หมอจุฬาฯห่วงใช้ยาลดไขมัน

| |
อ่าน : 10,373

ที่มา: ข่าวสด

หมอจุฬาฯห่วงใช้ยาลดไขมัน thaihealth

แฟ้มภาพ

ขณะนี้มีความกังวลเรื่องการใช้ยาลดไขมัน เนื่องจากเกิดคำถามว่า ใช้มากจนเกินความจำเป็นหรือไม่

          ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีความกังวลเรื่องการใช้ยาลดไขมัน เนื่องจากเกิดคำถามว่า ใช้มากจนเกินความจำเป็นหรือไม่ เนื่องจากเมื่อมีการตรวจสุขภาพ และพบว่าปริมาณไขมันชนิดไม่ดี หรือ Low Density Lipoprotein (LDL) เกินมาก็จะให้ยาลดไขมันทันที จริงๆ แล้วมีงานวิจัยที่ลงในวารสารต่างประเทศ ระบุว่าไขมันเลวเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่สาเหตุทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน แต่จริงๆ ยังมีปัจจัยอื่น คือภาวะการอักเสบภายในร่างกาย ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เส้นเลือดหัวใจและสมองตีบตันได้เช่นกัน

          "เมื่อไปตรวจไขมันและพบว่าปริมาณไขมันเลวสูงขึ้น ทั้งที่ผู้ป่วยอาจไม่มีประวัติครอบครัวหรือตนเองป่วยโรคหัวใจ หรือเส้นเลือดสมองก็ตาม เมื่อไปตรวจและพบว่าไขมันสูง แพทย์จะนำเข้าสูตรการคำนวณว่า มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเส้นเลือดสมองหรือหัวใจตีบใน 10 ปีหรือไม่ ซึ่งวิธีการคำนวณแบบนี้ ทางสหรัฐอเมริกากำหนดไว้เข้มงวดจนกลายเป็นว่าคนสหรัฐเอง แม้ไม่เคยเป็นโรคหัวใจ หรือเส้นเลือดสมองก็ตาม กลายเป็นว่า 1 ใน 4 คนก็ต้องรับยาลดไขมันทั้งหมด เราก็เดินตาม จึงเกิดคำถามว่าจำเป็นหรือไม่ที่เราต้องกินยาไขมันไปตลอด ทั้งที่อาจไม่ใช่ เพราะปัจจุบันมีหลักฐานต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ"

          ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า รายงาน ปี 2017 วารสารนิวอิงแลนด์ พิสูจน์การอักเสบเป็นปัจจัยสำคัญของเส้นเลือดตีบ และในปีเดียวกัน จาก PURE study มีการพิสูจน์ว่าถ้ากินแป้งมากเกินไป ขาดพืชผักผลไม้กากใย กลับทำให้เป็นโรคหัวใจ โรคเส้นเลือดตีบในสมอง และเกิดมะเร็ง สรุปคือไขมันเลวเกิดจากการกินอาหาร แต่ไม่ใช่ตัวการใหญ่ที่ทำให้เส้นเลือดอุดตัน แต่ต้องประกอบด้วยการอักเสบภายในร่างกายด้วย

การวัดปริมาณไขมันเลวต้องไม่เกินเท่าไหร่ และต้องมีการตรวจการอักเสบของร่างกายอย่างไร ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า บางแห่งบอกว่าต้องไม่เกิน 130 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL) แต่หลายแห่งก็ขึ้นอยู่กับอายุ กับความเสี่ยงอื่นๆ แต่โดยรวมคือเวลาเราเจาะเลือดโดยที่เราไม่มีโรคประจำตัวอะไรมาก่อน เราจะดูแต่ระดับเฉยๆ ไม่ได้ แต่ต้องดูอย่างอื่นๆ ด้วย แทนที่จะเริ่มจากการกินยา ให้ปรับพฤติกรรมอันดับแรก ต้องดูแลสุขภาพตัวเอง ที่สำคัญต้องไม่สูบบุหรี่ หากดื่มแอลกอฮอล์ หลายคนเกิดคำถามว่า หากดื่มบ้างได้หรือไม่ ก็ต้องบอกว่าอย่าดื่มจนมากเกินไป 1-2 แก้วก็ไม่เป็นอะไร สิ่งสำคัญคือ หากปรับพฤติกรรมทั้งอาหารการกิน ออกกำลังกายแล้วยังไม่ดีขึ้น ก็ต้องกลับไปปรึกษาแพทย์ว่า ควรต้องตรวจระดับการอักเสบของร่างกาย หรือไม่ หรือจะกินยาลดไขมันเลย

 

 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม