พาณิชย์แนะวิธีกินเจ-เฝ้าระวังฉวยโอกาสขึ้นราคา

| |
อ่าน : 535

ที่มา : เฟซบุ๊ก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

พาณิชย์แนะวิธีกินเจ พร้อมเฝ้าระวังฉวยโอกาสขึ้นราคา  thaihealth

แฟ้มภาพ

กินเจปีนี้กำลังซื้อขยายตัว กระทรวงพาณิชย์เฝ้าระวังการฉวยโอกาสขึ้นราคา พร้อมแนะวิธีกินเจอย่างปลอดภัย

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าอาหาร ผักสด และ อาหารปรุงสำเร็จช่วงเทศกาลกินเจ ที่ตลาดเก่าเยาวราช ว่า การใช้จ่ายเป็นไปอย่างคึกคัก โดยปีนี้มีการกินเจมากขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อของประชาชน และภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว

จากการตรวจสอบพบว่าวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารราคายังทรงตัวอยู่ในระดับปกติเหมือนปีก่อน อาทิ ผักสดและผลไม้ และอาหารปรุงสำเร็จ เช่น ผักคะน้า ราคา 18 - 40 บาทต่อกิโลกรัม ผักบุ้งจีน ราคา 15 - 30 บาทต่อกิโลกรัม ผักกาดขาว ราคา 15 - 30 บาทต่อกิโลกรัม ยกเว้นผักสดบางรายการมีราคาสูงขึ้นตามความต้องการของตลาด

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน และพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าที่ต้องใช้ในช่วงเทศกาลกินเจ ระหว่างวันที่ 9-17 ตุลาคม 2561 อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาจำหน่ายวัตถุดิบจนกระทบกับผู้บริโภค

นอกจากนี้ ได้มอบหมายกรมการค้าภายในจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบ จำนวน 9 สาย และให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดออกตรวจสอบให้มีการปิดป้ายราคาจำหน่ายปลีกวัตถุดิบที่ใช้ประกอบการทำอาหารเจ อาหารปรุงสำเร็จประเภทเจ และตรวจสอบเครื่องชั่งตามตลาดสดอย่างเข้มงวด กรณีที่พบการกระทำความผิดให้ดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด หากไม่ปิดป้ายแสดงราคา มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำหน่ายในราคาสูงเกินสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยหากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการค้า หรือพบเห็นการฉวยโอกาส สามารถแจ้งสายด่วน กรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

อนึ่ง แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลกินเจ เรื่องที่ต้องคำนึงถึง คือ ความปลอดภัยในวัตถุดิบประเภทผักและผลไม้ที่จะนำมาปรุงอาหาร การล้างให้สะอาดทุกครั้งเพื่อป้องกันสารเคมีตกค้าง หรือการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค สามารถทำได้หลายวิธีคือ ให้ล้างด้วยน้ำไหล แช่ในน้ำนาน 15 นาที หรือแช่ในน้ำผสมน้ำส้มสายชู 5 เปอร์เซ็นต์ แช่นาน 15 นาที หรือใช้โซเดียมไบคาร์บอเนต หรือเบคกิ้งโซดา ครึ่งช้อนโต๊ะผสมน้ำ 10 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด ทั้ง 3 วิธีนี้จะช่วยลดสารเคมีตกค้างได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ผู้ประกอบอาหารควรเลือกใช้ผักปลอดสารพิษที่มีการรับรองจากแหล่งผลิตในการปรุงอาหารเจ แทนการใช้ผักที่มีความเสี่ยงปนเปื้อนสารพิษ

ส่วนอาหารแห้งประเภทธัญพืช ถั่วเมล็ดแห้ง เช่น ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในการบริโภค คือเชื้อราที่ปนเปื้อนในวัตถุดิบ ที่เกิดจากการเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสม เช่น เก็บไว้ในที่ชื้นเกินไปหรือไม่มีการอบให้แห้งดีพอ ก่อให้เกิดสารอะฟลาท็อกซิน หากมีการบริโภคเข้าไปและมีการสะสมในปริมาณมากก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งได้

ดังนั้น การป้องกันที่ดี คือ ต้องเลือกถั่วเมล็ดแห้งที่ใหม่และเก็บไว้ในภาชนะที่แห้งพอ โดยก่อนที่จะนำมาปรุงประกอบอาหารควรล้างให้สะอาดเพื่อขจัดสิ่งปนเปื้อนและควรปรุงสุกทุกครั้งก่อนนำมาบริโภค

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม