`เสาหลักกม.ยางพารา` วท.สุราษฎร์ฯ ลดอุบัติเหตุ

| |
อ่าน : 1,641

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

ภาพประกอบจากเว็บไซต์แนวหน้า

\'เสาหลักกม.ยางพารา\' วท.สุราษฎร์ฯ ลดอุบัติเหตุ thaihealth

อุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทยได้สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปี

และด้วยการที่เป็นผู้ใช้รถใช้ถนน ผ่านพบเห็นอุบัติเหตุต่างๆ มาหลายครั้ง โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดจากรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ที่เฉี่ยวชนกับเสาหลักกั้นทางซึ่งทำขึ้นจากปูน ที่มักจะเกิดความเสียหายและบาดเจ็บรุนแรงต่อตัวผู้ประสบเหตุ จึงทำให้นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี มีแนวคิดที่จะหาทางป้องกันและลดระดับความรุนแรงของอุบัติเหตุ

ทีม "สี่สหาย-สายช่าง" ที่เกิดจากการรวมตัวกันของนักศึกษา ปวช.ปี 3 จากแผนกต่างๆ จึงได้คิดค้นวัสดุที่จะนำมาทดแทน "เสาหลักนำทาง-เสาหลักกิโลเมตร" ที่สร้างขึ้นจากปูนที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

นายธรรมนูญ รุจิญาติ "หรั่ง" นักศึกษาแผนกช่างเชื่อมโลหะ ปวช.ปี 3 เล่าถึงที่มาของไอเดียว่า เคยเห็นว่าตามทางโค้งต่างๆ ในสนามแข่งรถนิยมใช้ยางรถยนต์เก่ามากั้น เพื่อบรรเทาความรุนแรงของอุบัติเหตุ เลยนำแนวคิดนี้มาปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาแล้วเกิดความคิดว่าน่ามาลองทำเสาหลักนำทางจากยางพารากันดูไหม

จากความคิดว่า "น่าจะทำได้" ทำให้ทั้ง 3 คนช่วยกันคิดค้นหาวิธีที่ทำให้ยางพารามีความแข็งแกร่ง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องทนทาน ยืดหยุ่นไม่สร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินและร่างกายของผู้ประสบเหตุไปพร้อมกัน

"ตอนแรกก็งง ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะยางพาราจะมีคุณสมบัติที่นิ่ม ก็เลยไปหาสารเคมีต่างๆ หรือส่วนประกอบอื่นๆ เข้ามาทดลองผสมดูเพื่อให้มีความแข็งแรง สุดท้ายเลยได้ข้อสรุปว่า ใช้ขี้เลื่อยผสมกับยางพาราในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 จะทำให้เสาที่ทำขึ้นแข็งแรงคล้ายกับไม้ และยืดหยุ่นในขนาดที่พอรับได้ ไม่สร้างความเสียหายกับตัวรถและผู้ขับขี่ และช่วยลดแรงปะทะลดความรุนแรงที่เกิดขึ้นลงไปได้มาก "นายณรงค์ศักดิ์ ทิพย์มาก "โดม" นักศึกษา ปวช.ปี 3 จากแผนกเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ กล่าว

ผลงาน "เสาหลักนำทางจากยางพารา" ได้ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมรอบแล้วรอบเล่า จาก 134 ทีม จนผ่านเข้าสู่รอบ 19 ทีมสุดท้าย และมีการจัดกิจกรรม Workshop เพื่อเรียนรู้มุมมองใหม่ๆ ในการนำนวัตกรรมมาใช้ส่งเสริมสุขภาพชุมชน และเพื่อพัฒนาชิ้นงานให้สมบูรณ์มากขึ้น

"หลังจากนั้นมานั่งคิดกันต่อว่าน่าจะเอาแนวคิดที่ได้รับจากการอบรมมาต่อยอด โดยเริ่มจาก ติดตั้งระบบไฟโซลาร์เซลล์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย แต่ก็อาจจะยังไม่เพียงพอต่อการป้องกันอุบัติเหตุ ก็เลยมาคิดต่อว่า ถ้าทำให้เสาหลักนำทางมี ระบบ GPS เวลาที่เกิดเหตุก็สามารถแจ้งเตือนไปยังมูลนิธิหรือกู้ภัยต่างๆ ด้วยก็น่าจะดียิ่งขึ้น

เลยพัฒนาระบบ Application เชื่อมเข้ากับระบบ Line เวลาที่เกิดอุบัติเหตุก็จะมีข้อความระบุพิกัดสถานที่เกิดเหตุส่งผ่านระบบ Line เข้าไปที่หน่วยกู้ภัย จะทำให้สามารถมาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้ตรงจุดและทันท่วงที" นายอิศร มยาเศรษฐ "บาส" เล่าถึงแนวทางต่อยอดผลงาน

จากไอเดียที่ไม่หยุดนิ่งในที่สุด  "เสาหลักนำทางจากยางพารา" สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศระดับอาชีวศึกษา จากการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ หรือ Thai Health INNO Awards  จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนรุ่นใหม่ระดับมัธยมและอาชีวศึกษาได้สร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ที่เกิดขึ้นจากการผสมผสานความคิดริเริ่มสร้างสรรค์บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีในทุกๆ ด้าน

"หากเกิดรถชนที่ไม่รุนแรงมาก ตัวเสาจะคืนตัวตั้งขึ้นเองได้เหมือนเดิม จากการทดลองการชนที่ความเร็ว 80 กม./ชั่วโมง พบว่าตัวรถอาจมีรอยถลอกนิดหน่อย แต่ไม่เสียหายถึงโครงสร้าง ส่วนคนยังไม่ได้ทดลองแต่อย่างไรก็ต้องเจ็บน้อยกว่าปูนอยู่แล้วเพราะยืดหยุ่นมากกว่า"

"เราใส่สารเคมีที่ป้องกันการติดไฟด้วยเพราะตามป่าหญ้าข้างทางอาจมีคนทิ้งก้นบุหรี่หรือมีไฟไหม้ป่าไหม้หญ้าข้างทาง ตัวเสาก็จะไม่เสียหาย เพราะไม่ติดไฟ ถ้ามีคนสนับสนุนก็อยากให้เอาไปใช้กันทั่วประเทศน่าจะปลอดภัย"

"ถ้ารถชนจนพัง สามารถนำมาบดใหม่ใช้ซ้ำได้ และมีราคาต้นทุนประมาณ 300 บาทเท่านั้น ถ้ามีการเอาไปใช้งานจริงๆ ทั่วประเทศ จะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับชาวสวนยางพาราที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำอยู่ในขณะนี้ได้อีกด้วย"3 หนุ่มจากทีมสี่สหาย-สายช่างช่วยกันอธิบาย

ด้าน อ.ศรีวิการ์ เมฆธวัชชัยกุล อดีตรองปลัด ก.ศึกษาธิการ คณะกรรมการตัดสิน เผยว่า ผลงานเสาหลักนำทางจากยางพาราสามารถตอบโจทย์ที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศได้ 3 ด้านคือ สร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ป้องกันบรรเทาความรุนแรงจากอุบัติเหตุ และเป็นนวัตกรรมใหม่ที่รวมเทคโนโลยีต่างๆ เช่น มี GPS เซนเซอร์เตือนภัย ที่เชื่อมกับระบบ Line เพื่อแจ้งตำแหน่งที่เกิดเหตุได็รวดเร็ว ราคาถูก และใช้งานได้นานถึง 8 ปี

"สิ่งที่สำคัญคือ ผลงานชิ้นนี้ยังตอบโจทย์ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ และปัญหาในเชิงพื้นที่คือยางพาราที่ราคาตกต่ำหากขยายผลนำไปใช้ทั่วประเทศ นอกจากจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้แล้วยังสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนได้อีกเป็นจำนวนมาก"

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

404 File Not Found.
Sorry, the page you requested
may have been move or delete.

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม