รู้ก่อนปั่นกับ 5 อาการบาดเจ็บของนักปั่น

| |
อ่าน : 3,251

เรื่องโดย : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th

รู้ก่อนปั่น 5 อาการบาดเจ็บของนักปั่น thaihealth

ช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา คนไทยตื่นตัวเรื่องสุขภาพและกิจกรรมทางกายสูงขึ้นทุกประเภท โดยเฉพาะการวิ่งและการปั่นจักรยาน อย่างการปั่นจักรยานมีคนหันมาปั่นเพิ่มขึ้นกว่า 100% โดยเฉพาะเมื่อปี 2558 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้ทรงจักรยานพระที่นั่งนำประชาชนทั่วประเทศปั่นจักรยานในกิจกรรม Bike for Mom หรือ ปั่นเพื่อแม่ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ต่อเนื่องปีเดียวกัน เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2558 พระองค์ทรงจักรยานพระที่นั่งนำประชาชนทั่วประเทศปั่นจักรยานในกิจกรรม Bike for Dad หรือ ปั่นเพื่อพ่อ เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยิ่งปลุกกระแสให้คนไทยหันมาปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพเพิ่มมากขึ้น

สำหรับปีนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จะทรงนำคนไทยทั่วประเทศปั่นจักรยานอีกครั้ง ในกิจกรรมปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” ในวันอาทิตย์ที่ 9 ธ.ค นี้ โดยมีระยะทาง 39 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่ พระลานพระราชวังดุสิต ถึงสวนสุขภาพลัดโพธิ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

นอกจากการเตรียมตัวให้พร้อมทั้งร่างกาย และจิตใจ การเรียนรู้รับมือการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อก็เป็นสิ่งสำคัญ วันนี้เว็บไซต์สสส. จึงรวบรวม 5 อาการบาดเจ็บของนักปั่นที่พบบ่อย รวมถึงวิธีแก้ไข จากคู่มือ ขี่จักรยานอย่างปลอดภัย ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บของสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้การสนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มาฝากค่ะ

1. ผื่นถนน (Road Rash)

แผลถลอกที่พบบ่อยที่สุดของนักปั่นเมื่อเกิดอุบัติเหตุล้ม วิธีการรักษาเบื้องต้นคือ ทำความสะอาด ล้างเศษดิน เศษหินออกจากแผลด้วยน้ำสะอาด ใส่ยาฆ่าเชื้อจำพวกเมอร์ไทโอเลท หรือเบตาดีน และในกรณที่แผลอยู่ในร่มผ้าควรปิดแผลด้วยผ้าก็อตสะอาดเพื่อป้องกันการเสียดสี

2. มือ-เท้า ซ้น (Sprain)

ในตอนที่จักรยานล้มมักมีการใช้มือในยันพื้น ซึ่งอาจทำให้เกิดการซ้นของมือหรือกระดูกหักได้ ข้อเข่าและข้อเท้าก็เช่นเดียวกัน โดยการซ้น คือ การอักเสบของเอ็นหรือพังผืดที่ยึดข้อ อาการที่พบคือ ปวดข้อ บวม เคลื่อนไหวแล้วเจ็บ แต่หากมีอาการเจ็บมากจนเคลื่อนไหวไม่ได้อาจจะต้องพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คว่ากระดูกหักหรือไม่

การปฐมพยาบาลเมื่อมีอาการซ้นจะยึด 4 หลัก ได้แก่

-ยก ยกส่วนที่มีอาการซ้นให้สูง เช่น หากเป็นที่เท้าให้นั่งเอาเท้าพาดบนเก้าอี้

-พัก พยายามไม่เคลื่อนไหวส่วนที่มีอาการซ้น

-น้ำแข็ง เอาน้ำแข็งประคบ ลดอาการอักเสบ

-รัด ใช้ผ้าพันข้อให้แน่นป้องกันไม่ให้เลือดออกในข้อมากขึ้น และลดอาการบวม

3. อันตรายจากการกระแทกของศีรษะ

การบาดเจ็บที่ศีรษะอาจเกิดขึ้นจากการมีแรงกระแทกที่ศีรษะทันทีหรือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นตามมาภายหลัง เช่น ภาวะสมองบวม ภาวะความดันในสมองสูง การมีเลือดออกในสมอง เป็นต้น การบาดเจ็บจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความแรงที่มากระแทกศีรษะ ตำแหน่งที่ถูกกระแทก ขนาดและชนิดของแรงที่มากระแทก หากมีแรงเคลื่อนมากระทบศีรษะที่อยู่นิ่ง จะทำให้สมองบาดเจ็บเฉพาะที่ แต่ถ้าแรงนั้นมากระทบศีรษะที่อยู่นิ่ง แล้วศีรษะเคลื่อนไปกระทบกับวัตถุอื่นจะทำให้เกิดการบาดเจ็บทั้งที่สมองเฉพาะที่และที่สมองทั่วไปด้วย

หมวกกันน็อคสำหรับนักปั่นจักรยาน เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ป้องกันอันตรายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หมวกกันน็อคจะช่วยกระจายแรงกระแทกไม่ให้เกิดอันตรายรุนแรง ทั้งนี้หากตัวโฟมภายในหมวกที่ใช้มีการยุบตัวควรเปลี่ยนหมวกใหม่เพื่อความปลอดภัย

4. ปวดเข่า

อาการปวดเข่าเมื่อปั่นเป็นระยะเวลานานส่วนใหญ่เกิดจากการที่นักปั่นใช้เกียร์หนักมากเกินไป ทำให้เยื่อบุในข้อเข่าทนกับแรงปั่นจนอักเสบ โดยวิธีการป้องกันคือ ใช้เกียร์เบาอยู่เสมอ แต่หากไม่ได้ใช้จักรยานที่มีเกียร์เมื่อมีอาการปวดควรหยุดพักสักระยะแล้วค่อยปั่นต่อไป และชะลอความเร็วไม่ให้เข่าเกิดการอักเสบมากขึ้น

5. ตาอักเสบ

ตาเป็นอีกอวัยวะที่เกิดการอักเสบได้จากการปั่นจักรยานเพราะแรงลมที่ปะทะหน้าตลอดเวลา การใส่แว่นกำบังจึงเป็นสิ่งที่ดีที่นักปั่นควรปฏิบัติตาม แต่หากมีผงเข้าตาหรือรู้สึกระคายเคืองขณะปั่นไม่ควรขยี้ตาเพราะจะเป็นอันตรายต่อการมองเห็นระยะทางขณะปั่นได้  ให้ใช้วิธีกระพริบตาถี่ ๆ  หรือหยุดปั่นจักรยานแล้วเช็คดูว่ามีไรเข้าตาหรือไม่

อีกสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับนักปั่นบ่อยครั้งคือ การโอเวอร์เทรน (over train) ที่ไม่ได้ถือว่าเป็นการบาดเจ็บแต่เป็นภาวะผิดปกติของร่างกายเกิดจากการฝึกหนักเกินร่างกายรับไหว โดยอาการที่พบบ่อยคือ เหนื่อยอ่อน ชีพจรเต้นเร็ว มีภาวะเครียด เบื่ออาหาร ตลอดจนนอนไม่หลับ

แนวทางการแก้ไขการโอเวอร์เทรน

1.หยุดพักจนกว่าจะดีขึ้น และจัดตารางการปั่น กำหนดวันพักไม่ให้หักโหมมากเกินไป

2.ดูแลสภาวะโภชนาการให้ดีขึ้นเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายให้ฟื้นตัว

3.พักผ่อนให้เพียงพอ และ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ฝึกเกิน

4.พยายามลดระดับความเครียด

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายแบบไหน การเตรียมพร้อม ฝึกฝนสม่ำเสมอ และระมัดระวัง ขณะที่ผู้ที่มีโรคประจำตัวก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกาย จะช่วยลดอัตราการบาดเจ็บ ทำให้การออกกำลังกายให้คุณค่ากับร่างกายอย่างแท้จริง

 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • แนวทางสนับสนุนทุน โครงการปิดเทอมสร้างสรรค์ และกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพสำหรับเด็กและเยาวชน -
  • โครงการเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการสื่อสารสุขภาวะ -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2562 ของ สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

นักเขียน  600 ปี แห่งการตื่น 26 วัน เปลี่ยนชีวิต  คลองแสนแสบ  คนพันธุ์ R  การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมของเชื้อโรค  อากาศแห้ง  วิจารณญาณ  วันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง  ลูกนอนหลับ  สสส.จอมบึง มาราธอน 2013  มือ  กังวล  พื้นที่สีขาว  1600สายด่วนเลิกบุหรี่  ตลาดนัดแห่งแรงบันดาลใจ  ก๋วยเตี๊ยว  แร่ธาตุ  เครือข่ายประชาคมงดเหล้าปราจีนบุรี  นิสัย เค็ม โรค ปรุง รสชาติ  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth จดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพ car free day เคล็ดลับสุขภาพดี สู่ขวัญ บูลกุล บ้านอัจฉริยะ รีโมทรักษาใจ ของเล่นไฮเทค นวัตกรรมเพื่อผู้พิการ  ขิง  แผนงานวิจัยนโยบายอาหารฯ  เยี่ยมมูลนิธินโยบายสุขภาวะ  เด็กดื่ม  จิตอาสา