แพ้เครื่องประดับ

| |
อ่าน : 2,161

ที่มา : มูลนิธิหมอชาวบ้าน

แพ้เครื่องประดับ thaihealth

แฟ้มภาพ

เครื่องประดับที่ทำด้วยวัตถุโลหะ เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ สายนาฬิกา ตุ้มหู ตะขอเสื้อ กระดุม ส่วนที่เป็นโลหะของกระเป๋า  รองเท้า ส่วนประกอบสำคัญของวัตถุโลหะดังกล่าว ได้แก่ นิกเกิล ซึ่งเป็นโลหะเนื้ออ่อน หาง่าย ราคาถูก และสามารถรวมตัวกับโลหะชนิดอื่นได้ง่าย นำมาทำให้เป็นรูปร่างต่างๆ และทำลวดลายได้ละเอียด เหมาะสำหรับนามาประดิษฐ์เป็นเครื่องใช้เครื่องประดับตามที่เราเห็นวางขายกลาดเกลื่อนในท้องตลาด

ส่วนคุณสมบัติของนิกเกิลในทางการแพทย์ที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังคือ นิกเกิลสามารถรวมตัวกับโปรตีนที่ผิวหนังเกิดเป็นสารแปลกปลอมกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ที่ผิวหนังของผู้ใช้ เมื่อเกิดภูมิแพ้ขึ้นคราใดที่ถูกกับสารประเภทเดียวกันนั้นอีกก็จะเกิดปฏิกิริยาผิวอักเสบขึ้นบริเวณที่สัมผัส เกิดเป็นผื่นแดงลอก บางครั้งพุพองมีน้ำเลือดไหล ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกับเชื้อราเมื่อมองด้วยตาเปล่า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถบอกได้ว่า ผื่นนั้นเกิดจากอะไรกันแน่

ผื่นคันที่ผิวหนังไม่ใช่จะเกิดจากเชื้อราได้อย่างเดียวตามที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ ถ้าแพทย์มีข้อสงสัยหรือเพื่อให้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าแพ้อะไรก่อนที่จะบอกให้ผู้ที่มีภูมิแพ้เลิกใช้สารนั้นโดยไม่มีความผิดพลาด ควรทำการทดสอบผิวหนังที่เรียกว่า “แพทช์เทสท์” (Patch test) หลักการก็คือปิดสารเคมีที่ต้องการทดสอบบนผิว แล้วทิ้งไว้ 48  ชั่วโมง แล้วจึงเปิดดูว่ามีปฏิกิริยาภูมิแพ้เกิดขึ้นหรือไม่ ถ้ามีอาการแพ้เกิดขึ้น กล่าวคือ บริเวณที่ผิวหนังถูกสารเคมีเกิดอักเสบบวมแดงขึ้นมา ก็จะบอกได้ชัดเจนว่าผู้นั้นแพ้สารที่ทดสอบ การทดสอบไม่มีความเจ็บปวดอะไร จะมีบ้างก็คืออาจรู้สึกร้อนเนื่องจากต้องปิดพลาสเตอร์ไว้บนผิว 2  วัน โดยไม่ให้บริเวณนั้นถูกน้ำ

การรักษามีขั้นตอนดังนี้ คือ

1. วินิจฉัยให้ได้ว่าเป็นโรคแพ้ไม่ใช่เชื้อรา

2. หาว่าสารอะไรเป็นสาเหตุ

3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารต้นเหตุ

4. รักษาโดยการใช้ยาทา

5. รักษาด้วยยากินซึ่งมีความจำเป็นน้อย เมื่อใช้ยาทาที่ถูกกับโรคอาการคันก็จะหายไปเอง การกินยาแก้แพ้ไม่มีผลในการรักษาโรคชนิดนี้ อาจจะทำให้ง่วงนอนไปเปล่าๆ

การวินิจฉัยไม่ใช่หน้าที่ของแพทย์แต่ฝ่ายเดียว หากผู้ป่วยคอยสังเกตและมีความรู้เรื่องสารเคมีในเครื่องใช้ก็ทำให้เกิดผื่นแพ้ได้ ก็อาจวินิจฉัยด้วยตัวเองโดยไม่ต้องไปลองใช้ยาเชื้อรา ขั้นต่อไปก็คือปรึกษาแพทย์เพื่อความแน่ใจและทำการทดสอบผิว เมื่อรู้สาเหตุแล้วหลีกเลี่ยงได้ผื่นก็จะหายไป การรักษาส่วนใหญ่หายด้วยยาทา การใช้ยากินมีความจำเป็นน้อย ยกเว้นในรายที่เป็นมาก ส่วนยาแก้คันหรือยาแก้แพ้มีฤทธิ์เพียงรักษาอาการคันไม่ได้รักษาการอักเสบของผิวหนัง

สรุป โรคผิวหนังจากภูมิแพ้โลหะเป็นโรคที่พบได้บ่อย วิธีรักษาคือ หาสาเหตุและป้องกัน การป้องกันทำได้ยากเพราะการสัมผัสโลหะมีอยู่ตลอดในชีวิตประจำวัน จึงอาจมีผื่นขึ้นใหม่อยู่เสมอ อาจจำเป็นต้องใช้ยาเป็นคราวๆไป

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม