บูรณาการข้อมูล ประยุกต์ใช้การควบคุมวัณโรค

| |
อ่าน : 532

ที่มา: กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

บูรณาการข้อมูล ประยุกต์ใช้การควบคุมวัณโรค thaihealth

แฟ้มภาพ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ประกาศความสำเร็จการทำข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และมหาวิทยาลัยมหิดล ในโครงการวิจัยวัณโรคระดับนานาชาติ พัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำหรับตรวจหาลักษณะทางพันธุกรรมของมนุษย์และเชื้อวัณโรค ช่วยให้วินิจฉัยวัณโรคได้แม่นยำ รวดเร็วขึ้น สามารถเลือกใช้ยาและปรับขนาดยาต้านวัณโรคให้เหมาะสม ลดอาการไม่พึงประสงค์จากยาต้านวัณโรค เพื่อมุ่งสู่นโยบายยุติวัณโรค

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานประชุมสรุปผลงานวิจัยร่วมกันระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กับมหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และมหาวิทยาลัยมหิดล ในโครงการความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น เพื่อบูรณาการข้อมูลพันธุกรรมมนุษย์และเชื้อก่อโรค เพื่อประยุกต์ใช้ในการควบคุมวัณโรค "Integrative Application of Human and Pathogen Genomic Information for Tuberculosis Control" โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้โปรแกรม Science and Technology Research Partnership for Sustainable Development (SATREPS) จาก Japan International Cooperation Agency (JICA) และ Japan Agency for Medical Research and Development (AMED) ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 ถึงปัจจุบัน

นายแพทย์โอภาส กล่าวว่า โครงการดังกล่าวฯ นักวิจัยจากประเทศไทยและญี่ปุ่นได้ร่วมกันพัฒนาให้เกิดการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำหรับตรวจหาลักษณะทางพันธุกรรมของมนุษย์และเชื้อวัณโรค เพื่อช่วยให้การวินิจฉัยวัณโรคมีความแม่นยำและรวดเร็วขึ้น สามารถเลือกใช้ยาและปรับขนาดยาต้านวัณโรคให้เหมาะสม เพื่อเกิดประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับผู้ป่วยวัณโรค และลดอาการไม่พึงประสงค์จากยาต้านวัณโรค โดยทีมวิจัยได้ค้นพบปัจจัยเสี่ยงพันธุกรรมที่เป็นความเสี่ยง ในการป่วยวัณโรคและได้ค้นพบกลไกการป้องกันการติดเชื้อวัณโรค ซึ่งงานวิจัยทั้งสองชิ้นได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ รวมทั้งได้ศึกษาข้อมูลรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของเชื้อวัณโรค จนทราบปัจจัยพันธุกรรมของเชื้อวัณโรคที่ส่งผลต่อการดื้อยาต้านวัณโรค และการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่แตกต่างกันและผลต่อการรักษาไม่เหมือนกัน

นอกจากนี้ทีมนักวิจัยยังได้ศึกษาและพัฒนาวิธีการตรวจยีนย่อยยาต้านวัณโรคที่มักเป็นสาเหตุของอาการข้างเคียงตับอักเสบ จากการทานยาต้านวัณโรค Isoniazid รวมไปถึงการพัฒนาวิธีการวัดระดับยาต้านวัณโรคในเลือดของผู้ป่วย เพื่อช่วยให้การรักษาวัณโรค มีประสิทธิภาพมากที่สุด ลดจำนวนผู้ป่วยที่ได้ผลข้างเคียงจากการใช้ยาและเพิ่มโอกาสรักษาหายของผู้ป่วยวัณโรคในประเทศไทย โดยองค์ความรู้ที่ได้จากโครงการนี้ยังนำไปสู่การปรับแนวทางการวินิจฉัยและรักษาวัณโรคของประเทศอีกด้วย

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า ภายใต้โครงการความร่วมมือนี้ยังก่อให้เกิดการพัฒนาบุคลากรและ ระบบห้องปฏิบัติการนวัตกรรมในการให้บริการตรวจหาลำดับเบสทั้งจีโนมของเชื้อวัณโรคด้วยเทคนิควิเคราะห์ลำดับเบสรุ่นใหม่ (Next Generation Sequencing) เป็นแห่งแรกของประเทศไทย สามารถตรวจเชื้อวัณโรคได้อย่างรวดเร็ว และการเปิดให้บริการตรวจยีนย่อยยา N-Acetyltransferase 2 (NAT2) เพื่อป้องอาการตับอักเสบจากการแพ้ยาต้านวัณโรค ซึ่งหน่วยบริการสาธารณสุขที่สนใจสามารถติดต่อกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อส่งตรวจได้แล้ววันนี้

 

 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม