'คลองพนพัฒนา' ขับเคลื่อนสังคมสูงวัยเชิงพื้นที่

| |
อ่าน : 1,268

ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

\'คลองพนพัฒนา\' ขับเคลื่อนสังคมสูงวัยเชิงพื้นที่ thaihealth

เมื่อปัญหาต่างๆ ของท้องถิ่น ได้กลายเป็นโจทย์สำคัญของงานวิจัย จึงตั้งอยู่บนความต้องการแท้จริงของพื้นที่ และนำมาสู่การออกแบบแนวทางการแก้ไขปัญหาทีถูกจุดและยั่งยืนต่อไป

เช่นเดียวกับผลงานวิจัยเรื่อง "การพัฒนาการจัดการสวัสดิการและคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในเขตเทศบาลตำบลคลองพนพัฒนา อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่" โดย ผศ.สิทธิกร ศักดิ์แสง และ คณะ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีคือ หนึ่งตัวอย่างของงานวิจัยเกิดจากปัญหาแท้จริงในพื้นที่ ภายใต้การขับเคลื่อนงานเชิงพื้นที่ (Area Based) เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นภายใต้แนวคิด "มหาวิทยาลัยคู่ความร่วมมือของชุมชนท้องถิ่น" อีกหนึ่งโครงการนำร่องที่จัดขึ้นโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน ในช่วงระหว่างปี 2558-2561

"โครงการนี้เกิดจากการคิดจากท้องถิ่นเองและเป็นสิ่งที่เขาอยากทำ นำมาสู่ประเด็นการวิจัย ร่วมกันและหลังจากเราลงไปดูสภาพท้องถิ่นว่ามีการดำเนินการอะไรไว้อยู่แล้วบ้าง เราก็พยายามดูต่อว่ามีเรื่องใดบ้างที่สามารถดำเนินการได้ยั่งยืน หรือเขาสามารถทำได้เอง" ผศ.สิทธิกร ศักดิ์แสง ผู้เป็นหัวหน้าทีมวิจัยโครงการนี้เอ่ยเล่า

"เราพบว่าท้องถิ่นมีความต้องการในประเด็นเรื่องการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนด้วยตัวเอง เพราะมองว่าเป็นหน่วยงานบริการสาธารณะที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน ซึ่งการทำงานวิจัยครั้งนี้ท้องถิ่นยังมีความต้องการให้ทางด้านวิชาการช่วยวิเคราะห์ว่าท้องถิ่นสามารถดูแลผู้สูงอายุได้เองหรือไม่ และยังมีอุปสรรคอะไร"

การลงวิจัยในพื้นที่จริง ทำให้ทางคณะทำงานพบว่า ปัญหาสำคัญที่สุดคือการทำงานที่ไม่บูรณาการการทำงานระหว่างแต่ละหน่วย ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคทำให้การดำเนินโครงการไม่ราบรื่นและไม่เดินหน้า

ขณะเดียวกัน แม้ความต้องการของท้องถิ่นคือการมีบทบาทในการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่เอง แต่ก็ต้องสะดุดกับปัญหาสำคัญนั่นคือเมื่อ ภาครัฐบอกว่าภารกิจดังกล่าวไม่ใช่บทบาทของท้องถิ่น

"เมื่อฝ่ายท้องถิ่นมีการดำเนินการ ก็ได้รับการชี้แจงจากทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่าไม่ใช่เรื่องของท้องถิ่นที่จะทำ แต่ชาวบ้านมองว่าเขาเองเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดผู้สูงอายุมากที่สุด และ มีฐานข้อมูลจึงอยากสื่อผ่านไปยังส่วนกลาง ว่าปล่อยให้ท้องถิ่นทำงานเองบ้าง โดยสิ่งที่ยั่งยืนที่สุดคือ แก้ พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ"

เทศบาลตำบลคลองพนพัฒนา ประกอบด้วย 4 หมู่บ้าน โดยร้อยละ 8.25 หรือมี 1,411 คน ของประชากรประมาณ 17,000 กว่าคน เป็นผู้สูงอายุ ในฐานะนักวิจัยเล่าถึงสถานการณ์ของผู้สูงอายุในพื้นที่ ว่ายังคงมีปัญหาผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแลเช่นเดียวกับพื้นที่อื่น ทั้งผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ญาติไม่มีเวลาดูแล ทางเทศบาลพยายามดำเนินการจัดการ แต่ก็ทำได้แค่ระดับหนึ่ง

"เรื่องจริงในพื้นที่คือทุกปัญหาเข้ามาที่เทศบาลทั้งหมด แต่ข้อจำกัดด้านกฏหมายทำให้เทศบาล ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ดังนั้น แนวทางที่เรานำเสนอให้เทศบาล คือสิ่งที่เขาสามารถทำได้เอง ไม่ต้องรอส่วนกลาง ให้นโยบายหรืองบประมาณ คือ การจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ ซึ่งแม้วันนี้จะเกิดขึ้นแล้วในคลองพนพัฒนา แต่ก็ไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่

อีกสิ่งที่เราพบว่าน่าจะเป็นปัญหาระยะยาวคือ คนหนุ่มสาวในพื้นที่ไม่เคยมองตัวเองว่า ในอนาคตเราจะเป็นผู้สูงอายุหรือไม่ และไม่เห็นความสำคัญเรื่องการเตรียมความพร้อม"

\'คลองพนพัฒนา\' ขับเคลื่อนสังคมสูงวัยเชิงพื้นที่ thaihealth

ทีมงานวิจัยยังให้ข้อมูลเสริมว่า ที่จริงแล้ว ในส่วนโรงเรียนผู้สูงอายุ ทุก อปท. ต่างมีแนวทางจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ หรือชมรมผู้สูงอายุกันเอง แต่สิ่งที่ระดับพื้นที่อย่างคลองพนพัฒนามีความต้องการ คืออยากให้มีหน่วยงานทางวิชาการอย่างมหาวิทยาลัยเป็นผู้กำหนดหลักสูตรหลักเพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกันและยังง่ายต่อการสร้างบรรทัดฐานในการตรวจสอบการทำงาน

อีกหนึ่งเสียงที่ร่วมแสดงความคิดเห็นในเวที วรรณา กุมารจันทร์ ผู้ช่วยคณบดีศูนย์สร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุจากคณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฏร์ธานี ที่เอ่ยชื่นชมว่า คลองพนพัฒนามีต้นทุนสูง เพราะมีแนวปฏิบัติในการดูแลเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม แต่ตนเองมีความเห็นว่า โรงเรียนผู้สูงอายุไม่ควรจัดการในรูปแบบการตัดเสื้อโหลที่มีหลักสูตรเดียวกันทุกแห่ง แต่ควรต้องออกแบบให้เหมาะสมกับท้องถิ่นนั้นๆ พร้อมกล่าวว่า ราชภัฏสุราษฏร์ธานีเองมีการจัดตั้งหลักสูตรผู้สูงอายุอยู่แล้ว แต่เนื้อหลักสูตรจะเน้นขึ้นอยู่กับบริบทแต่ละพื้นที่ชุมชนนั้นๆ

"ที่สำคัญภาคท้องถิ่นต้องแยกให้ออกระหว่างสวัสดิการชุมชนและสวัสดิการสังคม ซึ่งต้องทำให้ครอบคลุมและเชื่อมโยงกัน และต้องมีภาคี ทั้งภาคีที่เป็นหน่วยงานรัฐอื่น หรือภาคีในพื้นที่ อาทิ ชมรมผู้สูงอายุ กศน. อย่าทำคนเดียว"

ด้าน รศ.ดร.ขนิษฐา นันทบุตร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน (ศวช.) คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เอ่ยว่า วันนี้ประเทศไทยกำลังเริ่มมีมรสุมปัญหาผู้สูงอายุเข้ามากระแทกอย่างแรงและส่งผลกระทบมาก เนื่องจากประเทศเกิดสังคมผู้สูงอายุเร็วและยังเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดเยอะนั่นคือมีปัญหาความยากจนและไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งในระดับชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทการทำงานเรื่องผู้สูงอายุไม่เหมือนกัน แต่หากกล่าวในด้านสวัสดิการแล้ว ภาครัฐเองก็มีสวัสดิการให้ความช่วยเหลือผ่านกองทุนต่างๆ ที่ชุมชนสามารถนำไปจัดสรรและใช้เป็นแนวทางการจัดทำแผนสวัสดิการคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุให้สอดคล้องและเหมาะสมได้

"ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีกองทุนลงไประดับพื้นที่สองกองทุน คือกองทุนสุขภาพตำบล และสวัสดิการชุมชนในระดับท้องถิ่น หรือพื้นที่ซึ่งไม่ได้เน้นเฉพาะผู้สูงอายุ แต่เน้นประชาชนที่ต้องการได้รับการดูแลในพื้นที่แต่ที่น่าสนใจคือมีกองทุนระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง เพราะในกลุ่มผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลต่อเนื่อง ส่วนระดับจังหวัดยังมีกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ ซึ่งต้องวางกิจกรรมไม่ทับซ้อนระดับท้องถิ่น

ส่วนทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เน้นในเรื่องผู้สูงอายุและผู้พิการ มีกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ ซึ่งในชุมชนร้อยละ 80-90 ของพิการนั้นเป็นผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังมีกองทุนระบบแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งร้อยละ 90 ของการเจ็บป่วยฉุกเฉินคือ ผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่

"ถ้าเราดูแบบนี้จะพบว่ามีสวัสดิการส่วนหนึ่งของรัฐที่จัดให้ ซึ่งบางเรื่องชุมชนอาจทำเองไม่ได้ เช่น ในด้านการดูแลระยะยาว และกรณีฉุกเฉิน ดังนั้นท้องถิ่นควรมีการวางแผนและต้องนำเรื่องเหล่านี้มาเทียบเคียงกับแผนการทำงานตัวเอง"

ส่วนที่ว่าทำอย่างไรจะสร้างการเรียนรู้บทบาทของท้องถิ่นให้เต็มประเทศได้ ทั้งในระดับพื้นที่และการเรียนรู้ต่างพื้นที่ รศ.ดร.ขนิษฐา เอ่ยว่า

"ต้องเข้าใจว่าท้องถิ่นเกิดมาแค่ 20 ปี บทบาทและภารกิจจึงเพิ่งได้รับการเรียนรู้และเพิ่มเติมต่อเนื่อง"

แต่อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน สสส.มีเครือข่ายชุมชนร่วมสร้างท้องถิ่นน่าอยู่ที่จะทำให้แต่ละชุมชน มีโอกาสเรียนรู้จากที่อื่น

"สิ่งนี้จะทำให้องค์กรที่ตั้งมายี่สิบปี สามารถเรียนรู้ได้ถึงแนวทางเพื่อหลุดจากข้อจำกัด และทำอย่างไรให้ข้อจำกัดเป็นบทเรียนพัฒนาการงานอื่น" รศ.ดร.ขนิษฐาเสริมทิ้งท้าย

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

สมอง  พิธีเปิดการ ประชุมนานาชาติด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 21  ซื่อสัตย์สุจริต  สสส. สุขภาพ สุขภาวะ สร้างสุข thaihealth ก้าวทันวิจัยกับ ศจย. TRC Research Update โครงสร้าง ภาษียาสูบ ราคาบุหรี่ ค่าครองชีพ  เลือดออกตามไรฟัน  ให้ความรัก  โรคหัดเยอรมัน  โภชนาการอาหาร  สสส. สร้างสุข สุขภาพ สุขภาวะ thaihealth ประกวดคลิปวิดีโอ ชวนคนไทยไร้โรคอ้วน ส่งเสริมสุขภาพประชาชน เครือข่ายคนไทยไร้พุง มหกรรมลดพุงคนกรุงเทพ  สุโขทัย  เครือข่ายเยาวชน  คนอีสาน  แนวคิด  ปิดทองหลังพระ  ศูนย์เกษตรปลอดสาร  ตักสิลา มหาสงกรานต์  การตั้งจิต  พลังนวดเรียกน้ำนม  งานบุญบั้งไฟ  เส้นทางกิน[พอ]ดี สู่ชีวีมีสุข