สมดุลงานกับครอบครัว พ่อแม่ยุคใหม่สร้างได้

| |
อ่าน : 709

ที่มา : SOOK Magazine No.70

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

สมดุลงานกับครอบครัว พ่อแม่ยุคใหม่สร้างได้ thaihealth

ปัจจุบันครอบครัวส่วนใหญ่ทั้งพ่อ แม่ทำงานทั้งคู่ เมื่อมีเจ้าตัวเล็กก็อาจจะแบ่งเวลาได้ไม่ดีพอหรือบางครั้งต้องไปฝากให้ ปู่ ย่า ตา ยายช่วยเลี้ยง ดังนั้นการให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัว ชีวิตการทำงาน และชีวิตครอบครัวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อ แม่ทุกคนสร้างได้ ขอเพียงใส่ใจและให้ความสำคัญ

แบ่งเวลาดูแลเจ้าตัวเล็ก

พ่อ แม่ที่ต้องทำงานทั้งคู่สามารถดูแลลูกในช่วงที่ยังเล็กได้ โดยหลังจากเลิกงานหรือนอกเวลางานเป็นเวลาของลูกทั้งหมด ควรรีบกลับบ้านเพื่อสร้างช่วงเวลาคุณภาพ (Quality Time) กับลูกให้มาก โดยช่วงที่สำคัญที่สุดคือ 5 ปีแรกเท่านั้น ซึ่งต้องเริ่มตั้งแต่เป็นทารก ช่วงเวลาคุณภาพนี้ไม่ต้องรอสามารถทำอะไรก็ได้ที่สนุกไปด้วยกัน อาทิ อ่านหนังสือภาพ, ปั้นดินน้ำมัน, เล่นทราย, เล่นสร้างบ้านด้วยผ้าห่ม, เล่นหยอกกัน, ทำอาหารและขนม, เดินเล่นรอบบ้าน, ดูแลสวน, เล่นน้ำ, เล่นดนตรี, ฟังนิทานพร้อมกัน, ร้องเพลง, ระบายสีน้ำ, วาดภาพ, ออกกำลังกาย เป็นต้น โดยเฉพาะวันหยุดถือเป็นวันของลูก ควรระลึกอยู่เสมอว่า เวลาในการดูแลลูกอย่างใกล้ชิดไม่นานอย่างที่คิด เพราะเมื่อลูกเข้าสู่วัยรุ่นเวลาที่ใช้กับพ่อแม่ย่อมลดลง กลายเป็นเวลาส่วนตัวที่อยู่กับตัวเอง เพื่อน ๆ รวมถึงการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิต

นอกจากนี้ถ้าลูกรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่มีเวลาให้ พ่อกับแม่ต้องทำให้เห็นด้วยการกระทำ นั่นคือ เลิกงานต้องรีบกลับมาอยู่กับลูก มีเวลาคุณภาพด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ ปรึกษากันในครอบครัวถึงสิ่งที่ต้องร่วมกันปรับเปลี่ยน เช่น การอยู่เป็นครอบครัว สร้างความใกล้ชิดกันมากขึ้น หรืออาจปรับเปลี่ยนลักษณะงานเพื่อให้มีเวลากับลูกมากขึ้น

อย่าให้ลูกไม่มีใครดูแล

ปัญหาส่วนใหญ่ของพ่อกับแม่เมื่อลูกอยู่ในวัยเรียน คือ ช่วงเวลาปิดเทอม เพราะขาดคนดูแล เนื่องจากต้องทำงาน สามารถแก้ปัญหาได้โดย

- พาลูกไปทำงานด้วยแล้วผลัดกันดูแล

- ส่งลูกไปโรงเรียนภาคฤดูร้อน

- ให้อยู่กับญาติผู้ใหญ่ซึ่งมีข้อดี คือ ไว้ใจได้ ปลอดภัย แต่ข้อเสียคือ แทนที่พ่อแม่ส่วนใหญ่จะฝากเลี้ยงกลายเป็นให้เลี้ยงเลยเสียมากกว่า

รู้ให้ทันผลเสียเมื่อพ่อแม่ไม่มีเวลา

หากพ่อแม่ไม่มีเวลาให้ลูกเพราะต้องทำงานทั้งคู่ ผลเสียที่ตามมาจะเกิดขึ้นตามช่วงวัยของลูก ได้แก่

- วัยทารก-วัยเตาะแตะ (0-2 ปี) ส่งผลต่อการพัฒนาสายใยผูกพัน (Attachment) ทำให้กระทบต่อพัฒนาการทางจิตใจ อารมณ์ และบุคลิกภาพในระยะต่อไป ซึ่งการแสดงความรักในช่วง 2-3 ปีแรกของชีวิต จะช่วยให้ลูกเกิดความผูกพันที่ลึกซึ้งและมั่นคงกับพ่อแม่

- วัยเตาะแตะ-ก่อนวัยเรียน (2-5 ปี) ส่งผลต่อการพัฒนาการทางอารมณ์ การควบคุมตนเอง (Self-Control) ศีลธรรมความดีงาม (Moral) เพราะเป็นช่วงวัยที่เด็กจดจำและซึมซับสิ่งต่าง ๆ ได้ดีที่สุด หากขาดการดูแลจากพ่อแม่อาจมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง

- วัยเรียน-ก่อนวัยรุ่น (5-12 ปี) ส่งผลต่อการเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem) การควบคุมตนเอง (Self-Control) และการรู้หน้าที่ หากไม่ได้รับการดูแลจากพ่อแม่มากเพียงพอ อาจมีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย

การที่เราสามารถสร้างความสมดุลระหว่างงาน และครอบครัวได้อย่างลงตัวนั้น จะทำให้ครอบครัวเป็นแรงผลักดันที่จะทำให้เราก้าวไปสู้ความสำเร็จในหน้าที่การงานอย่างที่ไม่ต้องเป็นกังวลใด ๆ

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม