กรมการแพทย์แนะดูแลช่องปากป้องกันคราบหินปูน

| |
อ่าน : 1,476

ที่มา  : กรมการแพทย์

กรมการแพทย์แนะดูแลช่องปากป้องกันคราบหินปูน thaihealth

แฟ้มภาพ

สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์  แนะประชาชนหมั่นดูแลรักษาสุขภาพฟันป้องกันการเกิดคราบหินปูนที่นำไปสู่โรคในช่องปากอื่นๆ โดยพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและฟันทุก 6 เดือน แปรงฟันทุกวัน วันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ และใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟัน

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า คราบหินปูน หรือ “หินน้ำลาย” ก่อให้เกิดปัญหาโรคในช่องปากที่ไม่ควรมองข้าม หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ความจริงอาจนำไปสู่ปัญหาช่องปากอื่นๆ ซึ่งคราบหินปูนเกิดจาก คราบจุลินทรีย์หรือขี้ฟันที่สะสมและจับกับเชื้อโรคจนกระทั่งตกตะกอนกลายเป็นของแข็ง เกาะอยู่บนผิวฟัน ซอกเหงือก ซอกฟัน และขอบฟัน เมื่อคราบหินปูนก่อตัวขึ้นในช่องปากแล้วจะไม่สามารถนำออกเองได้ ต้องไปพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูนออก โดยปัญหาที่เกิดจากคราบหินปูน ได้แก่ เลือดออกขณะแปรงฟัน ฟันเหลือง มีกลิ่นปาก เหงือกร่น โรคปริทันต์ ฟันโยก ฟันห่าง และฟันผุได้ ดังนั้นปัญหาคราบหินปูนจึงเป็นปัญหาช่องปากที่ควรได้รับการดูแลจากทันตแพทย์ตามความเหมาะสม

ทันตแพทย์อำนาจ ลิขิตกุลธนพร ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คราบหินปูนคือคราบแบคทีเรียที่สะสมจนแข็งตามตัวฟันหรืออาจจับตัวที่ร่องเหงือก เกิดจากการก่อตัวของน้ำลายและเศษอาหารที่ตกค้างอยู่ตามตัวฟัน นำไปสู่โรคที่เกิดกับช่องปาก ทั้งนี้ เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวทันตแพทย์จะทำการรักษาโดยขูดหินปูน ซึ่งสำหรับช่วงอายุที่สามารถเข้ารับการขูดหินปูนได้นั้นไม่ได้มีการกำหนดตายตัว อาศัยการตรวจสุขภาพช่องปาก หากถึงเวลาที่ควรได้รับการขูดหินปูนทันตแพทย์จะให้คำแนะนำ ความถี่ที่เหมาะสมในการขูดหินปูน สำหรับคนทั่วไปที่มีอาการเหงือกอักเสบเพียงเล็กน้อยควรขูดหินปูนทุก 6 เดือน แต่ถ้าหากมีอาการของร่องลึกปริทันต์ด้วยควรได้รับการขูดหินปูนทุก 3-4 เดือน การขูดหินปูนทันตแพทย์ จะใช้เครื่องขูดหินปูนทำการกระเทาะเอาตัวหินปูนออกจากผิวฟัน ซึ่งจะไม่ได้ขูดที่ผิวฟันโดยตรง ส่วนอาการเสียวฟันขณะขูดหินปูน อาจเกิดเล็กน้อย เว้นแต่บางกรณีที่ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกเสียวมากทันตแพทย์ก็จะใส่ยาชาให้ สำหรับการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดคราบหินปูน ควรแปรงฟันทุกวัน วันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน แปรงฟันหลังรับประทานอาหารทุกมื้อ หากไม่สามารถทำได้ให้บ้วนปากแทน ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ และใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟัน ตลอดจนควรพบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง หรือทุก 6 เดือน เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน

 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม