แมลงพาหะนำโรคในช่วงหน้าฝน

| |
อ่าน : 1,998

ที่มา: กรมอนามัย

แมลงพาหะนำโรคในช่วงหน้าฝน thaihealth

แฟ้มภาพ

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะ ทำความสะอาดบ้านและจัดสภาพแวดล้อมบริเวณบ้านให้ปลอดภัย   ในช่วงหน้าฝน เพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์มีพิษและแมลงพาหะนำโรค

     นายแพทย์ดนัย  ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงหน้าฝนประชาชนมักได้รับผลกระทบจากสัตว์มีพิษและแมลงพาหะนำโรคที่เข้ามาในบริเวณบ้าน บางชนิดอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงกับชีวิตได้ จึงควรจัดสภาพแวดล้อมทั้งในบ้านและบริเวณบ้าน เพื่อป้องกันการเป็นแหล่งอาหารและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษและสัตว์นำโรค โดยเฉพาะงู ในช่วงฤดูฝน มักอาศัยอยู่ในบริเวณที่ชื้นแฉะ รก และมีแหล่งอาหาร วิธีการป้องกันไม่ให้งูเข้ามาในบริเวณบ้าน คือ ทำลายแหล่งอาหารของงูอย่างเช่นหนู ปิดช่องทางเข้าออกของหนูและงู ตรวจสอบระบบท่อไม่ให้มีรูรั่วหรือรอยแตก หากพบงูอยู่ในบ้านให้โทรติดต่อสาย199 เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญมาจับงู นอกจากนี้ให้ระวังแมลงก้นกระดก ลักษณะของมันลำตัวจะเป็นปล้องๆ มีสีดำสลับสีแดงหรือสีแดงอมส้ม เมื่อสัมผัสกับตัวแมลง มันจะปล่อยของเหลวออกมาทำให้ปวดแสบปวดร้อน  มีอาการคัน ผิวไหม้ ผื่นแดง และเป็นตุ่มน้ำ วิธีป้องกันอันตรายจากแมลงก้นกระดก คือ ห้ามตีหรือขยี้ด้วยมือเปล่า ให้ใช้ผ้าหรือกระดาษเขี่ยแมลงออกไป ติดมุ้งลวดและกางมุงนอน หากใช้ยาฆ่าแมลงต้องกวาดแมลงใส่ถุงและมัดปากถุงให้สนิท เพราะแมลงไม่ว่าจะมีชิวิตหรือตายก็สามารถปล่อยพิษได้ในกรณีที่สัมผัสแมลงและมีอาการ ให้จุ่มหรือแช่บริเวณนั้นในน้ำเย็น 5-10 นาที สลับกับการเป่าให้แห้งหากมีอาการอักเสบร้ายแรง รีบพบแพทย์ทันที

นายแพทย์ดนัย กล่าวต่อไปว่า สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กอีกชนิดที่ควรระวัง คือ กิ้งกือ บางชนิดสามารถปล่อยสารพิษจากลำตัว หากสัมผัสจะทำให้ผิวหนังไหม้ ปวดแสบปวดร้อน วิธีรักษาคือ ให้ล้างผิวด้วยน้ำมากๆ และทายาฆ่าเชื้อโรค หากสารพิษเข้าตา จะทำให้ตาอักเสบ น้ำตาไหลมาก ให้ล้างด้วยน้ำอุ่นและหยอดยาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด ดังนั้น การป้องกันกิ้งกือเข้าบ้าน ต้องปรับสภาพแวดล้อมบริเวณบ้าน ด้วยการกำจัดกองใบไม้ เล็มหญ้าให้สั้น ให้แดดส่องถึงพื้น และอุดรอยร้าว เพื่อป้องกันไม่ให้กิ้งกือคลานเข้าบ้าน สำหรับแมลงที่เป็นพาหะนำโรคที่ต้องระวัง คือ แมลงวันและแมลงสาบ วิธีป้องกันคือทำความสะอาดบ้าน ปิดอาหารมิดชิด เก็บกวาดเศษอาหารและขยะให้เรียบร้อย หากใช้สารเคมีและเหยื่อพิษ ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังตามเอกสารคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และสำหรับยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกต้องทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เก็บขยะและคว่ำภาชนะที่มีน้ำขัง ปิดโอ่งน้ำ ถังน้ำ ให้มิดชิด เปลี่ยนถ่ายน้ำในแจกัน กระถาง ทุกสัปดาห์ หลีกเลี่ยงการโดนยุงกัด ด้วยการติดตาข่ายหรือมุ้งลวด กางมุ้งนอน หรือทายากันยุง เป็นต้น

          “ทั้งนี้ ประชาชนต้องดูแลและป้องกันตนเองจากสัตว์มีพิษและแมลงพาหะนำโรค ด้วยการทำความสะอาดสภาพแวดล้อมทั้งในบ้านและนอกบ้าน กำจัดแหล่งอาหารและแหล่งเพาะพันธุ์ต่างๆ หากโดนสัตว์มีพิษสัมผัสกับร่างกายต้องให้รีบหายารักษา หรือถ้ามีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ทันที สำหรับเด็กเล็ก ควรดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ให้เด็กเล็กสัมผัสกับสัตว์ที่มีพิษหรือพาหะนำโรค และหมั่นสังเกตภายในบ้านไม่มีให้สัตว์เข้ามาได้ เพื่อความปลอดภัยของคนในบ้าน” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม