สธ.ตรัง ให้ความรู้ป้องกันโรคตาแดง

| |
อ่าน : 727

ที่มา :  สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

สธ.ตรัง ให้ความรู้ป้องกันโรคตาแดง thaihealth

แฟ้มภาพ

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง ให้ความรู้แก่ประชาชน และสถานศึกษา ในการป้องกันโรคตาแดงตลอดช่วงฤดูฝน

นายแพทย์บรรเจิด สุขพิพัฒปานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนจะพบผู้ป่วยโรคตาแดงจากเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้น และมักพบการระบาดในสถานที่ที่มีคนอยู่ร่วมกันจำนวนมาก เช่น โรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานที่ทำงาน จึงได้เฝ้าระวังการแพร่ระบาด และเร่งประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้แก่ประชาชน และสถานศึกษาในการป้องกันโรคตาแดง เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อได้ทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะในเด็กจะติดต่อกันง่ายขึ้นจากการเล่น คลุกคลีใกล้ชิดกัน

สำหรับโรคตาแดงเกิดจากเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย ติดต่อกันง่ายจากการสัมผัส น้ำตา ขี้ตาของผู้ป่วยตาแดง ที่ติดอยู่ตามพื้นผิวสิ่งของต่าง ๆ ขณะที่ยังไม่แห้ง เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โต๊ะทำงาน แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ ราวจับรถเมล์ การใช้ของส่วนตัวร่วมกันกับผู้ป่วยเช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว หรือถูกน้ำหรือสิ่งสกปรกเข้าตา เมื่อเชื้อโรคเข้าตาจะทำให้ระคายเคืองตา ตาแดง มีขี้ตามาก หนังตาบวม ปวดตา หรือมองแสงจ้าไม่ได้ อาจเป็นข้างหนึ่งข้างใด หรือเป็นทั้ง 2 ข้าง โรคนี้ติดต่อกันจากการสัมผัสมากที่สุด

ดังนั้น ในการป้องกันโรคตาแดงทำได้โดยการล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หลีกเลี่ยงการใช้มือแคะ แกะ เกาหน้า ขยี้ตา ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้ป่วยตามแดง เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว แว่นตา และเครื่องนอน รักษาความสะอาดเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด โรคตาแดงที่เกิดจากเชื้อไวรัส ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ ใช้การรักษาตามอาการ คือ ใช้ยาหยอดตาเพื่อลดอาการระคายเคือง แต่หากมีการติดเชื้อแบคทีเรีย ขี้ตาจะมีสีเหลืองหรือเขียว ต้องใช้ยาปฏิชีวนะหยอดตาเพื่อฆ่าเชื้อ ดังนั้น หากป่วยเป็นตาแดง ขอให้ปฏิบัติตัวดังนี้ 1.ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา เนื่องจากเชื้อจะสะสมที่ผ้าเช็ดหน้า และแพร่ไปติดคนอื่นได้ ให้ใช้กระดาษนุ่ม ๆ ซับน้ำตา หรือใช้สำลีชุบน้ำสะอาดเช็ดขี้ตา และบริเวณเปลือกตา แล้วทิ้งในถังขยะที่มิดชิด 2.งดใส่คอนแทคเลนส์จนกว่าตาจะหายอักเสบ และใส่แว่นกันแดดเพื่อลดการระคายเคืองจากแสง 3.ไม่ควรใช้ยาหยอดตาร่วมกัน เนื่องจากเชื้ออาจติดอยู่ที่ปากขวดยาหยอดตาได้ ที่สำคัญ คือ ต้องหยุดเรียน หรือหยุดงานอย่างน้อย 3 วัน และพักการใช้สายตา ส่วนใหญ่อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น และหายภายใน 1-2 สัปดาห์ หากมีอาการปวดตารุนแรง ตาพร่ามัว หรืออาการตาแดงไม่ทุเลาภายใน 7 วัน ขอให้ไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม