"สภาฯ-สสส." จับ ขรก.สภาฯ วางแผนชีวิตเพื่อสุขภาพจิตดี

โดย
| |
อ่าน : 1,360

ที่ห้องกรุงธนบอลล์รูม รร.รอยัลริเวอร์ สำนักพัฒนาบุคลากร สภาผู้แทนฯ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการสร้างเสริมสุขภาพในองค์กรทางนิติบัญญัติ จัดสัมมนา "โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ" รุ่นที่ 3 โดย นพ.เฉก ธนะสิริ ประธานมูลนิธิฟื้นฟูส่งเสริมการแพทย์ไทยเดิมฯ เป็นวิทยากรหัวข้อ "วิธีการดูแลสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ"

โดยระบุว่า 1. การทำให้มีความสุขและอายุยืนยาวเกิน 100 ปี คือ การที่ต้องหมั่นดูแลรักษาสุขภาพกายและใจให้ดีอยู่เสมอ ด้วยการนั่งสมาธิถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะช่วยให้ชีวิตมีความสุข 2. ผู้สูงอายุทรงพลัง คือ ต้องเป็นบุคคลที่ปราศจากโรค หลีกเลี่ยงภาววะซึมเศร้าให้ความสำคัญกับการให้กำลังใจตนเองเป็นสำคัญ อย่าปล่อยให้ตนเองอยู่ในภาวะโดดเดี่ยวเดียวดาย เพราะอาจจะทำให้เกิด "โรคสมองเสื่อม" 3. ลมหายใจ-น้ำและพืชพรรณธัญญาหาร คือ ชีวิต คือ ลมหายใจ ให้พลังงานกับหัวใจและปอดช่วยให้การเต้นของหัวใจแข็งแรง เช่นเดียวกับอาหารถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ชีวิตยืนยาวได้ถ้ากินอาหารที่ถูกต้อง 4. ศิลปะของการใช้ชีวิต คือ ควรสร้างเสริมภูมิต้านทานให้ตนเองทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง หมั่นตรวจสุขภาพออกกำลังกายและทำจิตใจให้เบิกบานอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม นพ.เฉก ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าสัมมนาได้ชักถามข้อสงสัยในเรื่องต่างๆ เช่น ภาวะด้านอารมณ์สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทอง โทษของการสูบบุหรี่มีความเสี่ยงอายุสั้นกว่ามาตรฐาน 20 ปี ร่วมถึงการปฏิบัติตนสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคกรดยูริก ถึงหลักการรับประทานอาหาร และการปฏิบัติตนที่ถูกต้องโดยไม่ต้องพึ่งพาแพทย์แผนปัจจุบัน

ขณะที่ นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล จิตแพทย์อิสสระ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ บรรยายในหัวข้อ "วางแผนชีวิตเพื่อให้มีสุขภาพจิตที่ดี" โดยระบุว่า ปัญหาสุขภาพจิตสาเหตุเกิดจากแนวความคิดผิดปกติทางด้านจิตใจ ส่วนปัญหาทางอารมณ์แปรปรวนเกิดจากความวิตกกังวลในสิ่งที่เกิดยังไม่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังอาจเป็นโรคติดสารเสพติด ซึ่งสาเหตุเกิดจากการใช้ยาบางตัวเกินขนาด หรือในบุคคลที่ใช้สารเสพติด ขณะที่ปัญหาด้านบุคลิกภาพ สาเหตุเกิดจากพฤติกรรมชอบตำหนิผู้อื่น ทั้งนี้ เราควรรู้จักตนเองทางด้านกายภาพ และการดูแลสุขภาพจิต และเสริมสร้างความภาคภูมิใจให้กับตนเอง คือ "จิตเป็นกาย นายเป็นบ่าว"

อย่างไรก็ตาม นพ.กัมปนาท ยังกล่าวถึง การคลายความเครียดในการทำงานทำได้ด้วยการออกกำลังกาย จะส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน endorphin ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จะส่งผลดีต่อร่างกาย ทั้งนี้ ยังรวมไปถึงการฝึกสร้างพฤติกรรมทางด้านอารมณ์ คือ ควรรู้จักควบคุมอารมณ์สังเกตอารมณ์ของตนที่จะเกิดขึ้นหลังแสดงออกว่ามีผล เสียหรือผลดีตามมาอย่างไร คิดอย่างใช้เหตุผลและควรมองโลกในแง่ดีก่อนเสมอ เพราะจะทำให้ลดการวิตกกังวลลงได้ พร้อมกันนี้ยังให้ผู้เข้าร่วมทำแบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์ และแบบประเมินวิเคราะห์ความเครียดด้วยตนเอง

 

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครและการเสนอชื่อบุคคล เพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการกีฬา ในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม