กรมวิทย์ฯเตือนระวังอันตรายจากธูปไล่ยุง

| |
อ่าน : 2,073

ที่มา  : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เตือนระวังอันตรายจากธูปไล่ยุง thaihealth

แฟ้มภาพ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจพบสารไดมีฟลูทริน (dimefluthrin) ในธูปไล่ยุง ที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านและวางจำหน่ายทั่วไปตามแนวชายแดน เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีฉลากภาษาไทย ไม่ระบุสถานที่ผลิตและเลขทะเบียน และสารที่ตรวจพบเป็นสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ (pyrethroids) จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 และยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน อย. ซึ่งผิดกฎหมายและอาจได้รับอันตรายถึงตายได้

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย ดำเนินงานเฝ้าระวังตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพในท้องตลาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ล่าสุดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ได้มีการสำรวจและวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์จุดกันยุง ที่มีลักษณะเป็นแท่งคล้ายธูปที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านและวางจำหน่ายทั่วไปตามแนวชายแดน รวม 7 ตัวอย่าง พบว่าข้างกล่องผลิตภัณฑ์ไม่มีฉลากภาษาไทย ไม่ระบุสถานที่ผลิต และไม่มีเลขทะเบียน อย. ระบุเพียงส่วนประกอบสําคัญ ของสารทรานส์ฟลูทริน (transfluthrin) 0.04% และเพอร์เมทริน (permethrin) 0.13% เมื่อนำมาตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาเอกลักษณ์ของสารกำจัดแมลง ด้วยวิธี GC-MS ผลการตรวจพบสารไดมีฟลูทริน (dimefluthrin) ทุกตัวอย่าง

สารไดมีฟลูทริน เป็นสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 และยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 126 ตอนที่ 85 ก ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์และขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ก่อนทำการผลิต นำเข้า หรือส่งออก และผลิตภัณฑ์ต้องมีการแสดงฉลากตามที่กฎหมายกำหนด โดยต้องแสดงเลขทะเบียน วัตถุอันตรายไว้บนฉลากผลิตภัณฑ์ และมีชนิดและความเข้มข้นของสารสำคัญเป็นไปตามที่ฉลากระบุ กลไกการออกฤทธิ์ ของสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ที่ใช้ในธูปไล่ยุง จะรบกวนการทำงานของระบบประสาททำให้ยุงเป็นอัมพาตอย่างรวดเร็ว โดยมีความเป็นพิษต่อคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตามหากสูดดมควันที่ปล่อยออกมาจากยาจุดกันยุง ในปริมาณมาก เช่น อยู่ในบริเวณที่คับแคบไม่มีอากาศถ่ายเทติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเป็นอันตราย ได้แก่ มึนงง ปวดศีรษะ อาเจียน กล้ามเนื้อกระตุก อ่อนเพลีย ชัก หรือหมดสติได้ ส่วนอาการพิษอื่นๆ ที่พบ ได้แก่ อาการแพ้ทางผิวหนัง คัน มีผื่นแดง หากเข้าตาอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้

นายแพทย์โอภาส กล่าวต่ออีกว่า จากการตรวจพบไดมีฟลูทรินในผลิตภัณฑ์ธูปไล่ยุง แสดงว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้ ไม่มีความปลอดภัย ซึ่งอาจเสี่ยงอันตรายต่อผู้ใช้ได้ ดังนั้นการนำเข้าหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน มีความผิดตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์จุดกันยุง ผู้บริโภคควรตรวจดูเลขทะเบียนหรือเครื่องหมาย อย. มีฉลากภาษาไทย ซึ่งระบุสถานที่ผลิตชัดเจน สำหรับการนำไปใช้ ควรจุดผลิตภัณฑ์จุดกันยุงหรือธูปไล่ยุงในห้องที่มีอากาศถ่ายเท ไม่ควรวางไว้ใกล้หรือรวมกับอาหาร วางให้พ้นมือเด็ก และเก็บให้มิดชิด หลังสัมผัสผลิตภัณฑ์จุดกันยุงทุกครั้งควรล้างมือ ให้สะอาด และควรใช้ภาชนะรองผลิตภัณฑ์จุดกันยุงที่เป็นวัสดุที่ไม่ติดไฟ และวางให้ห่างวัตถุไวไฟ สตรีมีครรภ์และผู้ที่แพ้ง่าย ควรอ่านวิธีการใช้และใช้ตามฉลากระบุอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ไม่ควรใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม