เพิ่มเงินผู้สูงวัยคนละ 100 บาทต่อเดือน

| |
อ่าน : 1,185

ที่มา : เว็บไซต์ไทยรัฐ 

เพิ่มเงินผู้สูงวัยคนละ 100 บาทต่อเดือน thaihealth

แฟ้มภาพ

คลังเดินหน้าเพิ่มเงินคนชรา จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อปี รับเดือนละ 100 บาท ส่วนรายได้ 3 หมื่น แต่ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี รับเดือนละ 50 บาท เตรียมชง “ครม.” ไฟเขียวเดือน ส.ค.นี้ แถมจ่ายย้อนหลังให้ตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นมา

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมฯ มีข้อสรุปชัดเจนแล้ว จะนำเงินจากกองทุนผู้สูงอายุไปเพิ่มเป็นเงินสวัสดิการให้แก่ผู้สูงอายุที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยผู้สูงอายุที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี รัฐบาลจะเติมเงินให้เดือนละ 100 บาท ส่วนผู้สูงอายุที่มีรายได้ 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท จะเติมให้เดือนละ 50 บาททุกเดือนตลอดไป คาดว่าเร็วๆนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ขอให้ ครม.เห็นชอบจัดตั้งกองทุนผู้สูงอายุ ภายใต้ พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ หลังจากที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเมื่อเดือนพ.ย.60 โดยกองทุนฯมีแหล่งที่มาจากรายได้ของกรมสรรพสามิต ที่จัดเก็บภาษีจากสุราและยาสูบในอัตรา 2% แต่ไม่เกิน 4,000 ล้านบาทต่อปี มาเป็นเงินบำรุงเพื่อสมทบเข้ากองทุนฯ และยังมีรายได้จากการสละสิทธิ์เบี้ยชราภาพของผู้สูงอายุ

“ล่าสุดมีเงินไหลเข้ากองทุนฯระดับหนึ่งแล้ว ทำให้กรมบัญชีกลางสามารถนำเงินจากกองทุนผู้สูงอายุไปมอบให้แก่ผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการได้แล้ว โดยจะจ่ายเงินย้อนหลังเริ่มตั้งแต่เดือน ก.ค.61 เป็นเดือนแรก และเดือน ส.ค.61 เป็นเดือนที่สอง รวมจะจ่ายทั้งหมด 2 เดือนภายในเดือน ส.ค.นี้ หาก ครม.อนุมัติให้กรมบัญชีกลางดำเนินการ”

อย่างไรก็ตาม กรมฯมีกำหนดจะนำเสนอให้ ครม.พิจารณาอนุมัติให้จ่ายเบี้ยคนชรามาตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ระบบคอมพิวเตอร์และระบบออนไลน์ของกรมฯกับธนาคารกรุงไทยยังไม่เรียบร้อย จึงต้องเลื่อนออกไปจนกว่าระบบงานทั้งหมดจะเรียบร้อย ซึ่งขณะนี้ระบบงานเสร็จเรียบร้อย และพร้อมจ่ายเงินให้คนชราได้ทันที

“ตอนนี้จะเริ่มเห็นประสิทธิภาพและความเป็นอัจฉริยะของบัตรสวัสดิการที่เราค่อยๆ เติมเข้าไป โดยปีที่แล้วเริ่มจากรัฐบาลเติมเงินให้ผู้ถือบัตรคนละ 200 บาท และ 300 บาทต่อเดือน เพื่อนำไปซื้อของกินของใช้ในร้านธงฟ้าประชารัฐ ในปีนี้ได้เพิ่มเงินอีกเป็นคนละ 100 บาท และ 200 บาทต่อเดือนสำหรับผู้ถือบัตรที่เข้าร่วมโครงการระยะที่ 2 และล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ครม.มีมติให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯที่มีบัตรทอง (บัตร 30 บาทรักษาทุกโรค) ไม่ต้องจ่ายเงิน 30 บาทให้แก่โรงพยาบาลรัฐบาล และในเร็วๆนี้ ยังมีโครงการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) 7% ให้ผู้ถือบัตรฯ ขณะนี้กรมสรรพากรและธนาคารกรุงไทยกำลังพัฒนาระบบร่วมกัน ซึ่งจะเริ่มนำร่องโครงการ 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ต.ค.-ธ.ค.นี้ จะเห็นได้ว่ากระทรวงการคลังได้เพิ่มสิทธิ–ประโยชน์ให้แก่คนไทยที่ด้อยโอกาสในสังคมอย่างต่อเนื่อง”

นางสาวสุทธิรัตน์ กล่าวว่า ล่าสุด บัตรสวัสดิการ สามารถใช้กับรถไฟฟ้าได้แล้ว และเดือน ต.ค.ปีนี้ จะเริ่มใช้กับรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. (องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ) โดยในปีงบประมาณหน้า ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.61 มีแนวคิดที่จะนำสวัสดิการต่างๆ ประมาณ 30-40 โครงการ ซึ่งมีทั้งการมอบเงินช่วยเหลือ เช่น เบี้ยชราภาพ เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดถึง 3 ปีเดือนละ 600 บาท เป็นต้น โอนสิทธิ์สวัสดิการของรัฐเข้าไปไว้ในบัตรสวัสดิการฯได้ ส่วนสวัสดิการที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น การบริการห้องสมุด การมอบวัสดุและอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน เป็นต้น ไม่ต้องนำเข้ามาไว้ในบัตร ซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีข้อมูลของประชาชนอย่างถูกต้อง แม่นยำ และยังสามารถนำมาตรการช่วยเหลืออื่นๆไปใช้อย่างถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์อีกด้วย

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3 -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม