พื้นที่เล่นน้ำปลอดภัยสร้างค่านิยมสนุกไร้เหล้า

| |
อ่าน : 965

ที่มา : ไทยโพสต์

ภาพประกอบจาก แฟ้มภาพ

พื้นที่เล่นน้ำปลอดภัยสร้างค่านิยมสนุกไร้เหล้า thaihealth

ประเพณีวัฒนธรรมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาแต่ก็ใช่ว่าจะถูกลืมเลือนหายไป สงกรานต์หรือปีใหม่ไทยเป็นช่วงเวลาแห่งการพบปะครอบครัว คนรัก เพื่อนฝูงได้ใช้เวลาร่วมกัน เข้าวัดทำบุญเป็นสิริมงคล ได้ขอพรจากผู้ใหญ่ให้ชีวิตมีพลังและเล่นน้ำส่งความสุขตามประเพณี

ไม่มีช่วงเวลาใดในประเพณีที่บอกว่าสงกรานต์ต้องเมา! ค่านิยมการดื่มเพื่อฉลองเป็นการหล่อหลอมด้วยโฆษณาชวนเชื่อของอุตสาหกรรมน้ำเมา ทำให้มีมายาคติว่าจะสนุกได้ถ้ามีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย

อุบัติเหตุ ความรุนแรง ทะเลาะวิวาท ลวน ลามอนาจาร ปัญหาเหล่านี้เมื่อย้อนกลับไปดูต้นตอพบว่าเกิดจากแอลกอฮอล์ คนเมาที่ไม่สามารถควบ คุมสติได้ ปัญหาเพิ่มมากขึ้นจนหลายคนขยาดการออกไปเล่นน้ำเพราะกลัวพบสิ่งที่ไม่คาดคิด

นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนนโยบายสาธารณะเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า การเปลี่ยนค่านิยมด้วยการตัดเหล้าออกจากงานบุญประเพณีเป็นจุดเริ่มต้นที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมกับ สคล. พยายามผลักดันและสร้างให้เกิดพื้นที่ปลอดภัยเป็นเวลากว่า 10 ปี ช่วยลดผลกระทบจากความเมา ปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐท้องถิ่น รวมถึงภาคเอกชนเห็นประโยชน์ของการตัดเหล้าออกจากงานสงกรานต์ พร้อมสร้างพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัย ช่วยควบคุมงานให้ออกมาเรียบร้อย

ปัจจุบัน มีพื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้าที่ สสส.ร่วมขับเคลื่อนมากกว่า 164 แห่ง มีชื่อที่รู้จักกันดีในนามถนนตระกูลข้าวจำนวน 51 แห่ง อาทิ ถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น ถนนข้าวแต๋น จ.น่าน ถนนข้าวเม่า จ.มหาสารคาม ถนนข้าวทิพย์ จ.จันทบุรี ถนนข้าวสุก จ.อ่างทอง เป็นต้น แล้วยังมีพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัยในถนนและพื้นที่เล่นน้ำต่างๆ อีก 113 แห่ง อาทิ พื้นที่รอบคูเมืองเชียงใหม่ ถนนสีลม กรุงเทพฯ ถนนดีบุก หน้าห้าง Lime Light Avunue จ.ภูเก็ต และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เป็นต้น

นายวิษณุกล่าวด้วยว่า ถนนและพื้นที่ที่เข้าร่วมต่างเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งเห็นข้อดีของการจัดพื้นที่ปลอดภัย ผู้จัดงานสามารถควบคุมให้อยู่ในความเรียบร้อยได้ง่ายกว่า กลายเป็นจุดขายว่าใครๆ ก็อยากมาเล่นน้ำในสถานที่ปลอดภัย ทำให้ครอบครัวเพื่อนฝูงออกมาเล่นน้ำกันอย่างคึกคักในทุกปี จากเดิมที่มีการตั้งชื่อเลียนแบบถนนข้าวสารที่กรุงเทพฯ แต่ปัจจุบันมีแบบอย่างที่สำคัญ คือ ถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น ที่เป็นหัวหอกนำขบวนสร้างการเปลี่ยนแปลง จัดงานแบบปลอดเครื่องดื่มแอลกอ ฮอล์ ปี 2561 มีผู้เข้าร่วมงานที่ถูกบันทึกไว้เป็นสถิติโลกในวันสุดท้ายด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาร่วมเล่นคลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์มากถึง 167,584 คน จากเดิมที่บันทึกไว้ 50,208 คน ปี 2554 ขณะที่ตัวเลขผู้มาเล่นน้ำสงกรานต์ถนนข้าวเหนียวตลอด 3 วัน สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 406,492 คน

"ถนนข้าวเหนียว สถานที่สำคัญจัดงานสงกรานต์ปลอดเหล้า สะท้อนให้เห็นการขยายตัวทางเศรษฐกิจภายหลังตัดน้ำเมาออก และจัดโซนนิ่งการเล่นน้ำปลอดภัยอย่างเข้มแข็งตามสโลแกนของงาน สนุกปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์ ตรงข้ามกับมายาคติไม่ดื่มก็ไม่สนุกอย่างสิ้นเชิง ถนนข้าวเหนียวแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงค่านิยมของสังคม ทำให้ประชาชนเข้าร่วมมากขึ้นทุกปี" นายวิษณุกล่าว

จากข้อมูลสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบนพบว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กิจกรรมนี้สามารถลดนักดื่มหน้าใหม่ลง 10 เท่าตัว จากร้อยละ 47.1 เหลือเพียงร้อยละ 4.7 ปัจจุบันไม่พบคนเมาที่ครองสติไม่ได้ และไม่พบการทะเลาะวิวาทที่รุนแรง จากเดิมที่มีการตีกันทุกชั่วโมง โดยประชาชนและนักท่องเที่ยวมีการรับรู้และปฏิบัติตามกติกามหาชนถนนข้าวเหนียว คือ ไม่ดื่ม ไม่เมา ไม่ทะเลาะวิวาทอย่างได้ผล

ปีที่แล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นจัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือกับนายอำเภอทั้ง 26 อำเภอ เพื่อขยายแนวคิดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้า เพราะมองเห็นคุณค่าของการสร้างพื้นที่ปลอดภัย

ขณะที่กรุงเทพมหานคร ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ขานรับแนวคิดสงกรานต์ปลอดภัย "สยาม" จึงกลายเป็นพื้นที่จัดงานสงกรานต์ที่สำคัญและมีนักท่องเที่ยวเล่นน้ำคึกคักผ่านงานสงกรานต์ผ้าขาวม้า ที่มีกระทรวงวัฒนธรรมและหน่วยงานเอกชนร่วมจัด เทรนด์สนุกกับสงกรานต์ไร้น้ำเมามาแรงสอดรับข้อมูลศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) เมื่อปี 2560 จากกลุ่มตัวอย่าง 2,069 คนในพื้นที่จัดงานสงกรานต์ 10 พื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งที่จัดงานแบบปลอดเหล้า (ขอนแก่น อ่างทอง จันทบุรี สีลม เซ็นทรัลเวิลด์) และไม่ปลอดเหล้า (ไอ-โมบาย อุดรธานี ปราจีนบุรี ชลบุรี ถนนสายไหม กรุงเทพฯ) พบว่า ประชาชนที่มาเที่ยวชมงาน เจ้าภาพผู้จัดงาน รวมทั้งผู้ประกอบการที่เข้ามาจำหน่ายสินค้าในพื้นที่จัดงานต่างตอบรับการจัดงานสงกรานต์ที่มีการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ

เมื่อแยกตามแต่ละกลุ่มยังพบว่า ประชาชนผู้มาเที่ยวชมงาน ร้อยละ 80.6 เห็นด้วยกับสงกรานต์ปลอดเหล้า ร้อยละ 91.3 คิดว่าจะช่วยลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุและการทะเลาะวิวาทได้ และร้อยละ 91.7 เชื่อว่าจะช่วยลดการสูญเสียชีวิตลงได้

เพราะปัญหาอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์เป็นสิ่งละเลยไม่ได้ ปี 2561 พบสถิติว่าเพียงวันเดียวมีอัตราตายถึง 90 คนจากอุบัติเหตุ และกว่าครึ่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถือเป็นเรื่องน่าห่วง ทำให้มีความพยายามยกระดับการใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อหยุดอุบัติเหตุลง และเป็นที่มาของการเสนอให้วันที่ 13 เมษายนของทุกปี งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ความพยายามต่อสู้ของธุรกิจน้ำเมาช่วงสงกรานต์ยังไม่หยุด นายวิษณุเผยว่า น้ำเมาเข้ามาแพร่ขยายจัดมิดไนต์สงกรานต์จัดคอนเสิร์ตพ่วงลานเบียร์มีการลดแลกแจกแถม นำดาราศิลปินทำการตลาด ทำให้มีวัยรุ่นเข้าร่วมงานลักษณะนี้จำนวนมาก เมื่อจบงานก็ออกมาเสี่ยงบนท้องถนนบ้าง เกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บบ้าง ไม่มีโอกาสได้แก้ตัว เสียชีวิตท่ามกลางความเสียใจของครอบครัว

ตลอด 10 ปีของการที่ สสส.หนุนเสริมภาคีเครือข่ายสร้างพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัย เป็นบทพิสูจน์การทำงานจริงจังและมีการขานรับของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเป้าหมายอยากให้งานสงกรานต์ที่จัดสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม