สธ.เตรียมแก้"พ.ร.บ.ยาสูบ"

โดย
| |
อ่าน : 9,259

ห้ามขายให้แก่บุคคลต่ำกว่า 20 ปี

 

            จุรินทร์เตรียมเสนอแก้ พ.ร.บ.ควบคุมยาสูบ พ.ศ. 2535 เพิ่มอายุผู้ซื้อบุหรี่จาก 18 ปีเป็น 20 ปี ห้ามขายบุหรี่ทางอินเตอร์เน็ต แบ่งขาย ลดราคา ห้ามโฆษณาทั้งยี่ห้อ ชื่อและเครื่องหมายบริษัทผู้ผลิต-นำเข้า พร้อมออก 2 กฎกระทรวง ให้เปลี่ยนกระดาษมวนบุหรี่ เป็นบุหรี่ปลอดไฟไหม้ ลดควันบุหรี่มือสอง และห้ามเติมสารปรุงแต่งในบุหรี่ หวังสกัดนักสูบหน้าใหม่

 

 

            ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ผลการประชุมคณะกรรมการควบคุมการบริโภคยาสูบแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2554 ซึ่งประกอบด้วย นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ศิริรวัฒน์ ทิพย์ธราดล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทย์หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย ศ.เกียรติคุณนพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกทม.

 

            นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในวันนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 ใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1. แก้ไข เพิ่มเติมคำนิยาม โดยให้แก้ไขคำนิยามว่าผลิตภัณฑ์ยาสูบ ซึ่งตามกฎหมายที่ใช้ในปัจจุบันซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2535 หมายถึงบุหรี่ทั่วไป จะเพิ่มข้อความ ผลิตภัณฑ์ที่มีสารนิโคตินเป็นส่วนประกอบให้ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบทั้งหมด เพิ่มนิยามคำว่า ขายหมายความรวมถึงการจำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ เพื่อประโยชน์ทางการค้า นอกจากนั้นเพิ่มเติมนิยามคำว่าโฆษณา ให้รวมถึงการสื่อสารทางการตลาดด้วย ไม่ใช่แค่การโฆษณาทั่วไป  2.เรื่องการขาย เดิมห้ามขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ได้แก้เป็น 20 ปี ซึ่งห้ามขายและห้ามให้ฟรี และห้ามขายโดยใช้เครื่องขายอัตโนมัติ ห้ามขายปลีกทางอินเตอร์เน็ต ห้ามแบ่งขาย ห้ามลดราคาเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการขาย รวมทั้งห้ามขายโดยวิธีอื่นๆตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

 

            3.เรื่องการโฆษณา ตามกฎหมายปัจจุบันได้ห้ามโฆษณาเฉพาะยี่ห้อ และห้ามโฆษณาในทุกกิจกรรม ยกเว้นกิจกรรมที่มีการถ่ายทอดสด ซึ่งมีการโฆษณาในสถานที่จัดกิจกรรมติดมาด้วย โดยกฎหมายที่แก้ใหม่ จะห้ามทั้งการโฆษณายี่ห้อและชื่อหรือเครื่องหมายบริษัท ไม่ว่าจะเป็นบริษัทผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าก็ตาม รวมทั้งระบุชัดเจนในกฎหมายด้วยว่า ห้ามแสดงซองบุหรี่ ณ จุดขาย ซึ่งขณะนี้มีร้านค้าที่ปฏิบัติตามอยู่แล้วถึงร้อยละ 90 โดยจะลงนามเอกสารเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา และเป็นไปตามกระบวนการ คือผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกา และสภาผู้แทนราษฎรตามลำดับ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

 

 

            นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ที่ประชุมได้มีมติให้มีกฎกระทรวง 2 เรื่องๆ แรกคือ บุหรี่ปลอดไฟไหม้ เนื่องจากพบว่า การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุทำให้เกิดไฟไหม้ ถึง 1 ใน 6 โดยกฎกระทรวงฉบับใหม่นี้ จะบังคับให้บุหรี่ที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศ จะต้องเป็นบุหรี่ปลอดไฟไหม้ บังคับให้บุหรี่ซิกาแรตใช้กระดาษที่ดับได้เองเมื่อไม่สูบ โดยจะดับได้เองเมื่อหยุดสูบ ซึ่งบุหรี่ปัจจุบันถ้าไม่สูบก็จะไหม้ไปเรื่อยๆ จนหมดมวนใช้เวลา 10 นาที ซึ่งทำให้เกิดปัญหาสร้างควันบุหรี่มือสองในปริมาณที่สูงมาก ส่วนบุหรี่แบบใหม่ที่ปลอดไฟไหม้จะดับเองภายใน 2 นาที

 

            หากไม่สูบ ก็จะทำให้ปริมาณควันบุหรี่มือสองลดลงไปด้วย ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่กำหนดไว้ เป็นที่ยอมรับของทั่วโลก โดยปัจจุบันมีประเทศที่ใช้บุหรี่ปลอดไฟไหม้ชนิดนี้แล้ว ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2547 และภายในเดือนกรกฎาคมปีนี้ รัฐที่ 50 ก็จะประกาศใช้เป็นรัฐสุดท้าย ประเทศที่ 2 คือแคนาดา บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2548 ประเทศออสเตรเลียและฟินแลนด์ในปี 2553 สำหรับ 27 ประเทศ ในสหภาพยุโรปนั้น ได้รับหลักการในการที่จะดำเนินการแล้ว โดยจะมีผลบังคับใช้ภายใน 365 วัน หลังวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

            กฎกระทรวงเรื่องที่ 2 คือห้ามเติมสารปรุงแต่งในบุหรี่ เพื่อจูงใจให้มีผู้สูบเพิ่มขึ้น หรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยกำหนดว่าบุหรี่ที่ผลิตหรือจำหน่ายในประเทศนั้น จะต้องไม่เติมสารที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นผลดีต่อสุขภาพ เช่น เติมวิตามิน ผลไม้ กรดอะมิโน หรือสารที่ทำให้เข้าใจว่ามีผลบำรุงกำลัง เช่น กาแฟ รวมทั้งต้องไม่มีสารอื่นในปริมาณที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะในปัจจุบัน มีการลักลอบนำเข้าบุหรี่เติมสารชูรสต่างๆ เพื่อจูงใจวัยรุ่นและสตรีให้หันมาสูบมากขึ้น เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งขณะนี้มีนโยบายไม่ให้มีการนำเข้าบุหรี่เหล่านี้อยู่แล้ว โดยกฎกระทรวงจะมีผลบังคับใช้ทันที หลังวันที่ลงประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา

 

            ทั้งนี้ ปัจจุบันมีคนไทยสูบบุหรี่ประมาณร้อยละ 20 ส่วนใหญ่เป็นชาย ที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมการบริโภคยาสูบ ได้ตั้งเป้าหมายว่าภายใน 5 ปีหรือ พ.ศ. 2557 จะลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ลงเหลือร้อยละ 10 ทั้งนักสูบหน้าเก่าและนักสูบหน้าใหม่ โดยเฉพาะนักสูบหน้าใหม่ที่เป็นเยาวชนอายุ 15 – 24 ปี ซึ่งผลสำรวจล่าสุดในปี 2552 มีผู้สูบบุหรี่ประมาณ 1 ล้านคน

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

 

 

update: 06-01-54

อัพเดทเนื้อหาโดย: ศิรินทิพย์ อิสาสะวิน

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม