คาดปีนี้ “โรคไข้เลือดออก” ระบาดหนัก !!

โดย
| |
อ่าน : 1,774

กรมวิทย์ พบ “ลูกน้ำยุงลาย” 1 ตัว มีเชื้อถึง 2 ชนิด เผย หน้าร้อนอาจกัดคนสูงถึง 45 ตัวต่อ ชม.คาดปีนี้ระบาดแรง

ดร.อุษาวดี ถาวระ หัวหน้าฝ่ายชีววิทยาและนิเวศวิทยา สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากการวิจัย เรื่อง “ชีววิทยาและอัตราการติดเชื้อของยุงพาหะโรคไข้เลือดออกในประเทศไทย” ระหว่างปี 2549-2553 เป็นเวลา 5 ปี ในพื้นที่ 25 จังหวัดของประเทศไทย โดยศึกษาทั้งยุงลายบ้าน และยุงลายสวน พบว่า ในฤดูร้อนยุงลายบ้าน มีอัตราการกัดสูงสุดเท่ากับ 45 ตัวต่อคนต่อชั่วโมง ขณะที่ฤดูหนาวยุงลายสวน มีอัตราการกัดสูงสุด 18 ตัวต่อคนต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาเกี่ยวกับอัตราการติดเชื้อของยุงพาหะในธรรมชาติ ด้วยการตรวจหาเชื้อไวรัสเดงกี่ในยุงลายทั้ง 2 ชนิด โดยใช้เทคนิคการตรวจสารพันธุกรรม ยุงลายบ้านมีอัตราการติดเชื้อมากกว่ายุงลายสวน

ดร.อุษาวดี กล่าวอีกว่า ดังนั้น ในการควบคุมโรคไข้เลือดออกต้องทำทั้งยุงลายบ้าน และยุงลายสวน โดยทางภาคใต้ ซึ่งยุงลายสวนมีอัตราการติดเชื้อไวรัสเดงกี่สูงสุด คือ 24% อีกทั้งตรวจพบเชื้อไวรัสเดงกี่ในลูกน้ำยุงลาย และยุงลายเพศผู้ ที่ไม่กัดคนในยุงลายทั้ง 2 ชนิดด้วย แสดงให้เห็นว่า มีการถ่ายทอดเชื้อจากยุงลายรุ่นแม่สู่รุ่นลูก จากเดิมที่มีการเข้าใจว่า ยุงลายจะได้รับเชื้อจากการกัดคนที่มีเชื้อเท่านั้น เมื่อลูกน้ำโตขึ้นสามารถกัดคนและคนได้รับเชื้อไวรัสได้โดยที่ยุงไม่เคยกัดผู้ป่วยมาก่อน ทำให้โอกาสการแพร่เชื้อมายังคนมากขึ้น และยังพบว่า ยุงลายหนึ่งตัวมีเชื้อไวรัสเดงกี่ถึง 2 ชนิด พบทั้งในยุงลายบ้าน และยุงลายสวน ทั้งนี้ อันตรายของยุงลายที่มีเชื้อ 2 ชนิดใน 1 ตัว ทำให้ผู้ถูกกัดได้รับเชื้อไวรัสไข้เลือดออกถึง 2 ชนิดในเวลาเดียวกัน แต่ความรุนแรงของเชื้อจะน้อยกว่าการโดนยุงที่มีเชื้อเพียง 1 ชนิดกัด

ด้านดร.อภิวัฎ ธวัชสิน นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการพิเศษ กล่าวว่า จากการศึกษาพฤติกรรมการกัดของยุงลาย พบว่า สภาพภูมิอากาศมีผลต่อพฤติกรรมการกัดของยุงลาย โดยยุงลายบ้าน ในฤดูร้อนและฤดูฝนอัตราการกัดสูงกว่าในฤดูหนาว และมีอัตราการกัดในช่วงกลางคืนด้วย ขณะที่ในฤดูหนาวไม่กัดเวลากลางคืน ในการป้องกันประชาชนจึงควรให้ความสำคัญกับการกำจัดลูกน้ำยุงลาย และคาดว่า ในปี 2554 การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกน่าจะสูง เพราะมีฝนตกในช่วงหน้าร้อนทำให้มีพื้นที่น้ำขังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงมาก โดยในปี 2553 มีผู้ป่วย 113,017 ราย เสียชีวิต 139 ราย

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ astv ผู้จัดการ

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ประกาศสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประเมินผล กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 - การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา - ชีวิตดีเริ่มที่เรา
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม