มาตรฐานรถแพทย์ฉุกเฉิน

| |
อ่าน : 1,676

ที่มา :  เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์

มาตรฐานรถแพทย์ฉุกเฉิน thaihealth

แฟ้มภาพ

เหตุการณ์รถพยาบาลเกิดอุบัติเหตุ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ ทำให้หลายฝ่ายเกิดความห่วงใยกังวลถึงความปลอดภัยต่อบุคลากรทางการแพทย์อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ผู้ขับรถ พยาบาล แพทย์ ที่คอยช่วยเหลือผู้ป่วยภายในรถ เนื่องจากทรัพยากรมนุษย์เหล่านี้ถือเป็นกลไกสำคัญของวงการแพทย์ในการช่วยเหลือผู้ป่วย ฃโดยเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉิน

แต่อุบัติเหตุไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด หากมีมาตรการเตรียมพร้อมรองรับช่วยลดตัวเลขการสูญเสียและอุบัติเหตุลงน่าจะเป็นทางออกและวิธีที่ง่ายที่สุดจากเหตุไม่คาดฝัน

ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) อธิบายให้ฟังว่า มาตรฐานในภาพรวมการบริหารจัดการทั้งการแพทย์ฉุกเฉิน การส่งต่อผู้ป่วย ฯลฯ มีหลายส่วนที่จะมาประกอบกัน โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกันแค่เพียงเรื่องของมาตรฐานตัวรถยนต์บริการทางการแพทย์อย่างเดียวเท่านั้น

ภาพรวมของรถฉุกเฉินในไทยทั้งหมดประกอบ 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1.รถตำรวจ ใช้ไฟสีแดง 2.รถพยาบาลไฟสีน้ำเงิน 3.รถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ไฟสีแดงน้ำเงิน และ 4.รถฉุกเฉินอื่นๆเช่น รถขยะ รถโรงเรียน รถกรมทางหลวง ซึ่งสัญลักษณ์สีไฟเหล่านี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้กำหนดสีไฟ ดังนั้น รถฉุกเฉินของแต่ละประเภทจึงมีมาตรฐานการทำงานที่แตกต่างกันออกไป

สำหรับในส่วนของรถพยาบาลกับรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินนั้น จะมีเป้าหมายวัตถุประสงค์การใช้ที่แตกต่างกัน เพียงแต่ลักษณะของตัวรถจะมีความคล้ายคลึงกัน คือ เป็นลักษณะของรถตู้กับรถกระบะ หากรถที่มีไฟสีน้ำเงินหรือรถฉุกเฉินที่ใช้ในการขนส่งผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลจะมีมาตรฐานในเชิงข้อกำหนดหลายส่วน ทั้งเรื่องมาตรฐานรถ ฯลฯ เมื่อนำมาใช้บริการทางการแพทย์ต้องกำหนดอุปกรณ์ เช่น เครื่องวัดความดัน อุปกรณ์ในการดูแลผู้ป่วย อุปกรณ์ติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วย ฯลฯ

“หน่วยงานต่างๆ ที่เป็นเจ้าของรถจะไปกำหนดมาตรฐานเพิ่มเติมเอง เช่น การบริการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลต้องดูว่าผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ประเภทใดบ้าง บุคลากรประเภทใด เช่น แพทย์ พยาบาล ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งหมดเป็นมาตรฐานเพิ่มเติมนอกเหนือจากมาตรฐานรถบริการทางการแพทย์”

สำหรับเรื่องของการกำหนดอุปกรณ์ภายในรถพยาบาลฉุกเฉิน ในอดีตอุปกรณ์อาจยังไม่ทันสมัยเหมือนกับปัจจุบัน คงเพียงแค่เรื่องการกำหนดเฉพาะพวกอุปกรณ์พื้นฐานไว้เท่านั้น อีกทั้งบริเวณเบาะนั่งของเจ้าหน้าที่อาจยังไม่มีเข็มขัดเซฟความปลอดภัย เป็นต้น นั่นคือรถบริการทางแพทย์ในอดีต แต่ปัจจุบันถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและมีมาตรฐานอย่างดีเพิ่มขึ้นหลายเท่า

“ทั้งนี้ทั้งนั้นเชื่อว่า ในอนาคตอีก 4-5 ปีข้างหน้า ระบบการบริการรถพยาบาลฉุกเฉินน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน เพราะทุกภาคส่วนต่างให้ความสำคัญต่อเรื่องความปลอดภัยอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล ที่คอยทำการรักษาผู้ป่วยบนรถ”

ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันต้องยอมรับว่าในช่วงระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุกับรถพยาบาลฉุกเฉินที่ประสบอุบัติเหตุอยู่หลายครั้ง นั่นจึงทำให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ต้องมีการออกมาตรการกำชับพิเศษในการระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยทั้งบุคลากร เจ้าหน้าที่ ผู้ป่วย จนนำไปสู่การกำหนดมาตรการหลายอย่าง เช่น การกำหนดความเร็วรถต้องไม่เกิน 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง ต้องมีสัญญาณไฟส่องสว่างอย่างชัดเจน และการอบรมผู้ขับรถ บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ภายในรถอย่างต่อเนื่อง เพื่อทบทวนการจัดการอย่างสม่ำเสมอ และจากมาตรการที่ผ่านมาทำให้เห็นผลสัมฤทธิ์ชัดเจนว่า อุบัติเหตุรถพยาบาลลดลงไปได้มาก

นอกจากนี้ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. ยังได้มีการกำหนดมาตรฐานเรื่องความปลอดภัยของรถบริการทางการแพทย์อย่างดี ทั้งเก้าอี้นั่งเจ้าหน้าที่ภายในรถ เตียงนอนผู้ป่วย การจัดวางปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ให้มีความปลอดภัยสูงสุด เข็มขัดนิรภัย การผูกรัดมัดตึง อุปกรณ์ เป้าหมายเพื่อป้องกันการอุปกรณ์ทางการแพทย์ตกหล่นเสียหาย ที่สำคัญช่วยรักษาชีวิตบุคคลภายในได้อย่างปลอดภัย

“ทาง สพฉ.มีการอบรมบุคลากรผู้ปฏิบัติการงานในรถพยาบาลอยู่เสมอ ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ก็ควรต้องมีการฝึกฝนเช่นกัน เพราะการขึ้นไปบนรถฉุกเฉินไม่ใช่การขึ้นไปนั่งเฉยๆ พยาบาล แพทย์ ต้องมีทักษะการยืน นั่ง ในรถให้เป็น ต่อให้นั่งรถเบนซ์ก็มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นเราต้องรู้เรื่องเหล่านี้ จำไว้เสมอการนั่งรถฉุกเฉินก็เหมือนกับการขี่ม้ายิงธนู”

อุบัติเหตุรถพยาบาลฉุกเฉินนั้นมีทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน จำแนกแยกเป็นปัจจัยภายนอก เช่น เรื่องของถนน สิ่งแวดล้อมภายนอก ฯลฯ ส่วนปัจจัยภายใน เช่น คนขับรถ ความพร้อมของบุคลากรเจ้าหน้าที่ การตรวจเช็กสภาพรถ เป็นต้น ทั้งหมดต้องมีการตรวจสอบให้พร้อมอยู่เสมอเพื่อป้องกันอุบัติเหตุได้

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ร่วมตอบแบบสอบถาม เรื่องการวิ่งเพื่อสุขภาพ -
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

สารกันบูด  โรคอุจจาระร่วง  งดเหล้าเอฟซี  ส่งผลต่อตับไต  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth ฤดูฝน สุขภาพหน้าฝน ระบบทางเดินหายใจ ปอดอักเสบ ไข้หวัดใหญ่ โรคระบบทางเดินอาหาร โรคท้องเสีย โรคหวัด หน้ากากอนามัย มีไข้ มีน้ำมูก ไอจาม ไข้เลือดออก แพ้ยา เชื้อไวรัส ท้องร่วง สวมหน้ากาก แอโรบิก วิ่ง เดิน ขี่จักรยาน ทำให  อาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ  เครื่องสำอาง  เรื้องรัง  วิธีเลี้ยงดูเด็ก  สืบสาน  ทฤษฎีพอเพียง  ล้างผัก  Car Free Day วันปลอดรถ ลดโลกร้อน สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย จราจร  กรดโฟลิก  รางจืด  ภูมิต้านทาน  โรคสะเก็ดเงิน  ร่วมสร้างวัฒนธรรม R2R  เศร้าหมอง  เยาวชนโพธิสัตว์น้อย  

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม