ดินและการไล่รื้อ

ทั้งนี้ มูลนิธิย้ำเสมอว่า "ไม่ได้สนับสนุนให้ประชาชนไปยึดที่ดินผู้อื่น แต่พยายามสร้างการมีส่วนร่วม" จะทำอย่างไรให้คนเหล่านี้อยู่ในเมืองได้ เช่น กรณีเป็นที่ดินของรัฐก็เข้าไปเจรจา "เบื้องต้นขอให้ประชาชนได้เช่าอยู่ไปก่อน เมื่อจะมีโครงการพัฒนาก็ให้มาเจรจาหาทางออกร่วมกัน" แทนการไล่รื้ออย่างที่เคยเป็นมา กระทั่ง "เจอกลุ่มคนจนกลุ่มใหม่ ๆ " เพิ่มขึ้นตามการเจริญเติบโตของเมืองจนราวกับว่ามูลนิธิฯ ช่วยสร้างบ้านไปเท่าไรก็ดูจะไม่เพียงพอ

'คนไร้บ้าน' เปราะบาง..กลางเมืองใหญ่ thaihealth

"อย่างกลุ่มคนใต้สะพานคือที่ดินเริ่มมีเจ้าของหมดแล้ว เมืองเจริญคนก็หลั่งไหลเข้ามาในเมืองอยู่ดี เพราะเขารู้สึกว่าเมืองอย่างกรุงเทพฯ ทำให้เขามีรายได้ สามารถหล่อเลี้ยงครอบครัวตัวเองได้ พอเมืองเจริญสิ่งที่เพิ่มขึ้นคือถนน ทางด่วน ซึ่งเขาไม่สามารถไปอยู่อาศัยตรงไหนได้ก็เข้าไปอยู่ใต้นั้น เรื่องนี้ถ้าจะพูดจริง ๆ มันต้องพูดถึงเรื่องโครงสร้างสังคม มันจะต้องแก้ปัญหาอย่างไรไม่ให้คนหลั่งไหลเข้าเมือง หรือทำอย่างไรให้คนสามารถอยู่ในถิ่นเดิมของเขาได้" ตัวแทนจากมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย กล่าว

อาทิตย์ โกวิทวรางกูร เครือข่ายมักกะสัน กล่าวว่า หากประเทศหนึ่งพัฒนาโดยให้บางเมืองเจริญเติบโตมากกว่าเมืองอื่น ๆ ย่อมต้องเกิดการเปรียบเทียบว่าอยู่ที่ไหนจะมีรายได้มากกว่า? "เข้าเมืองโดยแลกกับ...คุ้มไหม?" เป็นต้นตอของ "การเคลื่อนย้ายแรงงาน" และเมื่อไม่มีกระบวนการจัดสวัสดิการที่เหมาะสม หลายประเทศก็จะมีสภาพเหมือนกันคือ "อยู่กับแบบชุมชนแออัด" นำมาสู่คำถามที่ว่า "คุณภาพชีวิตของคนเหล่านี้ไม่ดีใช่หรือไม่?" คำตอบอาจจะเป็น "ใช่..แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าที่บ้านเกิด" แม้จะดูแย่กว่าคนที่มีภูมิลำเนาในเมืองนั้นอยู่แล้วก็ตาม

'คนไร้บ้าน' เปราะบาง..กลางเมืองใหญ่ thaihealth

ประเด็นที่ต้องขบคิดกันต่อ  "การพัฒนาที่ดินของรัฐเหตุใดต้องเน้นกำไรสูงสุด?..ตกลงแล้วรัฐมีหน้าที่อะไรกันแน่?" และหากจะมองให้ลึก "หลักคิดเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์คือต้นตอของความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในประเทศไทย" ที่ผ่านมา "ผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตต้องมีรถและมีบ้าน" รถยนต์นั้นระยะหลัง ๆ อาจถูกพูดถึงน้อยลงไปบ้าง แต่บ้านยังเป็นเรื่องใหญ่เช่นเดิม

"ประเทศเราไม่เคยมี Housing Policy (นโยบายที่อยู่อาศัย) ที่เป็นห่วงว่าเราจะมีบ้านหรือไม่? บ้านถูกผลักดันให้กลายเป็นสินค้าเต็มรูปแบบมาตั้งแต่เมื่อไร? จำไม่ได้แล้ว บ้านใครก็ตัวใครตัวมัน มีสตางค์ก็ซื้อ ไม่มีก็เช่า แล้วเจอเรื่องที่น่าตกใจ ใครที่ผ่อนบ้านจะรู้ว่าดอกเบี้ยมันเป็นเท่าไร แล้ว Income (รายรับ) ชั่วชีวิตเราจ่ายให้กับตรงนี้ สัดส่วนเท่ากับเท่าไรกับกำลังที่เราหามาได้ทั้งชีวิต แล้วพอตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศผลประกอบการธนาคาร เราก็จะเห็น มันมีเรื่องที่ผูกโยงกันระหว่างที่ดิน บ้านที่อยู่อาศัย แล้วก็การผ่อน เราก็ยอมเพราะเขาก็ว่ากันอย่างนี้" อาทิตย์ กล่าว

'คนไร้บ้าน' เปราะบาง..กลางเมืองใหญ่ thaihealth

บทสรุปของวงเสวนาปัญหาคนไร้บ้านเกี่ยวข้องกับหลายเรื่องและซับซ้อน ตั้งแต่ปมในใจของแต่ละคนที่ทำให้เลือกออกมาจากที่อยู่เดิม การไม่มีงานทำจากอายุที่มากขึ้นและสังขารร่วงโรย โครงสร้างเศรษฐกิจที่ไม่ครอบคลุมถึงความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ไปจนถึงปัญหาเฉพาะตัวอย่างความเจ็บป่วย การเคยเป็นผู้ต้องโทษ ความพิการ การไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ ฯลฯ

แต่ที่ดูจะเป็นเรื่องใหญ่คงหนีไม่พ้น "การพัฒนาที่ไม่สมดุล" ทำให้คนต้องจากบ้านเกิดไปแสวงโชคในเมืองใหญ่ หากประสบความสำเร็จก็ดี..แต่ถ้าล้มเหลวก็ไม่รู้จะใช้ชีวิตอย่างไรหลังจากนั้น

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

ระยะวิกฤติ  น.ส.สรียา สุกจั่น  การเจริญอาหาร  เขื่อนภูมิพล  นักฟุตบอลทีมชาติไทย  สูงวัยปั่นสู้โรค  เครือข่ายสื่อเพื่อเด็กตะวันตก  ปุ๋ย  เพศสภาพ  ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า  สองล้อ ปั่นปันปัญญา ปัน หนังสือ เรียนรู้ วัฒนธรรม  ความแปรปรวนทางอารมณ์  สสส. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สุขภาพ สร้างสุข สุขภาวะ thaihealth รับสมัครงาน แผนงานเครือข่ายควบคุมโรคไม่ติดต่อ นักวิชาการประจำแผนงาน เจ้าหน้าที่ประสานงานทั่วไป โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคปอดเรื้อรัง  สัปดาห์ความปลอดภัยแห่งชาติ  โฆษณากาแฟอวดอ้างลดน้ำหนัก  บัญชีครัวเรือน  บางลำพู ชุมชน เยาวชน ต้นแบบ บ้านเกิด  ย่านไชน่าทาวน์  น้ำจากแหล่งใต้ดิน  ระบบกองทุนสุขภาพ