ตอบเรื่องเพศกับลูกให้ถูกหลัก

| |
อ่าน : 956

ที่มา : คุยเรื่องเพศ ไม่ยากอย่างที่คิด โดย แผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ สสส.

ตอบเรื่องเพศกับลูกให้ถูกหลัก thaihealth

แฟ้มภาพ

พ่อแม่มักคิดว่าคนที่จะคุยเรื่องเพศได้ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ เป็นหมอ ครู หรือนักจิตวิทยา สรุปคือ เป็นคนที่มีความรู้ ตอบได้ทุกคำถาม แต่จากประสบการณ์ของคนทำงานส่งเสริมการพูดคุยเรื่องเพศกับกลุ่มพ่อแม่ พบว่าการคุยแลกเปลี่ยนเรื่องเพศกับเด็ก ๆ ใคร ๆ ก็คุยได้ ตอบได้ เพียงแค่รู้หลักการไม่กี่ข้อ เช่น

ตอบตรงไปตรงมา

​คุณไม่ควรตอบเลี่ยง ๆ หรือโกหก เพราะจะสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีกับลูก เช่น เมื่อลูกถามว่า “หนูเกิดมาจากไหน?” ก็ไม่ควรโกหกว่า “เก็บมาจากถังขยะ” หรือ “เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่”

ผู้ใหญ่บางคนสะท้อนว่า ตอนเด็ก ๆ พ่อแม่ก็เคยใช้คำตอบแบบนี้ รู้สึกน้อยใจพ่อแม่อยู่นาน จนเป็นปมอยู่ในใจ กว่าจะเข้าใจก็โตแล้ว ทำไมเราต้องให้ลูกอยู่กับความน้อยใจแบบนี้ด้วย?

ตอบให้เหมาะสมกับวัย

เด็ก ๆ จะมีความสนใจเรื่องเพศ และความสามารถในการทำความเข้าใจเรื่องเพศแตกต่างกันไปตามช่วงวัย เช่น

  • เด็กวัยก่อนเข้าเรียน (3-4ปี) จะสนใจเรื่องความแตกต่างกันของสรีระร่างกาย อย่างเด็กผู้ชายจะมีจู๋ เด็กผู้หญิงมีจิ๋ม มักเปรียบเทียบร่างกายของตัวเองกับของคนอื่น แต่ยังแยกบทบาทระหว่างเพศไม่ได้
       เด็กวัยนี้ไม่ต้องการคำตอบซับซ้อน พ่อแม่แค่ให้คำตอบที่เป็นความจริงกับลูกสั้น ๆ ให้เข้าใจได้ง่าย ๆ ไม่ต้องให้เหตุผลยืดยาว เพราะลูกแค่อยากรู้สิ่งที่เกิดขึ้น และเป็นไปทุกอย่างในโลกตามวัย เหมือนอยากรู้ว่าฝนมาจากไหน แล้วทำไมวัวถึงร้องมอ ๆ เท่านั้น
  • เด็กวัยเรียน (5-8ปี) เริ่มมีสังคมของตัวเอง และเรียนรู้พฤติกรรมจากเพื่อน เริ่มแยกบทบาทสมมติ เช่น ผู้ชายคือสามี/พ่อ ผู้หญิงคือ ภรรยา/แม่ เริ่มต้องการความเป็นส่วนตัว เริ่มสนใจเรื่องเพศที่ซับซ้อนขึ้น เช่น อวัยวะแต่ละส่วนมีหน้าที่อะไร ทำไมผู้หญิงจึงตั้งท้องได้ เป็นโอกาสที่จะเริ่มคุยกับลูกเรื่องการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ก่อนที่จะเข้าวัยรุ่นเป็นการเตรียมความพร้อมให้ลูก
       เด็กวัยนี้สามารถฟังคำอธิบายที่ซับซ้อนได้มากขึ้น แต่ก็ควรพูดให้เด็กเห็นภาพที่เป็นรูปธรรม ชัดเจน เห็นผลกระทบที่ตามมา เช่น เมื่อเข้าวัยรุ่น ลูกอัณฑะจะใหญ่ขึ้นและมีอสุจิ สามารถทำให้ผู้หญิงตั้งท้องได้ ส่วนเด็กผู้หญิงก็จะเริ่มมีประจำเดือน รังไข่จะผลิตไข่ทำให้ตั้งท้องได้ถ้ามีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
  • วัยรุ่น (13-17ปี) เด็กวัยนี้ต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงหลายเรื่อง ทั้งการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย อารมณ์ ถูกคาดหวังให้ตัดสินใจและเริ่มรับผิดชอบชีวิตตัวเอง จึงเป็นช่วงวัยของการเปลี่ยนแปลงและปรับตัว วัยนี้จะให้ความสำคัญกับการเป็น “พวกเดียวกัน” อยากเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม กลัวความแปลกแยก “แตกต่าง” และจะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าก็ต่อเมื่อเป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อน คำถามของวัยรุ่นมักเกี่ยวกับภาพลักษณ์และค่านิยมเรื่องเพศ เช่น “ผู้หญิงหน้าอกใหญ่แสดงว่ามีความต้องการทางเพศสู.ใช่ไหม?” “ผู้ชายมีแฟนหลายคนเป็นเรื่องปกติ?”
       ​คุณควรพูดคุยให้เขารู้จักเคารพทุกเพศ รู้สึกมั่นใจที่จะแตกต่าง รวมทั้งให้ความรู้เรื่องการป้องกันทั้งการตั้งท้องและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

คำตอบช่วยให้ลูกรู้สึกดีกับร่างกายตัวเอง

คำตอบของคุณควรส่งเสริมให้เด็ก ๆ รู้สึกดีกับร่างกายตัวเอง เพราะจะเป็นพื้นฐานให้เขาแสวงหาข้อมูลและดูแลตัวเอง เช่น เมื่อลูกถามเรื่องประจำเดือนไม่ควรตอบว่าเป็นเลือดเสียหรือสกปรก เพราะจะทำให้ลูกไม่มั่นใจ รังเกียจอวัยวะเพศและเลือดประจำเดือนของตัวเอง ไม่กล้าซื้อ/พกผ้าอนามัย คุณควรตอบไปตามข้อเท็จจริงที่ว่า “ประจำเดือนไม่ใช่เลือดเสีย แต่เป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายผู้หญิง” หรือเมื่อลูกเล็ก ๆ สัมผัสอวัยวะเพศก็ไม่ควรดุ ตี หรือห้ามปราม แต่ควรสอนเรื่องความเป็นส่วนตัว เช่น “เป็นของส่วนตัวนะลูก อย่าเปิดให้คนอื่นดู อย่าให้คนอื่นจับ” ซึ่งจะทำให้เด็ก ๆ รู้จักดูแลร่างกายเมื่อโตขึ้น

คำตอบทำให้ลูกมั่นใจที่จะเป็นตัวของตัวเอง

เด็กทุกวัยมักจะถามเรื่องความแตกต่างและกังวลที่ตัวเองไม่เหมือนเพื่อน เด็กเล็กมักถามว่า ทำไมผู้ชายมีจู๋ ผู้หญิงมีจิ๋ม เด็กโตขึ้นมาหน่อยอาจถามว่า อวัยวะเพศของเขาจะเหมือนของเพื่อนไหม ส่วนวัยรุ่นจะถามเกี่ยวกับความสวย ความงาม เช่น ทำไมหนูมีสิว เพื่อน ๆ ไม่มีสิว ทำไมหนูหน้าอกเล็กกว่าเพื่อน ทำไมผมมีขนที่ขาเยอะกว่าเพื่อน เมื่อเจอคำถามลักษณะนี้คุณควรตอบให้ลูกมั่นใจว่า “คนทุกคนล้วนแตกต่างกัน ไม่มีใครเกิดมาแล้วมีสรีระร่างกายเหมือนกันทั้งหมด ย่อมมีความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ และเป็นเรื่องดีที่เราจะแตกต่าง” คุณควรอธิบายให้ลูกเข้าใจด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของแต่ละคนนั้น เร็วช้าต่างกัน เป็นเรื่องปกติ แต่ในที่สุดทุกคนก็จะมีประสบการณ์ในเรื่องนี้เหมือนกัน

คำตอบต้องไม่ทำร้ายคนอื่น

บางครั้งเด็ก ๆ จะสงสัยเมื่อเห็นคนที่มีบุคลิกแตกต่างจากคนทั่วไปในสังคม เช่น ขณะลูกดูทีวีอาจถามว่า “ทำไมผู้ชายคนนั้นเขาแต่งตัวเป็นผู้หญิง?” คุณควรให้คำตอบที่สร้างความเข้าใจและเคารพสิทธิของคนอื่น เช่น คุณอาจตอบไปว่า การแต่งกายเป็นเรื่องของรสนิยม คนเราสามารถเลือดได้ว่าชอบแต่งตัวแบบไหน การแต่งกายต่างจากคนอื่น ๆ ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนไม่ดี หรือหากลูกถามว่า “ทำไมเด็กผู้หญิงคนนี้ตั้งท้องแล้วยังไปเรียนหนังสือได้อีก?” คุณอาจให้คำตอบเกี่ยวกับการตั้งท้องว่า เกิดขึ้นได้อย่างไร และถามกลับด้วยว่า “ถ้าลูกเป็นเด็กคนนั้น ลูกจะรู้สึกอย่างไร ยังอยากเรียนหนังสือไหม?” เพื่อให้ลูกเปิดใจกว้าง เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น ไม่ดูถูกคนอื่น

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ร่วมตอบแบบสอบถาม เรื่องการวิ่งเพื่อสุขภาพ -
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth การวิ่ง วิ่งสู่ชีวิตใหม่ มาราธอนคลีนิค วันวิ่งเพื่อสุขภาพ Thai Health Day Run Car Free Day วันปลอดรถ  อินซูลิน  ภาคี  ใช้ขีวิต  มลพิษทางอากาศ  ประกวดภาพถ่าย  พื้นที่ต้นแบบ  เสริมทักษะลูก  นิทรรศการสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ  ลูกในท้อง  ชุมชนบ้านสทิงพระ  โรค CML  รายได้ต่ำ  ไข้ป่า  มอเตอร์ไซค์  จักรยานอัดถ่าน  bike for kid  มึนเมา  อ่าน หนังสือ เวลาเรียน เด็ก เล็ก  บ้าน  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth เด็กติดเกมส์ ปัญหาเด็ก วัยรุ่น อินเทอร์เน็ต ร้านเกมส์  เสื่อมคุณภาพ  ภาชนะพลาสติก  นิสัยเสีย  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth วารสาร สารสองล้อ สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย Thai Cycling For Health Association ปั่นท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ สอนมือใหม่ซ่อมจักรยาน โครงการจักรยานรีไซเคิล เมืองจักรยาน bike to work