วิธีอาบน้ำเด็ก

| |
อ่าน : 7,769

ที่มา : มูลนิธิหมอชาวบ้าน

วิธีอาบน้ำเด็ก thaihealth

แฟ้มภาพ

ท่านที่กำลังเป็นคุณแม่ ควรจะได้เตรียมตัวให้พร้อมในการดูแลลูกน้อยที่กำลังจะคลอดในไม่ช้า ดังนั้น เราขอเสนอวิธีอาบน้ำเด็กแก่ท่าน ซึ่งคิดว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับท่านบ้าง

ในเด็กแรกคลอด จะอาบเพียงครั้งเดียวในวันแรก ส่วนใหญ่พยาบาลจะอาบให้เรียบร้อยไม่มีปัญหา แต่หลังจากนั้นแล้ว มารดาจะต้องช่วยตัวเอง ดังนั้น อาจจะสงสัยว่าจะอาบกี่ครั้งดี ขอแนะนำว่าควรอาบอย่างน้อย 2 ครั้ง หรือจะถือหลักว่าอาบก่อนให้นมมื้อสาย บ่าย ค่ำ 3ครั้งก็ได้ จากนั้นก็ให้เด็กดูดนม ซึ่งเด็กมักจะนอนในช่วงนี้พอดี จะใช้น้ำร้อนหรือน้ำเย็นดี สำหรับทารกแรกคลอดควรใช้น้ำอุ่นดีที่สุด แต่ถ้าเด็ก ซึ่งอายุหลัง 1 เดือนไปแล้ว อาจจะใช้น้ำประปาธรรมดาได้ในวันที่อากาศร้อน เช่นช่วงบ่าย ๆ แต่ไม่ควรให้ลมโกรกเวลาอาบน้ำ เพราะเด็กจะหนาวสั่นได้
การอาบน้ำเด็กที่สะดือยังไม่หลุด ไม่ควรนำเด็กลงแช่ในอ่างเพราะถือว่าสะดือเด็กก็คือแผลที่กำลังตกสะเก็ต ซึ่งเชื้อโรคอาจเข้าไปตามเส้นเลือดที่สะดือ เข้าไปสู่ตัวเด็กได้ง่าย แต่ถ้าสะดือถูกน้ำภายหลังอาบน้ำเสร็จ ก็ควรเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ให้แห้ง

ขั้นตอนต่าง ๆ ในการอาบน้ำเด็ก

  1. ผู้ที่อาบน้ำเด็กควรล้างมือให้สะอาด
  2. ห่อตัวเด็กโดยเก็บแขนแนบลำตัวทั้งสองข้าง เหลือเฉพาะส่วนศีรษะ
  3. ทำความสะอาดตา โดยใช้สำลีชุบน้ำสุก บีบหมาด ๆ เช็ดตาข้างที่สะอาดมากกว่าก่อน และเช็ดจากจุดที่สะอาดกว่าไปหาจุดที่สะอาดน้อยกว่า สำลีที่เช็ดตาแต่ละข้างเมื่อใช้แล้วให้ทิ้งไปเลย เพื่อป้องกันการนำเชื้อโรคจากตาที่มีเชื้อมาสู่ตาข้างที่ดี เสร็จแล้วทำความสะอาดใบหน้าทั่ว ๆ ไป อาจใช้ฟองน้ำสำหรับอาบน้ำเด็กหรือผ้าขนหนูก็ได้ บิดน้ำให้หมาด ๆ เช็ดตามบริเวณหน้า มุมปาก ซอกคอ ซอกหู จมูก ใช้ไม้จิ้มฟันพันสำลี จะทำเองหรือซื้อตามท้องตลาดก็ได้ นำมาจุ่มน้ำพอหมาด ๆ แล้วเช็ดในรูจมูกเอาน้ำมูกที่แห้งติดอยู่ออก
  4. วิธีสระผม ในรายที่หนังศีรษะเป็นสะเก็ดดำ ๆ ให้ทาด้วยน้ำมันมะกอกทิ้งไว้ก่อน 30 นาที แล้วจึงสระออก ก่อนสระผมให้อุ้มเด็กมาหนีบไว้ข้างลำตัวข้างซ้าย แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วนางของมือข้างซ้าย กดใบหูให้ทับรูป้องกันน้ำเข้าหู อาจจะใช้สำลีอุดไว้ก็ได้ในรายที่นิ้วสั้นไม่สามารถกดใบหูปิดได้ จากนั้นก็วักน้ำใส่ผม แล้วใช้ผ้าถูกับก้อนสบู่ นำมาถูที่ศีรษะเด็กให้เกิดฟอง ใช้นิ้วมือข้างขวาคลึงตามหนังศีรษะเบา ๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้นด้วย ไม่ควรใช้เล็บที่ยาว ๆ เกาหนังศีรษะเพราะจะทำให้หนังศีรษะถลอกเป็นแผลได้ สระผมเสร็จคลี่ผ้าที่ห่อตัวเด็กเช็ดศีรษะให้แห้ง
  5. ทำความสะอาดลำตัว แขน ขา วางตัวเด็กลงบนเตียง หรือเบาะที่ปูด้วยผ้ายางกันเปียก เอาผ้าที่ห่อตัวเด็กออกให้หมด ใช้ฟองน้ำหรือผ้าขนหนูชุบน้ำ เช็ดตามตัวก่อน แล้วจึงฟอกสบู่ วิธีฟอกก็เช่นเดียวกับการสระผมคือนำผ้าหรือฟองน้ำถูสบู่ก่อนแล้วนำมาถูเด็ก ฟอกตามซอกคอ รักแร้ ง่ามนิ้วมือนิ้วเท้าทั้งด้านหน้าด้านหลัง เสร็จแล้ว อวัยวะเพศควรเช็ดให้สะอาดด้วย เพราะอวัยวะเพศนี้มักมีสิ่งสกปรกหมักหมมได้ง่าย โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง ควรใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดตรงกลาง และใช้นิ้วมือแหวกแคมทั้งสองข้างออกแล้วเช็ดให้สะอาด เมื่อฟอกสบู่ตามส่วนต่าง ๆ ครบแล้ว ใช้ฟองน้ำหรือผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดสบู่ตามตัวออกให้หมด อย่างคร่าว ๆ ก่อน จากนั้นประคองเด็กวางลงในอ่างซึ่งอาจจะเป็นอ่างพลาสติคที่มีขายทั่ว ๆ ไปตามท้องตลาด (ราคาถูก) หรือจะใช้อ่างสำหรับอาบน้ำเด็กโดยเฉพาะก็ได้ เพราะมีที่วางสบู่ด้วย แต่ขอแนะนำใช้อ่างพลาสติคธรรมดาดีกว่า ประหยัดกว่า และใช้อาบได้ดีพอ ๆ กัน ล้างสบู่ออกให้เกลี้ยง แล้ว รีบนำเด็กขึ้น ห่อผ้าให้เพื่อให้เกิดความอบอุ่น (ไม่ควรแช่เด็กนานเกิน 10 นาที เพราะเด็กจะหนาวได้ เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำเริ่มลดลง น้ำจะเย็นจึงทำให้เด็กหนาวได้) เช็ดตามตัวให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณซอกคอ ข้อพับ รักแร้ ขาหนีบ เพราะถ้าไม่แห้งแล้ว เมื่อถูกับแป้งจะทำให้ชื้น จะเป็นสาเหตุให้บริเวณนั้นเปื่อยง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเด็กที่เจ้าเนื้อต้องดูแลเป็นพิเศษ
  6. ทาแป้ง ระวังเด็กจะจามเพราะแป้งเข้าจมูกก่อนทาตามตัวเด็ก ให้เทแป้งลงบนฝ่ามือก่อนแล้วจึงค่อย ๆ ทาไปบนตัวเด็กตามส่วนต่าง ๆ ที่ต้องการ เช่น ที่ใบหน้า ซอกคอ รักแร้ ข้อพับ ขาหนีบ ยกเว้น สะดือ (ในรายที่สะดือยังไม่หลุด) ในรายที่เด็กอ้วน ซอกคอ ขาหนีบ ข้อพับ จำเป็นมากเพื่อลดการเสียดสีของผิวหนัง
  7. แต่งตัว ให้ใส่เสื้อผ้า ผ้าอ้อม แล้วหวีผมให้เรียบร้อย เสื้อผ้าสวมใส่ตามฤดูกาล อากาศเย็นควรใส่ผ้าที่หนา ๆ หลายชั้น และใส่ถุงเท้าถุงมือด้วย ถ้าอากาศร้อน ถุงเท้าถุงมือไม่จำเป็น
  8. เช็ดสะดือด้วยแอลกอฮอล์ 70% ในรายที่สะดือยังไม่หลุด หรือเพิ่งหลุดใหม่ ๆ ยังมีน้ำเหลืองอยู่ วิธีเช็ด เช็ดจากโคนสะดือขึ้นไปหาส่วนปลาย โดยจับปลายสะดือดึงขึ้นเล็กน้อย ให้เห็นส่วนโคนสะดือได้ชัด เพื่อสะดวกในการทำความสะอาด ไม่ต้องกลัวว่าเด็กจะเจ็บหรือปวดท้องเวลาเช็ดสะดือเด็ก เพราะว่าบริเวณนี้ไม่มีเส้นประสาทมาเลี้ยง เด็กจึงไม่เจ็บ แต่เด็กอาจจะร้องบ้าง เนื่องจากแอลกอฮอล์เย็นทำให้เด็กสะดุ้งตกใจร้องได้ เช็ดเสร็จแล้วปล่อยให้แห้ง บางครั้งจะสังเกตเห็นมีเลือดซึม ๆ ปนกับน้ำเหลือง ในระยะที่สะดือใกล้จะหลุดได้ ส่วนมากสะดือจะหลุดภายในเวลา 7-14 วัน (โดยประมาณ) ทุกครั้งที่เช็ดสะดือควรสังเกตดูรอบ ๆ สะดือว่ามีอาการบวมแดงหรือไม่ ถ้าแดงมาก แสดงว่าอักเสบ อาจจะเกิดการติดเชื้อเข้าทางสะดือได้ ควรนำเด็กไปพบหมอ ส่วนมากถ้าติดเชื้อ เด็กมักจะมีไข้ร่วมด้วย

ข้อควรระวังในการอาบน้ำเด็ก

  1. ระวังน้ำเข้าหู เวลาสระผม เมื่อน้ำเข้าหู อาจทำให้เป็นน้ำหนวกได้
  2. ระวังสบู่เข้าตาเข้าปาก เวลาสระผมหรือเวลาทำความสะอาดนิ้วมือเด็ก เพราะเด็กชอบดูดนิ้วมือตัวเอง
  3. ในรายที่ผิวหนังแห้งหรือผิวหนังลอกไม่ควรใช้สบู่ฟอก ควรใช้น้ำอุ่นเช็ดหรืออาบ เสร็จแล้วทาผิวหนังด้วยน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์แต่เพียงบาง ๆ ก็พอ เพื่อช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น
  4. ในรายที่มีไข้สูง ไม่ควรอาบน้ำ ควรเช็ดด้วยน้ำอุ่นก็พอ แต่ถ้าเป็นไข้อยู่หลายวัน บางครั้งอาจจะเหนียวตัวจะใช้สบู่ก็ได้ไม่มีอันตรายใด ๆ เสร็จแล้วก็ควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดสบู่ออกให้หมด ก็ทำให้ร่างกายสะอาดได้เช่นเดียวกับอาบน้ำ
  5. ในรายที่เป็นหวัดเล็กน้อยไม่ได้สระผมหลายวัน จะสระผมให้ด้วยก็ได้ แต่หลังสระผมแล้วต้องรีบเช็ดให้ผมแห้งในทันที
  6. ทุกครั้งก่อนอาบน้ำควรทดสอบความอุ่นของน้ำโดยใช้หลังมือทดสอบ (เพื่อมิให้น้ำร้อนหรือเย็นเกินไป)
  7. ในรายที่ลิ้นไม่เป็นฝ้า ไม่ควรทายาสีม่วง (เจนเชี่ยนไวโอเลต) เพื่อป้องกันฝ้า เพราะไม่มีประโยชน์ นอกจากจะทำให้เด็กรำคาญแล้ว เด็กจะไม่ยอมดูดนมด้วย ในรายที่เป็นฝ้าจากคราบนม ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำสุกบิดหมาด ๆ แล้วพันกับนิ้วมือที่สะอาดกวาดบนลิ้นเด็ก ก็จะทำให้คราบนั้นหลุดไปได้ แต่ถ้าเป็นฝ้าที่เกิดจากเชื้อรามักจะเกาะติดกับลิ้นแน่น เช็ดอย่างเดียวไม่พอควรทาด้วยเจนเชี่ยนไวโอเลตด้วย

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครและเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการสื่อสารมวลชน ในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • คู่มือ วัคซีนสู้โควิด (ฉบับประชาชน) -
  • คู่มือ การบริหารจัดการโครงการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • รับสมัครผู้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินโครงการ สสส. -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ป้ายคำ(Tag)

สังคม  เท้า  ปั่นไปกิน  สสส.ในเวทีโลก  กลูโคสในเลือดสูง  ศ.แอนน์ มิลส์ นักวิชาการด้านนโยบายและเศรษฐศาสตร์ สาธารณสุข อังกฤษ  สสส. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สุขภาพ สร้างสุข สุขภาวะ thaihealth รับสมัครงาน มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เจ้าหน้าที่ธุรการ ประสานงานโครงการ พัฒนาศักยภาพแพทย์ การเลี้ยงดูด้วยนมแม่ในสถาบันผลิตแพทย์  คลังน้ำมัน  กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  เนย  ลูก  เยื่อไม้  ถั่วเขียว  ไม้กวาด  กระทรวงอุตสาหกรรม  ค่ายเยาวชน  แนวทางแห่งการสร้างสุขภาวะในองค์กรอย่างแท้จริง  พิธีลงนาม  มิวเซียมสยาม  ตรวจมะเร็ง  โครงการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์หลัก สสส.  ใบประกอบโรคศิลปะ  สวทช  ของเหลือใช้  หัวใจโพธฺสัตย์