สถาบันสิรินธรฯ ฟื้นฟูผู้ป่วยด้วยเทคนิควอยต้า

| |
อ่าน : 752

ที่มา : กรมการแพทย์

สถาบันสิรินธรฯ ฟื้นฟูผู้ป่วยด้วยเทคนิควอยต้า thaihealth

แฟ้มภาพ

สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ นำเทคนิควอยต้าฟื้นฟูคนพิการและผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว ด้วยวิธีกดจุดกระตุ้นการเคลื่อนไหวร่างกายแบบอัตโนมัติ

นายแพทย์ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์  เปิดเผยว่า ความพิการทางการเคลื่อนไหวเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย จากข้อมูลสถานการณ์ด้านคนพิการในประเทศไทย ปี 2560 โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พบว่าความพิการทางการเคลื่อนไหวมีมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งคิดเป็นร้อยละ 48.76 และกลุ่มคนพิการ    วัยสูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) มีความพิการทางการเคลื่อนไหวมากที่สุด ซึ่ง 1 ในสาเหตุอันดับต้นของความพิการคือ ภาวะความเจ็บป่วยและโรคต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจตีบ เป็นต้น และเกิดจากอุบัติเหตุ ผู้ที่รอดชีวิตอาจมีความพิการหรือทุพพลภาพ ต้องพึ่งพาผู้อื่นในการเดินและการประกอบกิจวัตรประจำวัน ดังนั้นการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการเคลื่อนไหวนับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เทคนิควอยต้า (Vojta Therapy) เป็นเทคนิคที่ถูกพัฒนาขึ้น ปัจจุบันได้ใช้อย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในขณะที่ประเทศไทยได้มีการนำเทคนิควอยต้ามาใช้กับกลุ่มผู้ป่วยเด็กตั้งแต่ปี 2556 และเริ่มใช้กับกลุ่มผู้ป่วยผู้ใหญ่ในปี 2559 ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้กรมการแพทย์ ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในการนำเทคนิคดังกล่าวนี้มาใช้เพื่อฟื้นฟูกลุ่มคนพิการ และผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว ปัจจุบันสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ นำเทคนิคดังกล่าวมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยโรคระบบกระดูกกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และผู้ป่วยเด็ก เช่น เด็กสมองพิการ ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งท่อนล่าง อัมพาตทั้งตัว กลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกกล้ามเนื้อ อาทิ กระดูกสันหลังคด คอเอียง ผู้ป่วยแขนขาขาด เด็กพิการแขนขาขาดหายแต่กำเนิด เป็นต้น

นายแพทย์ศักรินทร์ วงศ์เลิศศิริ ผู้อำนวยการสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักการของเทคนิควอยต้าจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวร่างกายแบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นรูปแบบการกระตุ้นด้วยมือ มีทั้งแรงกด การยืดไปตามจุดต่างๆ ของร่างกาย ส่งผลให้เกิดการตอบสนองและการเคลื่อนไหวของแขนขา กระตุ้น ให้มีการประสานสัมพันธ์กันของกล้ามเนื้อทำให้เกิดการเคลื่อนไหว จึงมีผลต่อการทรงตัวของร่างกายและการเคลื่อนไหวของแขนขา หากทำการกระตุ้นการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติแบบซ้ำๆ บ่อยๆ จะทำให้เกิดการเชื่องโยงระหว่างเส้นประสาทส่วนปลายสมองและไขสันหลังขึ้นใหม่ได้  การบำบัดด้วยเทคนิควอยต้าจะมีความแตกต่างจากการรักษาแบบกดจุด หรือการบำบัดชนิดอื่นๆ  รวมถึงการนวดกดจุดแบบจีน เพราะใช้วิธีกระตุ้นเฉพาะจุดและเน้นกระตุ้นส่วนประสาทระบบการเคลื่อนไหวที่มีปัญหา ไม่เกี่ยวกับเส้นลมปราณ ซึ่งก่อนการรักษาแพทย์จะประเมินและวิเคราะห์ปัญหาที่มีอยู่ เพราะถ้ากดผิดจุดหรือผิดวิธีอาจนำไปสู่อันตรายแก่ผู้ที่ได้รับการรักษาได้ ทั้งนี้ ประโยชน์จากการฟื้นฟูผู้ป่วยด้วยเทคนิควอยต้า คือ กระดูกสันหลังจะเหยียดและเคลื่อนไหวตามกิจกรรมที่ต้องการ กล้ามเนื้อทำงานได้ตามปกติ การดูด การกลืน และการเคี้ยว สามารถทำได้ง่ายขึ้น พูดและออกเสียงง่ายชัดเจนขึ้น การหายใจลึกและสม่ำเสมอ ผิวหนังมีเลือดฝาด ตื่นและหลับดีขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าลำไส้และกระเพาะปัสสาวะจะถูกกระตุ้นให้ทำงานอย่างสม่ำเสมอ และมีความสมดุลในการทรงตัว

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครและการเสนอชื่อบุคคล เพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการกีฬา ในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม