ผลวิจัย แนะจัด แหล่งเรียนรู้สอดคล้องดิจิทัล

| |
อ่าน : 378

ที่มา :  กรุงเทพธุรกิจ

ผลวิจัย แนะจัด แหล่งเรียนรู้สอดคล้องดิจิทัล thaihealth

แฟ้มภาพ

นักวิจัยเผยประชาชนสนใจและใช้บริการแหล่งเรียนรู้ไม่เกิน 20% เด็กไทยสนใจเรียนรู้เพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ 60 % โบราณสถาน วัด โบสถ์ แหล่งเรียนรู้ใช้บริการ 22% หอศิลป์3% ชี้ 40% ได้รับความรู้จากแหล่งเรียนรู้ 36% แนะจัดแหล่งเรียนรู้แบบเปิดสอดคล้องกับการเรียนรู้ยุคดิจิทัล

โครงการวิจัย "รายงานประสิทธิผลของแหล่งการเรียนรู้:การแผยแพร่และการนำมาตรฐานแหล่งการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ" โดยทีมคณะวิจัย นำโดยนางสาวสุวิมล ว่องวาณิช อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการวิจัย ที่ได้รับ การสนับสนุนจากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ได้รายงานผลการวิจัย จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้บริหาร ครูอาจารย์ นิสิตนักศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง ประชาชนทั่วไป และผู้รับผิดชอบบริหารแหล่งการเรียนรู้

รวมถึงมีการตรวจเยี่ยมในพื้นที่จากกรณีศึกษาที่เป็นแหล่งการเรียนรู้ 8 ประเภทคือ ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และศูนย์ การกีฬาและนันทนาการในจังหวัดต่างๆ 13 จังหวัด รวมแหล่งการเรียนรู้ที่เป็นกรณีศึกษาจำนวน 78 แหล่ง เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม สัมภาษณ์ สังเกต สนทนากลุ่ม และสำรวจทางออนไลน์ รวมทั้งหมด 8,100 คน โดยการวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหา และการวิเคราะห์เชิงปริมาณทางสถิติ

นางสาวสุวิมล เล่าว่านิสัยการเรียนรู้ พบว่า ผู้บริหารและครูอาจารย์ 83% สนใจหาความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ กลุ่มนักเรียน นักศึกษาสนใจเรียนรู้ด้วยตนเองจากแหล่งเรียนรู้เพิ่มเติมมี 60 % ประชาชนใช้แหล่งเรียนรู้ ไม่เกิน 20%สนใจและใช้บริการโบราณสถาน วัด โบสถ์ มี 22% ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน 15% สวนสาธารณะ 11% ศูนย์กีฬา 7% สวนพฤกษศาสตร์ 4% ใช้บริการน้อยที่สุด คือ หอศิลป์ 3%

พบว่า 40% ได้รับความรู้จากการใช้ แหล่งการเรียนรู้ 36%ได้รับความสุข ความประทับใจในสิ่งที่ได้เรียนรู้ และ 52% เห็นว่าศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเป็นแหล่งที่ให้ ความรู้ใหม่ๆ และ 40% ได้รับความรู้ด้านอาชีพด้วย

นอกจากนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ใช้แหล่งการเรียนรู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่อยู่อาศัย เช่นศูนย์กีฬา ห้องสมุด สวนสาธารณะ ส่วนแหล่งการเรียนรู้ที่ผู้อยู่นอกพื้นที่มาใช้บริการ จะมาแหล่งเรียนรู้ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน 44% สวนพฤกษศาสตร์ 41.7 % อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 35.3% และด้านทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต

จากงานวิจัย พบว่าโรงเรียนและครอบครัว เป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะครอบครัว ที่จะมีส่วนอย่างมากในการสร้างทักษะ การเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งงานวิจัยได้มี ข้อเสนอแนะให้พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ ในชุมชน แหล่งการเรียนรู้แบบเปิดสอดคล้องกับการเรียนรู้ยุคดิจิทัล

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม