สธ.แนะเคล็ดคลายเครียดคนไทยกลับจากญี่ปุ่น

โดย
| |
อ่าน : 1,031

 

สธ.เพิ่มทีมสุขภาพจิตประจำสนามบินสุวรรณภูมิ ดูแลจิตใจคนไทยที่เดินทางกลับจากญี่ปุ่น พร้อมเปิดสายด่วน 1323 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง บริการให้คำปรึกษาแนะนำ คลายความวิตกกังวล แนะวิธีคลายเครียดเบื้องต้นให้พูดคุยกับคนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวทำกิจกรรม เช่น ออกกำลังกาย งานอดิเรก จะช่วยคลี่คลายได้ หากไม่ดีขึ้นให้ไปรับบริการที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน   

วันนี้ (21 มี.ค.) นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้าการดูแลสุขภาพคนไทยจากสถานการณ์ภัยพิบัติที่ญี่ปุ่น ว่า ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติกรณีญี่ปุ่นด้านการแพทย์และสาธรณสุข ของกระทรวงสาธารณสุข วันนี้ได้ประเมินสถานการณ์ของญี่ปุ่นพบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ปริมาณกัมมันตภาพรังสีอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยต่อสุขภาพ ส่วนระดับการปนเปื้อนในอาหารและน้ำประปาอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ทั้งนี้ สธ.จะร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศให้การดูแลทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจของคนไทยที่อยู่ในญี่ปุ่น รวมทั้งคนไทยที่เดินทางกลับมาแล้วอย่างต่อเนื่อง เพื่อความมั่นใจ โดยผลการตรวจรักษาคนไทยที่อยู่ในญี่ปุ่นยังไม่พบความผิดปกติจากกัมมันตรังสี มีเพียงการเจ็บป่วยทั่วไป เช่นไข้หวัด เนื่องจากอากาศหนาวเย็น และมีความตึงเครียดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและแผ่นดินไหวที่เกิดซ้ำอยู่เรื่อยๆ    

นพ.ไพจิตร์กล่าวว่า ในด้านการดูแลคนไทยที่เดินทางกลับจากญี่ปุ่น ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สธ.วางแผนรับมือ โดยเฉพาะในเรื่องการดูแลสุขภาพจิตของคนทุกวัย จึงเพิ่มทีมสุขภาพจิตประจำที่จุดบริการให้คำแนะนำปรึกษาผู้โดยสารขาเข้า ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อดูแลแนะนำเบื้องต้นแก่ผู้ที่มีความเครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ และเปิดสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้บริการปรึกษาผู้ที่มีปัญหาความเครียด วิตกกังวลต่างๆ ฟรี 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งสั่งการให้สถานบริการสาธารณสุขในสังกัดทั่วประเทศ พร้อมให้บริการแนะนำปรึกษาแก่ประชาชนกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่องด้วย

ด้าน นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการฯ กล่าวว่า สธ. มีคำแนะนำการดูแลจิตใจสำหรับคนไทยที่เดินทางกลับจากญี่ปุ่น เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดด้วยตัวเอง ดังนี้ 1.ให้พูดคุยกับคนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัว 2.ให้ทำกิจกรรมที่สามารถผ่อนคลายความตึงเครียดได้ เช่น ออกกำลังกาย ทำงานอดิเรก สวดมนต์ไหว้พระ หรือทำกิจกรรมอื่นๆตามสมควร 3. ดูแลสุขภาพ รับประทานอาหารและพักผ่อนให้เพียงพอ หากอาการยังไม่ดีขึ้น ขอให้ไปปรึกษาแพทย์ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ astv ผู้จัดการ

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม